กองทัพสหรัฐฯ ระบุชัดเจนว่า กำลังพลทั้งหมดกำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวดในการ "บังคับใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเล (Blockade) ต่อท่าเรือทุกแห่งของอิหร่าน" เพื่อตัดเส้นทางโลจิสติกส์ ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นสอดรับกับคำเตือนล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ยื่นคำขาดคำรบใหม่ว่า อิหร่านจะต้องเผชิญกับการตอบโต้อย่างรุนแรงถึงที่สุด (Very Drastic Action) หากไม่ยอมส่งมอบคลังเก็บแร่ยูเรเนียมทั้งหมดให้แก่ทางการสหรัฐฯ
ขณะเดียวกัน ทางฝั่งกองทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) แถลงตอบโต้เชิงสัญลักษณ์ โดยระบุว่าในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีเรือสินค้าและเรือบรรทุกน้ำมันจำนวน 31 ลำ เดินเรือผ่าน "ช่องแคบฮอร์มุซ" ยุทธศาสตร์สำคัญของโลก ภายใต้การควบคุมและ "ประสานงาน" ของกองกำลังอิหร่านอย่างเบ็ดเสร็จ
3. ตลาดน้ำมันโลกดีดกลับ 2% นักลงทุนผวาดีลล่ม-ปมคลังยูเรเนียม
ความไม่แน่นอนจากเงื่อนไขการส่งมอบคลังยูเรเนียมและการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้เกิดแรงเทซื้อในตลาดพลังงานโลก ดันให้ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงขึ้นทันที หลังจากดิ่งลงไปในช่วงก่อนหน้าเนื่องจากข่าวลือการหยุดยิง
- น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent): พุ่งขึ้น 2.38 ดอลลาร์ หรือคิดเป็น +2.3% ปิดตลาดที่ราคา 104.96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI): พุ่งขึ้น 1.73 ดอลลาร์ หรือคิดเป็น +1.8% ปิดตลาดที่ราคา 98.08 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
4. สหรัฐฯ พักดีลขายอาวุธให้ไต้หวันชั่วคราว เหตุต้องสำรองกระสุนทำศึกอิหร่าน
ผลกระทบของสงครามครั้งนี้ขยายวงกว้างไปถึงภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เมื่อ หว่อง เกา (Hung Cao) รักษาการเลขาธิการกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้แถลงต่อคณะอนุกรรมการจัดสรรงบประมาณด้านการป้องกันประเทศของวุฒิสภาสหรัฐฯ ยอมรับว่า สหรัฐฯ ได้สั่ง "ระงับการขายอาวุธให้แก่ไต้หวันชั่วคราว" การเปิดเผยนี้เกิดขึ้นหลังจากถูกตั้งคำถามโดย มิตช์ แมคคอนเนลล์ (Mitch McConnell) แกนนำระดับสูงของพรรครีพับลิกัน โดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ให้เหตุผลว่า จำเป็นต้องกักตุนและสำรองยุทธภัณฑ์และลูกกระสุนปืนใหญ่ทั้งหมดไว้ให้กองทัพอเมริกันใช้ในปฏิบัติการ "Epic Fury" เพื่อให้มั่นใจว่ากองทัพมีอาวุธเพียงพอในการบดขยี้เตหะราน ซึ่งสร้างความกังวลใจให้แก่คณะกรรมาธิการของวุฒิสภาเกี่ยวกับช่องว่างความมั่นคงในช่องแคบไต้หวัน
5. แฉความเสียหายสงคราม: สภาชาดอิหร่านเผยช่วยคนใต้ซากตึกกว่า 7 พันชีวิต-จวกยับถล่มสถาบันวิจัย
หน่วยงานบรรเทาทุกข์ของอิหร่านเริ่มเปิดเผยข้อมูลความสูญเสียทางมนุษยธรรมในแดนเปอร์เซีย โดยสภากาชาดอิหร่าน (IRCS) ได้เผยแพร่ภาพวิดีโอหลักฐานเป็นครั้งแรก แสดงให้เห็นนาทีชีวิตที่เจ้าหน้าที่อาสาสมัครระดมกำลังขุดค้นและช่วยเหลือประชาชนขึ้นมาจากซากปรักหักพังของอาคารที่พักอาศัยหลายชั้นที่พังทลายลงจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอล
