ในวัย 36 ปี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยังรักษามาตรฐานการเล่นระดับสูงไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นส่วนใหญ่โรยราหรือเลิกเล่นไปแล้ว อะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้กัปตันทีมชาติโปรตุเกสยืนหยัดได้นานขนาดนี้

Highlights

  • เชฟส่วนตัวของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อธิบายว่ากัปตันทีมชาติโปรตุเกส ดูแลตัวเองไม่ต่างจากซูเปอร์คาร์อย่าง เฟอร์รารี
  • วินัยในการใช้ชีวิต ทำให้ โรนัลโด้ วนอยู่กับสนามฟุตบอลและโรงยิม จน ปาทริซ เอวรา ที่ถูกชวนไปทานข้าวเที่ยงที่บ้าน ต้องถามว่าอะไรคือความแตกต่าง
  • วิถีชีวิตแบบ โรนัลโด้ ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับยุคนี้ เมื่อ ทอม เบรดี ตำนานแห่ง NFL ก็มีคำตอบแบบเดียวกัน คือเพื่อจะได้ทำในสิ่งที่รักได้ยาวนานขึ้นไปอีก

--------------------

          ย้อนกลับไปในช่วง ยูโร 2020 หนึ่งในภาพจำของหลายคนของทัวร์นาเมนต์ คือเหตุการณ์ที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หยิบขวดโค้กที่เป็นหนึ่งในสปอนเซอร์ของรายการออกจากโต๊ะแถลงข่าว แล้วพูดว่าดื่มน้ำเปล่าดีกว่า

 

          แม้หลายคนจะมองว่าไม่เหมาะสม เพราะ โคคา-โคลา คือหนึ่งในผู้สนับสนุนรายการ และตัวของ โรนัลโด้ เอง ก็เคยร่วมโฆษณาให้น้ำอัดลมรายนี้มาก่อน

 

          แต่ท่าทีของกัปตันทีมชาติโปรตุเกส ก็ตอกย้ำถึงทัศนคติ และวินัยในการดูแลตัวเองว่าเข้มงวดแค่ไหน จนสามารถรักษาสภาพร่างกายให้สมบูรณ์ได้ ในวัย 36 ปี

 

          ขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นอย่าง เวย์น รูนีย์ ซึ่งอายุน้อยกว่าแปดเดือน แขวนสตั๊ดและผันตัวไปรับงานคุมทีมแล้ว

 

          คำถามคือ โรนัลโด้ ต้องเข้มงวดกับตัวเองขนาดไหน ถึงยืนระยะได้ขนาดนี้ ในเกมฟุตบอลระดับสูง? 

 

ดูแลตัวเองเหมือน เฟอร์รารี

(จอร์โจ บาโรเน เชฟคู่ใจ โรนัลโด้ ระหว่างอยู่ที่ตูริน - ภาพจาก Instagram @chef_barone)

          จอร์โจ บาโรเน (Giorgio Barone) ซึ่งทำหน้าที่เป็นเชฟส่วนตัวให้กัปตันทีมชาติโปรตุเกส ระหว่างเล่นในอิตาลี กับ ยูเวนตุส เล่าว่า โรนัลโด้ ดูแลตัวเองอย่างดี เหมือนคนรักรถที่ถนอมซูเปอร์คาร์ อย่าง เฟอร์รารี

 

          ขณะที่ซูเปอร์สตาร์บางรายเลือกที่จะสนุกกับชีวิต หลังไต่ระดับขึ้นมาถึงจุดสูงสุด กินอาหารอร่อยราคาแพง ดื่มสังสรรค์กับเพื่อนเพื่อผ่อนคลาย

 

          โรนัลโด้ ไม่สนใจอาหารหรู ๆ ตามภัตตาคารเลย แต่จะเลือกทานเฉพาะอาหารที่มีประโยชน์กับร่างกายเท่านั้น อย่าง เนื้อปลา เนื้อไก่ เนื้อลูกวัว ไข่ อโวคาโด น้ำมันมะพร้าว ข้าวไรซ์เบอร์รี

 

          หน้าที่ของ บาโรเน คือเลือกวัตถุดิบที่เป็นออร์แกนิค เพื่อนำมาปรุงเป็นอาหารที่เน้นโปรตีน เสิร์ฟกับธัญพืช และสลัด พยายามหลีกเลี่ยงน้ำตาล ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

          และวัตถุดิบหลักที่ โรนัลโด้ เลือกทานบ่อยที่สุด คือปลากระโทงแทงดาบ (หรือ ปลาเมกะจิกิ ซึ่งมีไขมันดีในเนื้อมาก) ตามด้วย ปลาทูนา และมะกอก

