เรือธงเอไอ “ไชยชนก” เจอขุดอดีต 17 ปี เคลียร์ปมไม่เคยโวจบอังกฤษ
08 มิ.ย. 2569 | ขุนน้ำหมึก

ตำบลกระสุนตกชื่อ “ไชยชนก” และเรือธงเอไอพันล้าน เคลียร์ปมไม่เคยโวจบอังกฤษ ชีวิตลูกบ้านใหญ่ไม่ง่าย
Exclusive
08 มิ.ย. 2569 | ขุนน้ำหมึก

ตำบลกระสุนตกชื่อ “ไชยชนก” และเรือธงเอไอพันล้าน เคลียร์ปมไม่เคยโวจบอังกฤษ ชีวิตลูกบ้านใหญ่ไม่ง่าย
8 มิถุนายน 2569 มรสุมเอไอพันล้าน ไชยชนก เจอดราม่าขุดอดีต 17 ปีในอังกฤษ เหตุใดทายาทเนวินมาจบปริญญาตรีบุรีรัมย์
จากเด็กติดเกม ไชยชนก ปั้น อีสปอร์ต บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก้าวสู่ธุรกิจกีฬานานาชาติ นักการเมืองหนุ่มเคยฝันพร้อมนั่ง รมต. 3 กระทรวง
นาทีนี้ โปรเจกต์เรือธง TH-AI passport มูลค่า 1.6 พันล้านบาท และ “ไชยชนก ชิดชอบ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ไม่ต่างจากตำบลกระสุนตก
การจัดหาแพ็กเกจระดับพรีเมียม ของปัญญาประดิษฐ์แบบ Generative AI ให้ประชาชนเข้าถึงฟรี 5 ล้านคน ถูกตั้งคำถามมากมายถึงประชานิยมเอไอ
ไม่เพียงแต่การวิพากษ์วิจารณ์โปรเจกต์พันล้าน ยังล้วงลึกไปถึงเรื่องส่วนตัวของ “รัฐมนตรีนก” และโยงไปถึงตระกูลชิดชอบ
สุดสัปดาห์นี้ มีอินฟลูเอนเซอร์เปิดประเด็น “ไชยชนก” ไปใช้ชีวิตในอังกฤษ 17 ปี แต่เหตุใดมาจบปริญญาตรีเมืองไทย
กระทั่ง ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อดรนทนไม่ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Pavin Chachavalpongpun ว่า
“คนที่ตำหนิว่าไชยชนกอยู่อังกฤษมา 17 ปี แต่มาจบปริญญาตรีที่บุรีรัมย์คือ มหาลัยไทยมันแย่ตรงไหนเหรอคะ”
จะว่าไปแล้ว เรื่องส่วนตัวของ “ไชยชนก” ไม่เคยเป็นความลับ เขาให้สัมภาษณ์สื่อมาตลอดว่า ตนเองเกิดที่ จังหวัดนนทบุรี ก่อนย้ายไปอยู่ จังหวัดบุรีรัมย์ และย้ายอีกครั้งไปเรียนต่อที่โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย เชียงใหม่ จนถึงอายุ 7-8 ปี พ่อเนวินจึงส่งไปเรียนที่อังกฤษ
จริงๆ แล้ว ช่วงปลายปี 2568 โคแฟค (Cofact หรือ Collaborative Fact Checking) ได้ทำการตรวจสอบเรื่องการศึกษาของ “ไชยชนก” ในประเทศอังกฤษมาแล้ว
อันเนื่องมาจากสื่อหลายสำนักให้ข้อมูลว่า ไชยชนก จบจาก Millfield Preparatory School และเรียนต่อด้านเศรษฐศาสตร์การเงิน ก่อนจะเปลี่ยนมาเรียนด้านการจัดการการเงินระหว่างประเทศ แต่ก็ไม่ได้ระบุวุฒิและชื่อสถาบันการศึกษา
โคแฟคจึงได้ติดต่อพรรคภูมิใจไทย เพื่อขอข้อมูลประวัติการศึกษาของไชยชนก ก็ได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของพรรคเมื่อ 10 ก.ย. 2568 ว่า ไชยชนกจบการศึกษารัฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา บุรีรัมย์
สุดท้าย โคแฟคฟังจากคลิปการให้สัมภาษณ์ของไชยชนก และข้อมูลจากพรรคภูมิใจไทยสรุปได้ว่า
ไชยชนกเรียนที่ประเทศอังกฤษจริง แต่ไม่ได้จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยในอังกฤษ
หลังจากกลับมาเมืองไทย ไชยชนกจึงสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา บุรีรัมย์ เมื่อปี 2558 จบการศึกษารัฐศาสตรบัณฑิตเมื่อปี 2561 และเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรเมื่อปี 2563
อย่างไรก็ตาม ประชาชาติธุรกิจได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ “ไชยชนก” เมื่อ 22 มี.ค. 2568 โดยตอนหนึ่งเขาเล่าว่า
“...8 ขวบ ถูกส่งไปเรียนที่อังกฤษ ตอนแรกพูดภาษาอังกฤษแทบไม่ได้ เพื่อนทำอะไรก็ทำตาม ๆ กันไป สุดท้าย จึงคิดว่าต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตไม่เช่นนั้นก็ไม่รอด ทำให้ผ่านไปไม่ถึงเดือนพูดภาษาอังกฤษได้ดีขึ้น”
ไชยชนกกล่าวถึงชีวิตช่วงเรียนมหาวิทยาลัยที่อังกฤษว่า เลือกเรียนเศรษฐศาสตร์การเงิน ก่อนเปลี่ยนไปศึกษาต่อด้านการจัดการการเงินระหว่างประเทศ
ทายาท “เนวิน” ใช้ชีวิตอยู่ในอังกฤษ 17 ปี เมื่อถึงอายุ 25 ปี จึงเดินทางกลับจังหวัดบุรีรัมย์ ช่วยงานในครอบครัวเรื่องการตลาดทีมฟุตบอล และสนามแข่งรถ
“ผมเป็นเด็กติดเกม” ไชยชนกจะบอกกับสื่อสายกีฬาทุกครั้ง เมื่อเอ่ยถึงความสำเร็จของทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต
“ผมได้มีโอกาสทำในสิ่งที่ตัวเองชอบเป็นธุรกิจ มันเป็นความรู้สึกที่แปลกเหมือนกัน” ซึ่งโลกแห่งอีสปอร์ต มันคืออุตสาหกรรมเกมและสามารถสร้างเม็ดเงินได้อย่างมหาศาล
ผู้สื่อข่าวสายกีฬาฟุตบอลเวลาไปทำข่าวที่บุรีรัมย์ จะคุ้นเคยกับชายหนุ่มสวมแว่นตาทรงกลม และเสื้อฮูดแขนยาวสีกรมท่า ในฐานะรองผู้อำนวยการสายงานการตลาดและการสื่อสาร บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำกัด
แล้ววันหนึ่ง ไชยชนกก็รับมรดกการเมืองจากพ่อเนวิน และเมื่อต้นปี 2568 เขายังเป็น ส.ส. บุรีรัมย์ สมัยแรก ถูกถามว่า หากมีโอกาสเป็นรัฐมนตรี ตัวเขาถนัดกระทรวงไหน
“สส. นก” ตอบว่า มี 3 กระทรวงคือ ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และวัฒนธรรม
ปลายปีเดียวกัน ฝันก็เป็นจริง เมื่อไชยชนกได้นั่ง รมว.ดีอี รัฐบาลอนุทิน 1 และได้นั่งกระทรวงเดิมต่อในรัฐบาลอนุทิน 2
ข่าวล่าสุด