“ชัยชนะ” เปิดข้อมูลจีนเทา เปิด KTV หรู ฟอกเงินย่านรัชดา
22 พ.ค. 2569 | prisana_tha

“ชัยชนะ เดชเดโช” เปิดข้อมูลจีนเทาใช้คนไทยถือหุ้นแทน เปิด KTV หรู-ร้านหม่าล่า ฟอกเงิน มั่วยา ย่านรัชดา-เหม่งจ๋าย
ข่าว
22 พ.ค. 2569 | prisana_tha

“ชัยชนะ เดชเดโช” เปิดข้อมูลจีนเทาใช้คนไทยถือหุ้นแทน เปิด KTV หรู-ร้านหม่าล่า ฟอกเงิน มั่วยา ย่านรัชดา-เหม่งจ๋าย
22 พฤษภาคม 2569 นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายหลังพรรคประชาธิปัตย์ เปิดคลินิกทนายอาสาพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับกลุ่มจีนเทา ที่ถือพาสปอร์ตสัญชาติอื่น กลับประเทศจีนไม่ได้ และมาประกอบกิจการในประเทศไทย มีความเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ต่างชาติ และมาฟอกเงินผ่านกิจการต่างๆ ในประเทศไทย ทั้งร้านอาหาร สถานบันเทิง รวมถึงยังมีร้านหม่าล่า ร้าน KTV หรือห้องคาราโอเกะหรู ซึ่งมีการเสพยากันในห้อง ซุปเปอร์มาเก็ต บนถนนรัชดา ย่านเหม่งจ๋าย และย่านอาร์ซีเอ ซึ่งร้านดังกล่าวเป็นของกลุ่มคนจีนสีเทา โดยว่าจ้าง "ม้า" ซึ่งเป็นคนไทยมาจดทะเบียนธุรกิจการค้า และถือหุ้นแทน
พบว่ารายได้ไม่สัมพันธ์กับการลงทุน มีรายได้ 30–100 ล้านบาท และสถานบันเทิงดังกล่าวยังไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการตามกฎหมาย เปิดบริการเกินเวลาที่กำหนดจนถึงเช้า พบการมั่วสุมยาเสพติด
กลุ่มจีนเทาดังกล่าวจะมีบ้านพักอยู่ในหมู่บ้านหรูชานเมือง และมีบัญชีม้า ซึ่งเป็นเครือข่าย "คอกม้า" โดยเจ้าของคอกม้ามีอักษรย่อ “ร.” เคยถูกจับฐานลักลอบเข้ากัมพูชาโดยผิดกฎหมายเมื่อปี 2563 บุคคลนี้เคยมีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่ปัจจุบันอาศัยที่จังหวัดนนทบุรี
นายชัยชนะ ยังได้เปิดผังคอกม้าที่มีทั้งเจ้าของคอก หรือ นาย ร. และยังมีฝ่ายบัญชีคอยกดเงิน มีผู้ถือครองทรัพย์สิน ซึ่งทรัพย์สินของนาย ร. จะนำฝากไว้ที่เพื่อน 2 คน เป็นยานพาหนะ และที่ดินฝากไว้ที่บิดาและมารดา รวมถึง นาย ร. ยังมีการจดทะเบียนบริษัท แต่ไม่มีการส่งงบการเงิน เช่นเดียวกับมารดา นาย ร. ก็มีการจดทะเบียนบริษัท แต่ไม่เคยส่งงบการเงิน และที่น่าแปลกใจ พบว่ามีทรัพย์สินจำนวนมาก และยังมีบ้านหรูมูลค่า 20 ล้านบาทย่านนนทบุรี โดยตนมีข้อมูลทั้งหมด และจะส่งต่อให้นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร เพื่อเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายต่อไป
นายชัยชนะ เปิดเผยข้อมูลของนาย ร. เพิ่มเติมว่า นาย ร. ที่เป็นเจ้าของคอกม้า เป็นผู้ชาย อายุ 30 ปี แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง และผู้ที่ทำหน้าที่ผู้จัดการคอกม้า ก็เคยต้องคดีเช่นเดียวกัน ทราบว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายให้กับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัดให้ปราบปรามเรื่องดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ตนในฐานะนิติบัญญัติ จะติดตามและตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างเคร่งครัดเช่นเดียวกัน เพราะหากไม่หยุดยั้งแก๊งสแกมเมอร์ สังคมไทยจะยังมีปัญหาอาชญากรรมเกิดขึ้น
นายชัยชนะ ยังกล่าวถึงกรณีที่ชาวจีนเทามาเปิดธุรกิจ KTV ในประเทศไทยว่า พบมีการดัดแปลงสภาพอาคาร ซึ่งภายในอาคารมีการแบ่งเป็นห้องคล้ายผับส่วนตัว มีการมั่วสุมยาเสพติด ซึ่งมีมูลค่าการก่อสร้างไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท และกลุ่มจีนเทาจะเลือกพื้นที่อาคารพาณิชย์ และปรับปรุงให้เป็นผับย่อมๆ มีการมั่วสุม ซึ่งเรื่องดังกล่าวตนไม่ทราบว่า กรุงเทพมหานครทราบหรือไม่ โดยเฉพาะนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครทราบด้วยหรือไม่ว่า มีการดัดแปลงสภาพอาคาร และได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านหม่าล่า สถานบันเทิง และ KTV ในพื้นที่สุ่มเสี่ยงว่า เป็นไปตามกฎหมายหรือข้อกำหนดของกรุงเทพมหานครบ้างหรือไม่ เพราะจากสมัยที่ตนดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจฯ และได้ลงไปตรวจสอบพื้นที่ที่กระทำผิด จนถึงขณะนี้ อาคารเหล่านี้ก็ยังคงเปิดกิจการอยู่ ดังนั้น หลังจากนี้ จะส่งเรื่องให้คณะกรรมาธิการการตำรวจชุดใหม่ ซึ่งตนในฐานะกรรมาธิการฯ ด้วย ก็จะไปตรวจสอบอีกครั้ง เพราะได้หลักฐานเส้นเงินและตัวละครครบถ้วนแล้ว
ข่าวล่าสุด