เนชั่นทีวี

ข่าว

มาครงลงพื้นที่ สั่งรับมือวิกฤตไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดของฝรั่งเศส

28 ก.ค. 2569 | apirak_pra

มาครงลงพื้นที่ สั่งรับมือวิกฤตไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดของฝรั่งเศส

เอ็มมานูเอล มาครง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมไฟป่าฝรั่งเศส สั่งเร่งรับมือวิกฤตครั้งใหญ่สุดนับแต่สงครามโลกครั้งที่สอง หลังประชาชนนับแสนต้องเร่งอพยพหนีภัย

เอ็มมานูเอล มาครง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมไฟป่าฝรั่งเศส สั่งเร่งรับมือวิกฤตครั้งใหญ่สุดนับแต่สงครามโลกครั้งที่สอง หลังประชาชนนับแสนต้องเร่งอพยพหนีภัย

KEY

POINTS

  • ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ลงพื้นที่ภาคตะวันตกเฉียงใต้เพื่อสั่งการรับมือวิกฤตไฟป่าที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง
  • ไฟป่าได้เผาทำลายพื้นที่เทียบเท่าขนาดกรุงปารีส 4 เท่า และทำให้ประชาชนเกือบ 3 แสนคนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน
  • สถานการณ์อาจทวีความรุนแรงขึ้นจากคลื่นความร้อนระลอกใหม่ ทำให้ฝรั่งเศสต้องขอความช่วยเหลือจากนานาชาติกว่า 12 ประเทศ

เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ประสานงานดับเพลิงในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ พร้อมประกาศกร้าวจะร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเจ้าหน้าที่และประชาชนเพื่อยับยั้งไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างและบีบให้ประชาชนเกือบ 3 แสนคนต้องทิ้งบ้านเรือนเพื่อความปลอดภัย

 

วิกฤตไฟป่าลุกลามใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

สถานการณ์ไฟป่าในฝรั่งเศสครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยไฟป่าได้เผาทำลายพื้นที่ป่าไปแล้วเป็นบริเวณกว้างเทียบเท่ากับขนาดของกรุงปารีสถึง 4 เท่า ประธานาธิบดีมาครงระบุว่าไฟป่ามีความรุนแรงและคาดเดาทิศทางได้ยาก บางครั้งเปลี่ยนสภาพเป็น "พายุไฟ" ที่ลุกลามไปทั่ว ส่งผลให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเป็นไปอย่างยากลำบาก ขณะที่ฝรั่งเศสและสเปนซึ่งเผชิญกับคลื่นความร้อนระลอกใหม่ ต้องระดมความช่วยเหลือจากนานาประเทศรวมกว่า 12 ชาติ เพื่อช่วยกันรับมือกับโศกนาฏกรรมทางธรรมชาติครั้งนี้

เร่งแข่งกับเวลา ก่อนคลื่นความร้อนระลอกใหม่

ขณะนี้ฝรั่งเศสและสเปนกำลังอยู่ในภาวะวิกฤตจากการที่ผืนป่าแห้งแล้งอย่างหนักเนื่องจากคลื่นความร้อนที่โจมตีอย่างต่อเนื่องตลอดปีนี้ ทางการเตือนว่าสถานการณ์อาจทวีความรุนแรงขึ้นอีกเนื่องจากพยากรณ์อากาศระบุว่าจะมีการพุ่งสูงของอุณหภูมิแตะระดับ 35 องศาเซลเซียสขึ้นไปตั้งแต่วันอังคารเป็นต้นไป ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งทำแนวกันไฟและฉีดพ่นสารหน่วงไฟก่อนที่สภาพอากาศจะเลวร้ายลง

ทั้งนี้ ทางการฝรั่งเศสยังคงเข้มงวดเรื่องการท่องเที่ยวในเขตพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันไม่ให้จำนวนผู้ได้รับผลกระทบเพิ่มมากขึ้น

ข่าวล่าสุด