เนชั่นทีวี

การเมือง

"สันติ" ควง "ชัยวุฒิ" นำทัพอ้อนคะแนนชาวกรุงเก่า เลือกผู้สมัคร"พปชร." 3 เขต

18 ก.พ. 2566 | sirisak_rue

"สันติ" ควง "ชัยวุฒิ" นำทัพอ้อนคะแนนชาวกรุงเก่า เลือกผู้สมัคร"พปชร." 3 เขต

"สันติ" ควง "ชัยวุฒิ" นำทัพเรียกคะแนนชาวกรุงเก่า เลือกผู้สมัคร 3 เขต พปชร. ชูนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจ เพิ่มสวัสดิการยกระดับการศึกษาเท่าเทียม พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาน้ำอย่างยั่งยืน

18 กุมภาพันธ์ 2566 นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ) ขึ้นเวทีปราศรัยเวทีย่อย พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ณ อำเภอท่าเรื อ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ทีมโฆษกพรรค ภญ.นพวรรณ หัวใจมั่น ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. บางเขน เข้าร่วมด้วย

"สันติ" ควง "ชัยวุฒิ" นำทัพอ้อนคะแนนชาวกรุงเก่า เลือกผู้สมัคร"พปชร." 3 เขต

พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทั้ง 3 เขตประกอบด้วย นายบุญเชิด ศิริยศ ว่าที่ผู้สมัคร เขต 1 จ.พระนครศรีอยุธยา นายชณทัต ปัทะมะภูวดล ว่าที่ผู้สมัคร เขต 3 จ.พระนครศรีอยุธยา และนายธนพล บุญเจริญกิจ ว่าที่ผู้สมัคร ว่าที่ผู้สมัครเขต 2 จ.พระนครศรีอยุธยา

โดยมีการนำเสนอนโยบายหลักสู่พี่น้องประชาชนชาวอยุธยา ทั้งในเรื่องการแก้ปัญหาที่ทำกิน ในแคมเปญ“มีเรา มีที่ทำกิน มีที่ดินไม่มีจน” การแก้ปัญหาน้ำ “มีเรา ไม่มีแล้ง มีน้ำ ไม่มีจน และ เพิ่มเงินสวัสดิการเป็น 700 บาท หรือ "ลุงป้อม 700" ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นแคมเปญหลักในการหาเสียงเบื้องต้นในขณะนี้

โดยก่อนถึงกำหนดการปราศรัย คณะผู้บริหารจากพรรคพลังประชารัฐ พร้อมผู้สมัคร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทั้ง 3 เขต ได้ลงพื้นที่ขึ้นรถแห่รอบเมืองท่าเรือ ตั้งแต่บริเวณวัดสะตือ จนถึงตลาดท่าเรือ ตลอดระยะทาง 5.2 กิโลเมตร โดยมีประชาชนในพื้นที่โบกมือ ตะโกนให้กำลังใจ และมอบดอกกุหลาบ แก่ว่าที่ผู้สมัครส.ส. พรรคพลังประชารัฐ ตลอดสองข้างทาง

"สันติ" ควง "ชัยวุฒิ" นำทัพอ้อนคะแนนชาวกรุงเก่า เลือกผู้สมัคร"พปชร." 3 เขต

โดยนายสันติ กล่าวปราศรัยว่า พรรคพลังประชารัฐ ได้ส่งว่าที่ผู้สมัครมารับใช้ชาวพระนครศรีอยุธยา 3 คน ก็ต้องของฝากให้พิจารณาผู้สมัครของเราด้วย เพื่อที่จะไปยกมือผลักดันให้มีการแต่งตั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30

สำหรับนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ ที่จะมีการประกาศต่อไปก็คือ การเพิ่มศักยภาพความสามารถ ให้กับลูกหลานคนไทย เพราะขณะนี้นวัตกรรมโลกมันไปไกลมากแล้ว ถ้าเราจะทำการศึกษาเดิม ๆ เหมือน 200 ปีที่ผ่านมา เราก็จะตามไม่ทันโลก ปัญหาที่เกิดขึ้นคือเยาวชนของเราที่เพิ่งจะจบการศึกษามา แทบจะไม่มีงานทำ หรือไม่สามารถที่จะทำเงินได้

ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวด และน่าเป็นห่วงของประเทศชาติ ดังนั้น พรรคพลังประชารัฐ จึงมีนโยบายให้ทุกโรงเรียนสอนภาษาที่สอง ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษ จีน หรือญี่ปุ่น ตั้งแต่ชั้นอนุบาล เพื่อที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของเยาวชน

"พล.อ.ประวิตร ได้เน้นย้ำถึงเรื่องการดูแลพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง และผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่า กระทรวงการคลัง ได้เป็นผู้ดำเนินการโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรประชารัฐ ซึ่งพรรคพลังประชารัฐก็เป็นพรรคที่ได้คิด ดำริ ในเรื่องนี้ขึ้นมา ซึ่งหัวหน้าพรรคของเราก็ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของเงินในบัตรที่จะช่วยเหลือประชาชนได้ จึงได้ออกมาเป็นนโยบาย 700 บาท" นายสันติ กล่าว 

"สันติ" ควง "ชัยวุฒิ" นำทัพอ้อนคะแนนชาวกรุงเก่า เลือกผู้สมัคร"พปชร." 3 เขต

นายสันติ กล่าวต่อว่า สำหรับบัตรสวัสดิการประชารัฐ มุ่งทำมาเพื่อดูแล ผู้มีรายได้น้อย คนชรา กลุ่มเปราะบาง โดยนโยบายทั้งหมด พล.อ.ประวิตร ยืนยันว่าจะทำทันที แต่ก็ขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชนที่จะต้องเลือกว่าที่ผู้สมัครของเราเข้าไปนั่งสภาฯ 

โดยหากได้จัดตั้งรัฐบาล พร้อมผลักดันนโยบายตามที่ประกาศไว้ในทุกด้าน ทั้งดูแลสุขอนามัย การศึกษา โดยเน้นดูแลสตรีที่มีครรภ์ ให้มีเงินสวัสดิการดูแลตั้งแต่เดือนที่ 5 และดูแลเด็กแรกเกิดไปจนถึง 6. ขวบ รวมถึง ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ส่งเสริมให้มีแพทย์ 2 คน เพื่อดูแลสุขภาพของชุมชน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายเดินทางไปโรงพยาบาล เป็นต้น 

ด้าน นายชัยวุฒิ กล่าวว่า วันนี้พรรคพลังประชารัฐ ขอแนะนำว่าที่ตัวผู้สมัครจังหวัดอยุธยา ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง ที่มีความรู้ ความสามารถ เป็นคนพื้นที่ พร้อมทํางานแก้ปัญหาที่คั่งค้างให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ซึ่งมีทั้งพื้นที่เกษตรกรรม และพื้นที่อุตสาหกรรม มีความหลากหลายทางเศรษฐกิจ เป็นสังคมที่มีหลายกลุ่มอาชีพ ซึ่งพรรคพร้อมเข้ามาดูแลทุกกลุ่ม และที่สำคัญต้องกำจัดการคอรัปชั่น อะไรที่อยู่ใต้ดินก็ให้ขึ้นมาอยู่บนดินทำให้ถูกกฎหมาย เพื่อดูแลพี่น้องประชาชน

"พรรคพลังประชารัฐจะเข้ามาดูแลเพื่อให้จังหวัดอยุธยา พัฒนา และที่สําคัญคือ พรรคของเราจะเน้นสร้างการลงทุนในจังหวัดอยุธยามากขึ้น ควบคู่กับการบริหารจัดการน้ำแบบยั่งยืน เพื่อให้พี่น้องมีน้ำกิน และป้องกันน้ำท่วมอย่างเป็นรูปธรรม และยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวมากขึ้น จะทำให้การค้าขายรวมถึงเศรษฐกิจต่าง ๆ ดีขึ้น และอยู่ดีกินดีขึ้นอย่างแน่นอน" นายชัยวุฒิ ระบุ 

ข่าวล่าสุด