 

          อีกเคล็ดลับในการปรุงอาหารของ บาโรเน คือ น้ำมันมะพร้าว ซึ่งเชื่อกันว่าจะช่วยเผาผลาญไขมัน และสร้างคอเลสเตอรอลชนิดดีได้

 

          สิ่งที่เจ้าตัวจะไม่แตะเลย คือ น้ำอัดลม เพราะปริมาณน้ำตาลสูง ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะดื่มบ้างในบางโอกาส มากสุดคือไวน์ครั้งละแก้วเท่านั้น

 

ตารางชีวิตซูเปอร์สตาร์
(ชีวิตของ โรนัลโด้ นอกสนามฟุตบอลคือโรงยิม ภาพจาก @cristiano)

          นอกจากการเลือกประเภทอาหารแล้ว โรนัลโด้ ก็เคร่งครัดมากในการจัดตารางชีวิตให้เป็นระเบียบ

 

          ในแต่ละวัน เจ้าตัวจะแบ่งอาหารเป็น 6 มื้อย่อย ๆ เพื่อไม่ให้อิ่มจนเกินไปนัก โดยจะเริ่มมื้อเช้า ด้วยการทานแฮม ชีส และโยเกิร์ต

 

          ส่วนในช่วงสาย จะเป็นสแน็คหลังมื้อเช้า คือขนมปังปิ้งทาอโวคาโด

 

          จากนั้น มื้อเที่ยง ก็จะแบ่งเป็นสองรอบเช่นกัน โดยรอบแรก ทานสลัดไก่ แล้วเว้นระยะ ก่อนทานปลา ไข่ สลัด และมะกอก ในรอบสอง

 

          ส่วนมื้อเย็น รอบแรกจะเน้นอาหารในกลุ่มเนื้อปลา อาจเป็นปลาคอด ปลาแฮดดอค หรือ ทูนา และมื้อสุดท้าย ของวัน อาจเป็นไก่ หรือสเต็กตามแต่โอกาส

 

          แต่ปริมาณอาหารทั้งหมดจะควบคุมไว้ เพื่อไม่ให้เกิน 3,200 แคลอรี ในแต่ละวัน

 

          บาโรเน บอกว่านอกจากเรื่องอาหารการกินแล้ว การดื่มน้ำในปริมาณมาก และออกกำลังกาย รวมถึงพักผ่อน ก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน

 

          โรนัลโด้ เข้ายิมสัปดาห์ละ 5 ครั้ง ครั้งละ 4 ชั่วโมง ว่ายน้ำ และพิลาทิส โดยเฉพาะการนอนกลางวันแบบคนสเปน (siesta) อย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมงครึ่ง

 

          ที่น่าทึ่งคือ โรนัลโด้ ไม่ได้เพิ่งเริ่มดูแลตัวเองในลักษณะนี้ เมื่ออายุมากขึ้น เพราะ ปาทริซ เอวร่า อดีตเพื่อนร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล่าว่าสมัยที่เล่นด้วยกัน โรนัลโด้ เคยชวนเขาไปที่บ้าน

 

          แต่แทนที่จะได้สังสรรค์เพื่อผ่อนคลายกัน เขากลับต้องเข้ายิมเป็นเพื่อน โรนัลโด้ กินอาหารสุขภาพ จนต้องบอกกับอีกฝ่ายว่าแทบไม่ต่างอะไรกับที่ศูนย์ฝึกของสโมสรเลย

 

กินเพื่ออยู่แบบ ทอม เบรดี
(ทอม เบรดี ดื่มน้ำวันละ 12-25 แก้ว และมีวินัยในการใช้ชีวิตอย่างเคร่งครัด ภาพจาก https://tb12sports.com/)

          จะเห็นว่าวินัยในชีวิตของ โรนัลโด้ มีความคล้ายกับ ทอม เบรดี สุดยอดควอเตอร์แบ็กใน NFL ไม่น้อย

 

          ในวัย 44 ปี เบรดี เป็นผู้เล่นที่สามารถลงเล่นในเกมระดับสูง ที่มีการปะทะกันเกือบจะตลอดเวลา ทั้งที่เพื่อนร่วมรุ่น หรือแม้แต่รุ่นน้องบางรายยังวางมือไปแล้ว

 

          เจ้าตัวยังนำแนวคิดนี้มาสร้างเป็นแบรนด์สุขภาพ TB12 รวมถึงเขียนหนังสือ Method How to Achieve a Lifetime of Sustained Peak Performance ด้วย

 

