สิ้นสุดการรอคอยสำหรับแฟนบอลชาวไทยในเรื่องลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดมหกรรมลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก หลังจากบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS และ บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MONO ประกาศคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ยิงยาวครอบคลุมทัวร์นาเมนต์สำคัญของฟีฟ่าไปจนถึงปี 2030
ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้าย ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน - 19 กรกฎาคม 2569 ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการเพิ่มโควตาทีมในรอบสุดท้ายเป็น 48 ทีม และเพิ่มจำนวนแมตช์การแข่งขันรวมเป็น 104 แมตช์
ซึ่งการขยับสิทธิ์ในไทยครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำทิศทางของ JAS ในการขยายพอร์ตโฟลิโอลิขสิทธิ์กีฬาระดับโลกในมือ หลังจากก่อนหน้านี้ได้สิทธิ์บริหารคอนเทนต์ใหญ่อย่าง พรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League), เอมิเรตส์ เอฟเอ คัพ (Emirates FA Cup), วอลเลย์บอลเวิลด์ (Volleyball World) และฟุตบอลยูโร (UEFA EURO) ไปแล้ว
เปิดโรดแมป "The Home of FIFA" ยิงยาวทัวร์นาเมนต์ใหญ่ถึงปี 2030
ความน่าสนใจของการดีลลิขสิทธิ์ในรอบนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก 2026 เท่านั้น แต่โครงสร้างข้อตกลงระหว่าง JAS และสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) มีลักษณะเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระยะยาวภายใต้วิสัยทัศน์ "The Home of FIFA in Thailand" ลากยาวไปจนถึงปี 2030 (พ.ศ. 2573)
ส่งผลให้แพลตฟอร์มในเครือจะได้รับสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดทัวร์นาเมนต์สำคัญของฟีฟ่าตลอด 4 ปีต่อจากนี้ ประกอบไปด้วย
- FIFA World Cup 2026 (ฟุตบอลโลก 2026 ชาย)
- FIFA Women's World Cup 2027 (ฟุตบอลโลกหญิง 2027)
- FIFA Intercontinental Cup (ฟุตบอลสโมสรชิงแชมป์อินเตอร์คอนติเนนตัล)
- FIFA World Cup 2030 (ฟุตบอลโลก 2030 ชาย) ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์ฉลองครบรอบ 100 ปีของฟุตบอลโลก