เนชั่นทีวี

ข่าว

โรนัลโด้ปลดล็อก! ซัดเบิ้ลพา อัล นาสเซอร์ ทุบ ดามัค 4-1 ผงาดแชมป์ซาอุดีโปรลีกหนแรกในรอบ 7 ปี

22 พ.ค. 2569 | apirak_pra

โรนัลโด้ปลดล็อก! ซัดเบิ้ลพา อัล นาสเซอร์ ทุบ ดามัค 4-1 ผงาดแชมป์ซาอุดีโปรลีกหนแรกในรอบ 7 ปี

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ วัย 41 ปี ระเบิดฟอร์มทำสองประตูพา อัล นาสเซอร์ ชนะ ดามัค 4-1 คว้าแชมป์ซาอุดี โปรลีก ปลดล็อกถ้วยรางวัลใหญ่ครั้งแรกนับตั้งแต่ย้ายร่วมทีม

ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในศึกฟุตบอล ซาอุดี โปรลีก (Saudi Pro League) นัดปิดฤดูกาลเมื่อ อัล นาสเซอร์ สามารถล็อกตำแหน่งแชมป์ลีกสูงสุดมาครองได้สำเร็จเป็นสมัยที่ 11 ของสโมสร และเป็นหนแรกนับตั้งแต่ปี 2019 สิ้นสุดการผูกขาดความยิ่งใหญ่ของคู่ปรับร่วมเมืองลงได้อย่างเด็ดขาด

ชัยชนะในเกมนัดสุดท้ายนี้ส่งผลให้ อัล นาสเซอร์ เก็บแต้มทะยานขึ้นรั้งอันดับ 1 ของตารางคะแนนอย่างเป็นทางการ โดยมีแต้มเฉือนชนะคู่ปรับตลอดกาลอย่าง อัล ฮิลาล ไปเพียง 2 คะแนนเท่านั้น ซึ่งความน่าทึ่งคือ อัล ฮิลาล ต้องอกหักจบตำแหน่งรองแชมป์ป้ายแดง ทั้งที่พวกเขาสร้างสถิติสุดโหดด้วยการ "ไม่แพ้ใครเลยตลอดการแข่งขันทั้ง 34 นัด" ในฤดูกาลนี้ แต่จังหวะเสมอที่มากเกินไปส่งผลให้ถูกทีมของโรนัลโด้ปาดหน้าคว้าแชมป์ไปครองในวินาทีสุดท้าย

โรนัลโด้ปลดล็อก! ซัดเบิ้ลพา อัล นาสเซอร์ ทุบ ดามัค 4-1 ผงาดแชมป์ซาอุดีโปรลีกหนแรกในรอบ 7 ปี

ศาสตร์ความเก๋าวัย 41 ปี: ซัดฟรีคิก-เบิ้ลสองพาแชมป์เข้าป้าย

รูปเกมในสนามเป็นไปอย่างเข้มข้น โดยก่อนที่โรนัลโด้จะระเบิดฟอร์มในครึ่งหลัง อัล นาสเซอร์ ได้ประตูออกนำและคุมสถานการณ์เอาไว้ได้จากผลงานของ ซาดิโอ มาเน่ และ คิงสลีย์ โกมัน ที่ช่วยกันทำประตูขนาบข้างช่วงก่อนและหลังพักครึ่งเวลา

  • ฟรีคิกปลดล็อก (นาทีที่ 60): ในขณะที่อัล นาสเซอร์ นำอยู่ 2-1 และเผชิญความกดดันจากการไล่บี้ของดามัค คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็โชว์ความเหนือชั้นเรียกเสียงฮือฮาจากแฟนบอลทั่วสนามด้วยการปั่นฟรีคิกสุดสวยจากกราบซ้าย บอลโค้งฝ่าแนวรับเบียดเสาเข้าตาข่ายอย่างงดงาม ช่วยให้ทีมหนีห่างเป็น 3-1
  • ประตูปิดกล่อง (นาทีที่ 82): โรนัลโด้มาทำประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ จากจังหวะหาพื้นที่ว่างในกรอบเขตโทษก่อนซัดเสยเพดานตาข่ายเข้าไปอย่างเด็ดขาดตอกฝาโลงให้ทีมชนะขาดลอย 4-1 พร้อมขยับสถิติพังประตูในลีกซีซั่นนี้ของตนเองไปอยู่ที่ 27 และ 28 ประตูตามลำดับ