          ตารางชีวิตของ เบรดี ก็เข้มงวดเช่นกัน ทั้งการตื่นนอนตรงเวลาทุกวัน ดื่มน้ำ (ทั้งน้ำเปล่าและผสมเกลือแร่) วันละ 12-25 แก้ว

 

          ทานอาหารที่เน้นโปรตีนเป็นหลัก ไม่ผ่านการแปรรูป ต้องมีค่ากรดน้อยที่สุด เพื่อป้องกันการอักเสบของกล้ามเนื้อ

 

          ส่วนของหวาน หรือขนม รวมถึงแอลกอฮอล์อาจมีบ้าง แต่ในปริมาณที่จำกัดมาก ๆ

 

          เมื่อมีคนถามว่าการมีวินัยในชีวิตอย่างเคร่งครัด ทำให้เขารู้สึกอึดอัดบ้างรึเปล่า

 

          คำตอบของ เบรดี คือเขาเลือกใช้ชีวิตแบบนี้ เพื่อที่จะได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ คือการเล่นอเมริกันฟุตบอลให้ได้นานที่สุด

 

          และการที่เขาคิดแบบนี้ วินัยในชีวิตจึงไม่ใช่การเสียสละ แต่เป็นอีกรูปแบบของความรับผิดชอบที่เต็มใจจะทำ

 

เทียบสถิติผู้เฒ่าแห่งวงการฟุตบอล
(54 ยังแจ๋ว คิงคาซู เจ้าของสถิตินักฟุตบอลอายุมากสุดคนปัจจุบัน ภาพจาก CNN)

          ปัจจุบัน โรนัลโด้ เป็นเจ้าของสถิติทำประตูมากสุดตลอดกาลในทีมชาติ ที่ 111 ประตู

 

          แต่ในฐานะผู้เล่นอายุมากที่สุดแล้ว โรนัลโด้ ซึ่งประกาศจะค้าแข้งจนถึงอายุ 40 อยู่ห่างจากเจ้าของสถิติมากน้อยแค่ไหน?

 

          ใน 10 อันดับผู้เล่นอายุมากที่สุดตลอดกาล มีถึง 5 คนเป็นผู้รักษาประตู ซึ่งมีการปะทะน้อยกว่าตำแหน่งของ โรนัลโด้ ค่อนข้างมาก ทำให้มีโอกาสยืนระยะได้นานกว่า

 

          ในกลุ่มนี้ เอสซาม เอล-ฮาดารี ผู้รักษาประตูทีมชาติอียิปต์ ที่เพิ่งประกาศเลิกเล่นอย่างเป็นทางการ เมื่อพฤศจิกายนปีที่แล้ว ก็สร้างสถิติไว้ที่ 47 ปี 10 เดือนเลยทีเดียว

 

          แต่ที่น่าทึ่งไปกว่านั้น คือเจ้าของสถิติคนปัจจุบัน ยังไม่มีวี่แววว่าจะประกาศเลิกเล่นง่าย ๆ ด้วย

 

          คาซูโยชิ มิอูระ อดีตศูนย์หน้าทีมชาติญี่ปุ่นในวัย 54 ปี ได้รับการบันทึกว่าเป็นผู้เล่นอาชีพที่อายุมากสุดในปัจจุบัน

 

          ที่สำคัญคือเจ้าตัวยังคงเล่นในลีกสูงสุด ให้กับ โยโกฮาม่า เอฟซี ในเจลีก 1 ด้วย โดยในฤดูกาลล่าสุด "คิงคาซู" ลงเล่นให้ต้นสังกัดไปแล้ว 5 นัด รวมเวลา 83 นาที ส่วนสถิติทั้งหมด อยู่ที่ 37,384 นาที ยิงได้ 163 ประตู 52 แอสซิสต์

 

          ถ้านับจากตอนเริ่มต้นเล่นอาชีพในปี 1986 จนถึงปัจจุบัน คาซู อยู่ในวงการฟุตบอลมาแล้ว 34 ปี หรือเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดขึ้น คือตอนที่เจ้าตัวเป็นนักฟุตบอลอาชีพ โรนัลโด้ เพิ่งอายุขวบเดียวเท่านั้นเอง

 

          การที่ โรนัลโด้ จะยืนระยะให้ได้แบบ คาซู คงเป็นเรื่องยาก ขอแค่รักษาระดับมาตรฐานนี้ไว้ได้ถึงอายุ 40 อย่างที่เคยประกาศไว้ ก็น่าจะสร้างสถิติใหม่ ๆ รวมถึงประสบความสำเร็จได้อีกมากมายแล้ว

 

ชาตรี ตันสถาวีรัฐ

--------------------

source: