เนชั่นทีวี

ข่าว

จลาจลคลั่ง! ม็อบคองโกบุกเผาเต็นท์ รพ. แย่งศพผู้ติดเชื้ออีโบลา เหตุคิดว่าเป็นเรื่องโกหกหลอกเงิน

22 พ.ค. 2569 | apirak_pra

จลาจลคลั่ง! ม็อบคองโกบุกเผาเต็นท์ รพ. แย่งศพผู้ติดเชื้ออีโบลา เหตุคิดว่าเป็นเรื่องโกหกหลอกเงิน

เกิดเหตุจลาจลรุนแรงในดีอาร์ คองโก เมื่อประชาชนบุกเผาเต็นท์กักกันโรคและแย่งศพนักฟุตบอลดังที่เสียชีวิตจากอีโบลาพันธุ์ใหม่ เหตุชาวบ้านไม่เชื่อว่าโรคนี้มีอยู่จริง

วิกฤตการณ์แพร่ระบาดของโรคไวรัสอีโบลา สายพันธุ์บุนดิบูเกียว (Bundibugyo virus) ในภูมิภาคแอฟริกากลาง ดิ่งสู่ความโกลาหลและเผชิญหน้ากับความรุนแรงทางสังคม เมื่อสำนักข่าวบีบีซีแอฟริการายงานเหตุจลาจล ณ โรงพยาบาลทั่วไปรวามพารา (Rwampara General Hospital) เมืองบูเนีย ศูนย์กลางการระบาดในจังหวัดอิตูรี (Ituri) ทางตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) หลังกลุ่มมวลชนจำนวนมากเกิดความโกรธแค้นและก่อเหตุบุกเผาทำลายสถานพยาบาล

ชนวนเหตุของความรุนแรงเกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ปฏิเสธและขัดขวางไม่ให้ครอบครัวและกลุ่มเพื่อนสนิท นำร่างของชายหนุ่มรายหนึ่งที่เสียชีวิตจากไวรัสอีโบลาออกจากโรงพยาบาลเพื่อไปประกอบพิธีศพตามประเพณี เนื่องจากซากศพของผู้เสียชีวิตจากไวรัสชนิดนี้มีปริมาณเชื้อสูงและพร้อมแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว ทางการจึงจำเป็นต้องจัดการฝังศพอย่างปลอดภัยตามหลักเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ทว่ากลุ่มผู้ประท้วงกลับตอบโต้ด้วยการระดมปาหินเข้าใส่ตัวอาคาร และจุดไฟเผาเต็นท์สนามที่เป็นวอร์ดแยกกักกันโรคไป 2 หลัง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องตัดสินใจยิงปืนขู่ขึ้นฟ้าเพื่อสลายการจลาจล และต้องส่งกองกำลังทหารเข้ามาอารักขาบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าทันที

จลาจลคลั่ง! ม็อบคองโกบุกเผาเต็นท์ รพ. แย่งศพผู้ติดเชื้ออีโบลา เหตุคิดว่าเป็นเรื่องโกหกหลอกเงิน

1. แม่เชื่อลูกตายเพราะไข้รากสาด-ชี้ รพ. แต่งเรื่องหวังเงินบริจาค

รายงานระบุว่า ชายหนุ่มที่เสียชีวิตเป็นนักฟุตบอลชื่อดังที่ลงเล่นให้แก่สโมสรท้องถิ่นหลายแห่งในพื้นที่ ทำให้เขามีกลุ่มผู้ติดตามและแฟนบอลเป็นจำนวนมาก โดยฌอง โคลด มูเคนดิ ผู้ประสานงานฝ่ายตอบโต้ความมั่นคงโรคอีโบลาในจังหวัดอิตูรี ยอมรับว่า ประชาชนที่ก่อเหตุยังขาดความเข้าใจในความน่ากลัวของโรคนี้อย่างรุนแรง ขณะที่มารดาของนักฟุตบอลผู้ล่วงลับให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า เธอเชื่อมั่นว่าลูกชายเสียชีวิตจากโรคไข้รากสาดใหญ่ (Typhoid Fever) ไม่ใช่อีโบลาตามที่โรงพยาบาลกล่าวอ้าง

