ขณะเดียวกัน พรรคพี่ใหญ่แห่งค่าย 3 ป. โดย “ลุงป้อม” ส่ง “นายกโท้ง” หรือ “สุรชัย แดงละอุ่น” อดีต นายก อบต. สวี ผู้คลุกคลีอยู่กับการเมืองท้องถิ่นมาตั้งแต่ปี 2547 ลงเลือกตั้ง ซึ่งก่อนหน้าเคยสังกัดค่ายสีน้ำเงิน ก่อนจะหันมาสวมเสื้อพลังประชารัฐ สู้เลือกตั้งหนนี้ ดังนั้น ต้องบอกว่าดุเดือดแน่นอน
ถัดมาเขต 2 แชมป์พื้นที่เป็นของ “สราวุธ อ่อนละมัย” จาก ปชป. แต่รอบนี้ต้องเผชิญสภาวะหายใจรดต้นคอ เพราะเจอคู่ท้าชนซึ่งเป็นมือขวา ลูกหมี เกลอเก่าค่ายเดียวกัน ที่ส่ง “รองสันต์” สันต์ แซ่ตั้ง รอง นายก อบจ. ชุมพร มาขอชิงชัย แต่ สราวุธ ก็ยังพอมีแต้มต่ออยู่
เนื่องจาก “รองสันต์” มีแผลในใจกับคนท้องถิ่น กรณีให้ชาวบ้านปลูกพืชทำเงินแต่ไร้ตลาดรองรับ ทำให้คนในพื้นที่ไม่ค่อยโอเคเซย์เยสนัก สนามนี้ “ลูกหมี” จึงต้องออกโรง ลงแรงหนัก ล้มสหายร่วมค่ายเก่าให้ได้ ขณะที่พลังประชารัฐ จะส่ง “สมมิตร ทองเหลือ” ส. อบจ. ชุมพร สู้ศึกเลือกตั้งในนามพรรค เพราะเคยเป็นทีมงานเก่า “สุพล จุลใส” ครั้งนั่ง นายก อบจ. ชุมพร ทำให้รู้ทางลมเป็นอย่างดี เพื่อต่อกรชิงเก้าอี้
ปิดท้ายเขต 3 ซึ่งเป็นพื้นที่ของ “ส.ส.ลูกช้าง” สุพล จุลใส หลังทิ้งพรรครวมพลัง หันไปสวมเสื้อ รทสช. เคียงข้างลูกหมี ส่วน ปชป. ส่ง มีศักดิ์ ภักดีคง อดีตอธิบดีกรมประมง คนสนิท “เสี่ยต่อ” เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ฯ มาชิงเก้าอี้ แต่เมื่อเทียบฟอร์ม “มีศักดิ์” แทบไม่มีประสบการณ์การเมืองเลย ต่างจาก “ลูกช้าง” ที่กำคะแนนเสียงท้องถิ่นในมือไว้แน่น
ส่วนพลังประชารัฐ ส่ง “ธีระศักดิ์ ปางวิรุฬห์รักษ์” พี่ชาย “โกจ้าว” ธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ อดีต ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ เขตนี้ ซึ่งพ่ายไปในเลือกตั้งปี 62 ให้กับ “ลูกช้าง” มาลงชิงเก้าอี้ โดย ธีระศักดิ์ ทำงานเกี่ยวข้องกับท้องที่มาอย่างยาวนาน เพราะเคยเป็น รองนายก อบจ. ชุมพร ให้มาชิงบัลลังก์ผู้แทนฯ
ดังนั้น ชุมพร 3 เขตเลือกตั้ง แม้ฐานคะแนนเสียงส่วนใหญ่ จะเป็นของ ปชป. แต่เมื่อกาลเวลาผันเปลี่ยน จึงเป็นงานไม่ง่ายของแชมป์เก่า กับการรักษาพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ท้าชิงไม่ใช่คนอื่นไกล แค่คนเคยๆ กอดคอกันมา