ความคุกรุ่นระหว่าง รัสเซีย กับ ยูเครน กำลังส่งผลกระทบไปทั่วทั้งโลก ทั้งในแง่ยุทธศาสตร์ การเมือง สังคม และเศรษฐกิจ หรือแม้แต่วงการกีฬา ก็พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย และนี่คือส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นตามมา หลังประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน สั่งใช้ปฏิบัติการทางทหารกับยูเครน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

Highlights

  • แรงกระเพื่อมจากปฏิบัติการทางทหารของรัสเซีย ในพื้นที่ดอนบาส ทางตะวันออกของยูเครนกำลังส่งผลไปไกลกว่าแค่เรื่องการเมือง หรือเศรษฐกิจ เพราะแม้แต่วงการกีฬาก็พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย
  • ทั้งเวทีแชมเปียนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ ที่มีกำหนดเตะที่ เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ในเดือนพฤษภาคม รวมถึงฟุตบอลโลก รอบเพลย์ออฟ กับ โปแลนด์ ที่จะชี้ขาดในนัดเดียวที่ มอสโก
  • หรือแม้แต่เงินทุนสนับสนุนใหญ่ในวงการกีฬาที่ต่อท่อตรงมาจากบรรดามหาเศรษฐี หรือแม้แต่หน่วยงานรัฐของรัสเซีย ก็อาจถูกตัดจากผลของการคว่ำบาตรด้วย

--------------------

          แม้ก่อนหน้านี้ 2-3 สัปดาห์ นักวิเคราะห์ข่าวต่างประเทศบางส่วน จะมองว่าความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครน อาจไม่รุนแรงถึงขั้นเกิดสงคราม

 

          แต่ในช่วงเวลาสั้น ๆ สถานการณ์กลับค่อย ๆ โน้มเอียงไปทางความรุนแรงมากขึ้น

 

          จนเมื่อ 06.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน ก็ประกาศเริ่มดำเนินการปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ดอนบาส หรือภูมิภาคตะวันออกของยูเครน

 

          โดยอ้างว่าเพื่อปกป้องพลเรือน จากภัยคุกคามของรัฐบาลยูเครน

 

          แน่นอนว่าความขัดแย้งนี้ จะไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ระหว่างรัสเซียกับยูเครนเท่านั้น เนื่องจากฝ่ายหลังก็ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรชาติตะวันตก และทหารขององค์การนาโต

 

          ย้อนไปก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ก็เพิ่งลงนามในคำสั่งพิเศษกำหนดมาตรการคว่ำบาตร โดเนตส์ก และ ลูอันสก์ หลังรัสเซียประกาศรับรองเอกราชของทั้ง 2 รัฐทางตะวันออกของยูเครน

 

          ตามด้วยมาตรการคว่ำบาตรชนชั้นสูงของรัสเซีย โดยเฉพาะกลุ่มที่ใกล้ชิด ปูติน เป็นรายบุคคล และรวมถึงสถาบันการเงินสองแห่ง

 

          แม้แต่ในแวดวงกีฬา เมื่อสถานการณ์คุกรุ่นแบบนี้เกิดขึ้น ก็มีการประเมินว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เมื่อสมรภูมิดอนบาสส่งแรงกระเพื่อมมาถึง

เปลี่ยนสังเวียนนัดชิง แชมเปียนส์ลีก

(เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก 2022 ต้องถูกเลื่อนออกไปอีก เมื่อ รัสเซีย บุกยูเครน / ภาพจาก Uefa.com)

          ตามกำหนดเดิม เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ถูกวางไว้ให้เป็นสถานที่จัดเกมนัดชิงชนะเลิศ ยูเอฟา แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาลนี้ ในวันที่ 28 พ.ค.

