ทั้งนี้ ยังได้กล่าวถึงนโยบายของ"พรรคประชาธิปัตย์" ว่า หากในอนาคตพรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะเดินหน้าโครงการบ้านมั่นคงต่อไปเพื่อให้คนจนมีโอกาศมีบ้านของตัวเองโดยตั้งเป้าปลายทางไว้ที่ 1,000,000 หลังในอนาคต
รวมถึงโครงการเบี้ยผู้สูงอายุ ซึ่งถึงได้เป็นรัฐบาลและมีงบประมาณเพียงพอจะดำเนินการให้ผู้สูงอายุได้เบี้ย 1,000 บาท ครบถ้วนทุกคนโดยไม่ต้องรออายุ 90 ปี พร้อมสานต่อนโยบายเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้เด็กที่อยู่ในชนบท พื้นที่ห่างไกล เข้าถึงการศึกษา และมีโอกาสเท่าเทียมกัน ซึ่ง รัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการที่สามารถที่สุดคือรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ในปี 2552 สมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และมีตนคนนี้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และหลังจากนี้ "ดร.เอ้" จะเป็นผู้สานต่อนโยบายด้านการศึกษา ของพรรคประชาธิปัตย์
"นายจุรินทร์" ยังกล่าวถึง ผลโพลล่าสุด พบว่า คนไทยห่วงปัญหาทุจริตคอรัปชั่นมากที่สุด และ ตนคิดว่าการทุจริตคอรัปชั่นคือภัยร้ายของประเทศ นอกจากจะทำหลายประเทศแล้วยังทำร้ายคนไทยทุกคน แทนที่งบประมาณ จาก 100 บาท จะถึงมือประชาชน แต่กลับหายไประหว่างทาง คอรัปชั่นจึงถือเป็นพลังของประเทศที่ต้องตระหนักและอย่าเห็นดีเห็นงามกับการทุจริตคอรัปชั่น
"พี่น้องต้องไม่เลือกคนที่ลงทุนมหาศาล คนที่ถูกซื้อตัว 50-60 ล้านบาท เพราะถ้าพี่น้องและคนที่ "ขายตัว" ไปเป็นผู้แทน สุดท้ายเขาก็จะขายพวกเราด้วย ขายประเทศต่อไปในอนาคต เพราะพรรคการเมืองที่ซื้อตัว ต่อมาสิ่งที่ต้องทำคือถอนทุนคืน ก็คือทุจริตคอรัปชั่น" ซึ่ง พรรคประชาธิปัตย์ย้ำมาเสมอเกี่ยวกับการทุจริตคอรัปชั่น ว่า ไม่เอา "ธนกิจทางการเมือง หรือ ธุรกิจการเมือง" นายจุรินทร์ กล่าว