"โมร็อกโก" ถล่มแคนาดาเจ้าภาพ 3-0 ลิ่วรอบ 8 ทีมชนฝรั่งเศส
05 ก.ค. 2569 | apirak_pra

สิงโตแห่งแอตลาส ทีมชาติโมร็อกโก สร้างประวัติศาสตร์อัดเจ้าภาพร่วม แคนาดา 3-0 ฉลุยรอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 เป็นทีมแรกจากแอฟริกาที่ทำได้สองสมัยติด
ข่าว
05 ก.ค. 2569 | apirak_pra

สิงโตแห่งแอตลาส ทีมชาติโมร็อกโก สร้างประวัติศาสตร์อัดเจ้าภาพร่วม แคนาดา 3-0 ฉลุยรอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 เป็นทีมแรกจากแอฟริกาที่ทำได้สองสมัยติด
KEY
POINTS
"สิงโตแห่งแอตลาส" ทีมชาติโมร็อกโก ประกาศศักดาความเป็นมหาอำนาจลูกหนังแอฟริกา หลังระเบิดฟอร์มเก่งในครึ่งหลังไล่ถล่ม ทีมชาติแคนาดา เจ้าภาพร่วมทัวร์นาเมนต์ ไปอย่างขาดลอย 3-0 ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ณ นครฮิวสตัน รัฐเท็กซัส สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเป็นชาติแรกจากทวีปแอฟริกาที่สามารถทะลุเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ (8 ทีมสุดท้าย) ได้มากกว่าหนึ่งครั้ง และเป็นการติดท็อป 8 สองสมัยติดต่อกันอย่างยิ่งใหญ่ นับตั้งแต่สร้างปาฏิหาริย์คว้าอันดับสี่เมื่อปี 2022 ที่กาตาร์
เกมในช่วงครึ่งแรกเป็นไปอย่างสูสีและดุเดือด มีการปะทะกันหนักหน่วงจนผู้ตัดสินต้องควักใบเหลืองแจกให้ทั้งสองทีมรวมกันถึง 8 ใบ โดยมีจังหวะกระทบกระทั่งกันระหว่าง อัชราฟ ฮาคิมี่ แบ็กขวาตัวเก่งของโมร็อกโก กับ ริชชี่ ลาร์เยีย ของแคนาดาในนาทีที่ 40 จนเกือบกลายเป็นเหตุบานปลาย นอกจากนี้โมร็อกโกยังต้องเซ็งเมื่อ อิสมาเอล ไซบารี มิดฟิลด์คนสำคัญได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่นาทีที่ 22 ของการแข่งขัน
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในครึ่งหลังนาทีที่ 50 โมร็อกโกได้ประตูปลดล็อกนำ 1-0 จากจังหวะเล่นลูกสูตรฟรีคิก อัชราฟ ฮาคิมี่ ไหลบอลให้ อาซเซดีน อูนาฮี ตะบันด้วยขวาจากนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งฝ่าวงล้อมผู้เล่นเบียดเสาเข้าประตูไปอย่างงดงาม จากนั้นแคนาดาพยายามเปิดเกมบุกแลกแต่กลับโดนทีเด็ดสวนกลับของโมร็อกโกในนาทีที่ 82 บราฮิม ดีอาซ จ่ายถวายพานให้ อูนาฮี เจ้าเดิมซัดด้วยขวาบวกประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ ก่อนที่ โซฟิยาน ราฮิมี่ จะมาซัดประตูปิดกล่องตอกฝาโลงในช่วงทดเวลานาทีสุดท้าย ช่วยให้โมร็อกโกชนะไปอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด 3-0 ทลายหัวใจแฟนบอลเจ้าภาพร่วมลงในที่สุด
เกมนี้นอกจากแนวรุกจะเฉียบคมแล้ว ยาสซีน บูนู นายทวารจอมหนึบของโมร็อกโก ซึ่งแท้จริงแล้วเกิดในแคนาดา ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน หลังโชว์ซูเปอร์เซฟสำคัญ 3 ครั้งรวด โดยเฉพาะในช่วงท้ายเกมที่พุ่งปัดลูกยิงไกลระยะ 30 หลาของ เทจอน บูแคนัน ได้อย่างหวุดหวิด ช่วยให้ทีมรักษาคลีนชีตได้สำเร็จ ขณะที่แคนาดาต้องตกรอบไปแบบน่าเสียดาย ซึ่งเกมนี้พวกเขาหมดสิทธิ์ใช้งาน อัลฟอนโซ เดวีส์ ซูเปอร์สตาร์หมายเลขหนึ่งจากบาเยิร์น มิวนิก ที่มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง (แฮมสตริง) กำเริบจนไม่สามารถลงสนามได้
หลังจบเกมเกิดประเด็นดราม่าฝีปากขึ้นเมื่อ เจสซี่ มาร์ช กุนซือทีมชาติแคนาดา ออกมาให้สัมภาษณ์ชื่นชมลูกทีมว่าทำได้ดีกว่าและควบคุมเกมได้เหนือกว่าทีมอันดับ 7 ของโลกอย่างโมร็อกโก ทำให้นายใหญ่ฝั่งโมร็อกโกอย่าง โมฮาเหม็ด วาห์บี ออกมาตอกกลับผ่านสื่อทันทีว่า แคนาดาเล่นได้ดีและมีความเข้มข้นตลอด 98 นาทีจริง แต่อย่างไรก็ตาม การที่ทีมของคุณแพ้ถึง 0-3 แล้วยังกล้าพูดว่าตัวเองเล่นได้ดีกว่านั้น ถือว่า "ใจกล้าและใจถึง" เกินไปหน่อย พร้อมระบุว่าตอนนี้โมร็อกโกไม่ใช่ทีมม้ามืดนอกสายตาอีกต่อไป แต่เป็นหนึ่งในทีมเต็งลุ้นแชมป์โลกอย่างเต็มตัว
ชัยชนะประวัติศาสตร์ครั้งนี้ส่งผลให้แฟนบอลโมร็อกโกนับหมื่นคนพากันหลั่งไหลลงสู่ท้องถนนในเมืองคาซาบลังกา เมืองใหญ่ที่สุดของประเทศทันทีเพื่อจุดพลุไฟ บีบแตร และเฉลิมฉลองกันอย่างบ้าคลั่งจนการจราจรบนถนนเลียบชายหาด คอร์นิช บูเลอวาร์ด กลายเป็นอัมพาต
สำหรับโปรแกรมการแข่งขันในรอบ 8 ทีมสุดท้าย (รอบก่อนรองชนะเลิศ) ทัพสิงโตแห่งแอตลาส มีคิวโคจรไปพบกับ "ตราไก่" ทีมชาติฝรั่งเศส อดีตคู่ปรับเก่าที่เพิ่งเอาชนะปารากวัยมาได้ โดยจะแข่งขันกันในวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคมนี้ ณ สนามฟ็อกซ์โบโร สเตเดียม รัฐแมสซาชูเซตส์ เพื่อแย่งตั๋วเข้าสู่รอบรองชนะเลิศต่อไป