 

          แต่สถานการณ์ที่คุกรุ่น ทำให้ อเล็กซานเดอร์ เซเฟอริน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป ต้องเรียกประชุมด่วน เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อพิจารณาว่าจะต้องเปลี่ยนสถานที่จัดการแข่งขันอีกหรือไม่

 

          เพราะเดิม กาซพรอม อารีนา ถูกวางไว้เป็นสถานที่จัดนัดชิงฯ ในปี 2021 แต่ก็ต้องเลื่อนมาเป็นปีนี้แทน เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ในยุโรป ทำให้ต้องโยกไปใช้ ลิสบอน และ ปอร์โต้ ในระหว่างปี 2020 และ 2021 แทน
เมื่อรัสเซียบุกยูเครน : แรงกระเพื่อมจากสมรภูมิ สะเทือนถึงโลกกีฬา

          เนดีน ดอร์รีส์ รัฐมนตรีสาธารณสุขของสหราชอาณาจักร ก็ตั้งแง่กับเรื่องการใช้ กาซพรอม อารีนา เป็นสนามจัดนัดชิงฯ ในปีนี้ ด้วยการทวีตแสดงความเห็นเรื่องความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้น

 

          ขณะที่ ลิซ ทรัสส์ รัฐมนตรีต่างประเทศก็ให้สัมภาษณ์กับ บีบีซี คัดค้านเรื่องนี้โดยตรง และยืนกรานว่าหากเธอเป็นผู้เล่น จะปฏิเสธการเดินทางไป เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก

 

          และในที่สุดเมื่อวันที่ 25 ก.พ. ที่ผ่านมา ยูเอฟ่า ก็ประกาศย้ายสังเวียนแข่งขัน แชมเปียนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ ไปแข่งกันที่ "สต๊าด เดอ ฟรองซ์" ประเทศฝรั่งเศส เป็นที่เรียบร้อย

 

เช็กบิล รัสเชียนโอลิการ์ช

(อลิเชอร์ อุสมานอฟ และ โรมัน อบราโมวิช คือรายชื่อลำดับต้น ๆ ที่จะถูกโลกตะวันตกคว่ำบาตร / ภาพ AP)

          ในเวลาเดียวกัน นายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน ของสหราชอาณาจักร ก็ประกาศเตรียมคว่ำบาตรมหาเศรษฐีชาวรัสเซีย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประธานาธิบดี ปูติน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของแผนตอบโต้ รัสเซีย

 

          มหาเศรษฐีกลุ่มนี้ ถูกมองว่าเป็นสมาชิกกลุ่มรัสเชียนโอลิการ์ช (Russian Oligarchs) หรือชนกลุ่มน้อยที่มีบทบาทและอำนาจทางการเมืองในรัสเซีย นับแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียต

          และยิ่งมีบทบาทมากขึ้น เมื่อการปกครองในรัสเซีย เปลี่ยนผ่านมาถึงมือของประธานาธิบดี ปูติน

 

          และสองรายในจำนวนนั้น ก็อาศัยอยู่ในลอนดอน และมีส่วนเกี่ยวข้องกับวงการฟุตบอลโดยตรง

 

          นั่นคือ โรมัน อบราโมวิช เจ้าของสโมสร เชลซี และ อลิสเชอร์ อุสมานอฟ ที่มีคอนเนกชั่นกับ ฟาฮัด โมชิรี เจ้าของสโมสรเอฟเวอร์ตัน ผ่านทาง USM สปอนเซอร์รายใหญ่ของทีมทอฟฟี่

 

          แม้จะไม่ได้ระบุชื่อรายไหนเป็นพิเศษ แต่ จอห์นสัน กล่าวอย่างแข็งกร้าว ในระหว่างการประชุมสภา เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

 

          ว่าทรัพย์สินต่าง ๆ ของมหาเศรษฐีรัสเซียเหล่านี้ที่อยู่ในสหราชอาณาจักรจะถูกสั่งระงับการใช้งาน บุคคลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องจะถูกห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

 

          เช่นเดียวกับพลเมืองสหราชอาณาจักรที่จะไม่ได้รับอนุญาตให้ติดต่อหรือทำธุรกรรมใด ๆ กับบุคคลกลุ่มนี้

 

          อบราโมวิช นั้น ในระยะหลังก็ไม่ได้เดินทางมาสหราชอาณาจักรบ่อยเหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากมีปัญหาในการขอต่อวีซ่า จากการที่รัฐบาลอังกฤษเริ่มกังวลถึงบทบาททางการเมืองของเจ้าตัวที่มากขึ้นในระยะหลัง

 

          ขณะที่ มาร์กาเรต ฮอดจ์ ส.ส. ฝ่ายค้านจากพรรคแรงงาน ก็เห็นด้วยกับแนวคิดของรัฐบาล ว่าสินทรัพย์ต่าง ๆ ของ อบราโมวิช และ อุสมานอฟ ในสหราชอาณาจักร ควรถูกยึด เพราะทั้งคู่แย่งชิงสิ่งเหล่านี้มาจากประชาชนชาวรัสเซีย

 

ชาลเก้ ต้องหาสปอนเซอร์ใหม่?
(ชาลเก้ ถูกกดดันจากรอบด้าน ให้ถอนสัญญาสปอนเซอร์กับ กาซพรอม ที่สนับสนุนสโมสรมานานกว่าสิบปี / ภาพ Bild)

          ในเวทีบุนเดสลีกาก็เช่นกัน ชาลเก้ 04 กำลังเจอแรงกดดันจากรอบด้าน

 

          เมื่อสปอนเซอร์คาดอกของสโมสร คือ กาซพรอม บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของรัสเซีย ที่รัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่นั่นเอง

 

          เร็ว ๆ นี้ บิลด์ หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของเยอรมนีก็ทำการเซนเซอร์โลโก้ของกาซพรอมบนอกเสื้อของ ชาลเก้ และปิดทับด้วยข้อความว่า "อิสรภาพแด่ยูเครน" (Freedom for Ukraine) แทน

 

          สุดท้าย ชาลเก้ 04 ก็ต้องประกาศถอดชื่อ "กาซพรอม" ออกจากอกเสื้อเป็นที่เรียบร้อย โดยใส่ชื่อสโมสรคาดอกเสื้อชุดแข่งแทนจนจบฤดูกาลนี้

 

          ขณะที่รัฐบาลเยอรมนี ก็เพิ่งสั่งระงับการใช้งานท่อส่งก๊าซ นอร์ด สตรีม 2 ของกาซพรอมไปหมาด ๆ เพื่อเป็นการตอบโต้ที่รัสเซียส่งกำลังทหารไปที่ดอนบาส

 

          บิลด์ ยังเสนอให้ ยูเอฟา ยกเลิกสัญญาสปอนเซอร์กับ กาซพรอม ที่เซ็นไว้ตั้งแต่ปี 2012 ด้วย

 

เพลย์ออฟ ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก?
(เดิมพันในนัดเดียว มีหรือที่ รัสเซีย จะยอมเสียความได้เปรียบในการเป็นเจ้าบ้าน? / ภาพ UEFA)

          ขณะที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟา ที่มีสัญญาสปอนเซอร์กับ กาซพรอม ก็เลือกที่จะไม่ให้ความเห็นใด ๆ กับเรื่องนี้

 

          แต่นั่นไม่ได้แปลว่า ฟีฟา จะหนีจากปัญหานี้ได้

 

          เพราะ รัสเซีย กับ โปแลนด์ นั้น มีเกมเพลย์ออฟ ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ที่สนาม ดินาโม สเตเดียม ในมอสโก วันที่ 24 มี.ค. โดยผู้ชนะของคู่นี้ จะต้องไปชิงตั๋วรอบสุดท้าย กับผู้ชนะในคู่ระหว่าง สาธารณรัฐเช็ก กับ สวีเดน ต่อไป

 

          คามิล บอร์ทนิชซุค รัฐมนตรีกีฬาของโปแลนด์ เรียกร้องให้ ฟีฟา ย้ายสถานที่จัดการแข่งขันไปเป็นสนามกลางแทนแล้ว เพราะไม่ต้องการให้นักกีฬาของโปแลนด์เดินทางเข้ารัสเซีย ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย

 

          แต่แนวคิดดังกล่าว ก็ถูกคัดค้านโดยสหภาพฟุตบอลรัสเซีย (อาร์เอฟยู) เนื่องจากเกมนี้ จะเป็นการตัดสินในนัดเดียว การรักษาสิทธิ์ความเป็นเจ้าบ้านไว้ได้ จึงสำคัญมาก

 

          นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น หลังการคว่ำบาตรรัสเซียของชาติพันธมิตรเท่านั้น

 

          และหากความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับยูเครน ยืดเยื้อออกไปเรื่อย ๆ ผลกระทบก็จะยิ่งแผ่วงกว้างตามไปด้วย ซึ่งจะมีกรณีอื่น ๆ ในวงการกีฬาตามมมาอีกมากแน่นอน

--------------------

SOURCE