รายงานระบุว่า ในช่วงสัปดาห์ของการระเบิดปูพรมตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ จนถึงวันประกาศหยุดยิงชั่วคราวเมื่อวันที่ 8 เมษายน เจ้าหน้าที่สามารถ "ช่วยเหลือพลเรือนที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังให้รอดชีวิตมาได้มากกว่า 7,200 คน" นอกจากนี้ นายเอสมาอิล บาฆาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ออกมาแถลงประณามกรณีที่กองทัพสหรัฐฯ และอิสราเอลร่วมกันทิ้งระเบิดโจมตี "สถาบันปาสเตอร์แห่งอิหร่าน" (Pasteur Institute of Iran) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยทางการแพทย์และสาธารณสุขระดับโลกที่มีอายุเก่าแก่กว่าหนึ่งศตวรรษ โดยอิหร่านตราหน้าว่านี่คือ "อาชญากรรมสงครามที่เจตนาทำลายล้างสิทธิในการเข้าถึงสาธารณสุขของพลเรือน" ซึ่งวารสารการแพทย์ระดับโลกอย่าง The Lancet และองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ร่วมยืนยันว่าสถาบันดังกล่าวได้รับความเสียหายอย่างหนักจนไม่สามารถใช้งานการแพทย์ได้อีกต่อไป
6. ศึกชายแดนยังเดือด: อิสราเอลสอยกู้ชีพเลบานอนดับ 4 ศพ-ปืนใหญ่ถล่มซีเรีย
แม้ว่าจะมีมาตรการหยุดยิงในแนวรบอิหร่าน แต่ในแนวรบตัวแทน (Proxy War) โดยเฉพาะประเทศรอบข้างยังคงมีการปะทะรุนแรง
7. อิสราเอลเนรเทศกลุ่มนักกิจกรรมเรือกู้ภัย Gaza Flotilla หลังจับกุมน่านน้ำสากล
เกิดกระแสประท้วงในหลายประเทศของยุโรปและเอเชีย หลังจากทางการอิสราเอลได้ทำการเนรเทศนักกิจกรรมเพื่อสิทธิมนุษยชนจากกลุ่ม "Global Sumud Flotilla" ที่เดินทางเรือขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์มุ่งหน้าสู่ฉนวนกาซา แต่ถูกกองทัพเรืออิสราเอลบุกยึดเรือและจับกุมตัวกลางน่านน้ำสากลในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
ล่าสุด กลุ่มนักกิจกรรมที่ถูกเนรเทศได้เดินทางถึงสนามบินในกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี และกรุงโรม ประเทศอิตาลี โดยหลายคนยังคงสวมชุดนักโทษของเรือนจำอิสราเอลเพื่อเป็นการประท้วง โดย แคทริโอนา แกรแฮม (Catriona Graham) หนึ่งในนักกิจกรรมที่ปรากฏในคลิปวิดีโอถูกทหารอิสราเอลผลักล้มลงกับพื้น เปิดเผยกับสื่อว่ากองทัพอิสราเอลพร้อมที่จะใช้ความรุนแรงระดับสูงสุดกับกลุ่มอาสาสมัครไร้อาวุธ
ด้าน นายซูกีโอโน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย แถลงยืนยันว่า พลเมืองชาวอินโดนีเซีย 9 รายที่อยู่บนเรือดังกล่าวได้รับการปล่อยตัวถึงตุรกีอย่างปลอดภัย พร้อมออกแถลงการณ์ "ประณามอย่างรุนแรงต่อการทารุณกรรมและการปฏิบัติต่อเพื่อนมนุษย์อย่างไม่เป็นธรรมของกองทัพอิสราเอล" ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน
8. รายงานพิเศษจากวอชิงตัน: พรรคเดโมแครตปิดปากเงียบ ไม่เอ่ยถึง "กาซา-อิสราเอล" ในรายงานสรุปบทเรียนแพ้เลือกตั้ง
อาลี ฮาร์บ ผู้สื่อข่าวการเมืองรายงานบทวิเคราะห์เชิงลึกจากฝั่งสหรัฐฯ ระบุว่า พรรคเดโมแครตได้เผยแพร่รายงานสรุปบทเรียนความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2024 (Autopsy Report) ความยาว 192 หน้า ทว่าสิ่งที่สร้างความตกตะลึงให้แก่นักวิเคราะห์คือ "ไม่มีการกล่าวถึงคำว่า กาซา หรือ อิสราเอล เลยแม้แต่คำเดียวในรายงาน"
ทั้งที่ในความเป็นจริง ผลสำรวจจากสถาบันนโยบาย IMEU ในปี 2025 ชี้ชัดว่า นโยบายของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่อนุมัติงบประมาณและอาวุธมูลค่ากว่า 18,000 ล้านดอลลาร์ให้แก่อิสราเอลในการทำสงครามในกาซา เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้กลุ่มผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งหัวก้าวหน้าและชาวอเมริกันเชื้อสายอาหรับปฏิเสธที่จะลงคะแนนเสียงให้ กมลา แฮร์ริส จนทำให้พรรคพ่ายแพ้อย่างยับเยินและเปิดทางให้โดนัลด์ ทรัมป์ กลับเข้าสู่ทำเนียบขาวและเปิดฉากสงครามครั้งใหม่กับอิหร่านในปัจจุบัน