หลังทำประตูตอกย้ำชัยชนะอย่างเป็นทางการ กล้องจับภาพไปที่ยอดแข้งเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัย ซึ่งอยู่ในอาการตื้นตันและหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความโล่งอกและความปิติยินดี ก่อนที่เขาจะถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 87 ท่ามกลางเสียงปรบมือและการลุกขึ้นยืนให้เกียรติ (Standing Ovation) จากแฟนบอลนับหมื่นคนทั่วทั้งสนาม

โรนัลโด้ปลดล็อก! ซัดเบิ้ลพา อัล นาสเซอร์ ทุบ ดามัค 4-1 ผงาดแชมป์ซาอุดีโปรลีกหนแรกในรอบ 7 ปี

"Yalla Nassr" สารจากกัปตันผู้เตรียมสร้างประวัติศาสตร์บอลโลกหนที่ 6

ทันทีเสร็จสิ้นพิธีการชูถ้วยรางวัลแชมป์พรีเมียร์ลีกซาอุฯ โรนัลโด้ได้โพสต์วิดีโอประวัติศาสตร์ขณะฉลองชัยร่วมกับเพื่อนร่วมทีมลงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียส่วนตัว พร้อมข้อความสั้นๆ แต่เปี่ยมด้วยความหมายว่า "มันมีความหมายต่อพวกเรามากจริงๆ" พร้อมทิ้งท้ายคำฮิตภาษาอาหรับว่า "Yalla Nassr" (ลุยเลย อัล นาสเซอร์) ซึ่งเป็นคำร้องเชียร์ยอดนิยมของแฟนบอลสโมสร

ความสำเร็จระดับสโมสรในครั้งนี้ เกิดขึ้นเพียง 2 วันหลังจากที่โรนัลโด้เพิ่งได้รับข่าวดีระดับชาติ โดยมีชื่อติดเป็นหนึ่งในขุมกำลังทัพนักเตะทีมชาติโปรตุเกส เพื่อเตรียมเดินทางไปลุยศึกฟุตบอลโลก 2026 กลางปีนี้ ซึ่งการลงสนามในทัวร์นาเมนต์นี้จะส่งผลให้เขากลายเป็นนักฟุตบอลคนแรกในประวัติศาสตร์โลกที่ได้ลงเล่นในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมากที่สุดถึง 6 สมัย

การเถลิงแชมป์ซาอุดีโปรลีกของอัล นาสเซอร์ ภายใต้การนำทัพของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในช่วงกลางปี 2569 ถือเป็นการลบคำสบประมาทของนักวิจารณ์ที่เคยมองว่าการย้ายมาตะวันออกกลางของเขาเป็นเพียงการมาเพื่อขุดทองในช่วงปลายอาชีพค้าแข้ง แนวโน้มหลังจากนี้ความสำเร็จและถ้วยรางวัลใบนี้จะช่วยสร้างเสถียรภาพและแรงดึงดูดครั้งใหญ่ให้แก่ระบบลีกซาอุฯ ในการดึงสตาร์ระดับโลกเข้ามาเพิ่มเติม ข้อสังเกตสำคัญคือ แม้สังขารจะล่วงเลยเข้าสู่วัย 41 ปี แต่สภาพความฟิต สัญชาตญาณกองหน้า และความเฉียบขาดในจังหวะลูกตั้งเตะของโรนัลโด้ก็ยังคงเป็นอาวุธร้ายแรงระดับโลก ยืนยันว่าเขายังคงมีความพร้อมเต็มร้อยในการเป็นหัวหมู่ทะลวงฟันพาทัพฝอยทองโปรตุเกสไปไล่ล่าความสำเร็จในศึกฟุตบอลโลกปีนี้ได้อย่างแน่นอน