ด้าน ลุก มาเลมเบ มาเลมเบ นักการเมืองท้องถิ่นผู้เห็นเหตุการณ์ ได้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างทางสังคมอย่างตรงไปตรงมาว่า ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลยังคงขาดการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง และมีประชากรกลุ่มใหญ่ที่ปักใจเชื่อว่า "ไวรัสอีโบลาไม่มีอยู่จริง แต่เป็นเรื่องที่ NGOs และโรงพยาบาลต่างชาติกุเรื่องขึ้นมาเพื่อหลอกลวงเงินบริจาค" ซึ่งเหตุการณ์เผาเต็นท์ในครั้งนี้ ส่งผลให้มีศพผู้ติดเชื้อรายหนึ่งถูกไฟคลอกซ้ำจนไหม้เกรียมในระหว่างรอดำเนินการฝัง และทำให้นักกิจกรรมทางการแพทย์ได้รับบาดเจ็บ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเกิดความวุ่นวาย มีกระแสข่าวลือว่าผู้ป่วยอีโบลาอาการรุนแรง 6 รายที่นอนรักษาตัวอยู่ในเต็นท์กักโรคได้ฉวยโอกาสหลบหนีออกจากพื้นที่จนอาจกลายเป็น "ซูเปอร์สเปรดเดอร์" (Super-spreader) แพร่กระจายเชื้อสู่ชุมชนเมือง แต่ล่าสุด องค์กรการกุศลทางการแพทย์ "Alima" ซึ่งเป็นผู้ดูแลวอร์ดสนามดังกล่าว ออกมายืนยันว่า สามารถควบคุมตัวและโยกย้ายผู้ป่วยทั้ง 6 รายเข้ามาดูแลในตึกโรงพยาบาลหลักได้อย่างปลอดภัยครบทุกรายแล้ว

จลาจลคลั่ง! ม็อบคองโกบุกเผาเต็นท์ รพ. แย่งศพผู้ติดเชื้ออีโบลา เหตุคิดว่าเป็นเรื่องโกหกหลอกเงิน

2. ตัวเลขขัดแย้ง! รัฐมนตรีแฉยอดดับพุ่ง 159 ศพ-ทีมชาติสั่งเบรกซ้อมบอลโลก

สถานการณ์ความรุนแรงของโรคร้ายสะท้อนผ่านตัวเลขทางสถิติที่มีความขัดแย้งกันระหว่างหน่วยงานสากลและรัฐบาลท้องถิ่น โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตสะสมอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 139 ราย จากเคสต้องสงสัย 600 ราย ทว่าในวันเดียวกัน นายซามูเอล โรเจอร์ กัมบา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขคองโก ได้แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ RTNC TV ยืนยันตัวเลขที่น่ากลัวกว่าว่า ปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตที่ขึ้นทะเบียนในระบบของรัฐบาลพุ่งสูงถึง 159 ราย แล้ว

วิกฤตการณ์ในครั้งนี้ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อวงการกีฬาชาติ โดยสมาคมฟุตบอลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ได้ประกาศ "ยกเลิกแคมป์ฝึกซ้อมปรีเวิลด์คัพ (Pre-World Cup Training Camp)" ของทีมฟุตบอลทีมชาติชุดใหญ่ในกรุงคินชาซา เมืองหลวงของประเทศทันที เพื่อความปลอดภัยของนักเตะและทีมงาน

 

3. ยูกันดาสั่งล็อกดาวน์พรมแดนถาวร-ช็อกข้ามเขตโผล่พื้นที่กบฏ M23

หลังจากตรวจพบผู้ติดเชื้อยืนยัน 2 รายและเสียชีวิต 1 รายในประเทศเพื่อนบ้าน ล่าสุดรัฐบาลยูกันดาได้ยกระดับมาตรการขั้นสูงสุด โดยประกาศ "สั่งระงับการให้บริการเที่ยวบิน รถโดยสารประจำทาง และระบบขนส่งสาธารณะทุกชนิดที่เดินทางข้ามพรมแดนมาจากดีอาร์คองโกเป็นการชั่วคราว" ควบคู่ไปกับการสั่งแบนเรือเฟอร์รี่โดยสารทุกชนิดบนแม่น้ำเซมลิกิ (Semliki River) ซึ่งเป็นแนวพรมแดนธรรมชาติระหว่างสองประเทศ เพื่อปิดประตูตายสกัดกั้นเชื้อสายพันธุ์บุนดิบูเกียวที่ปัจจุบันยังคงไม่มีวัคซีนหรือยารักษาจำเพาะ และต้องใช้เวลาวิจัยอีกอย่างน้อย 9 เดือน

นอกจากนี้ ดร.ฌอง กาเซยา ผู้อำนวยการ Africa CDC แสดงความกังวลใจอย่างหนักหลังจาก กลุ่มกบฏ M23 ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธที่ทรงอิทธิพลและควบคุมพื้นที่ทางตะวันออกของประเทศ ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันการพบผู้ติดเชื้ออีโบลาเพศชายอายุ 28 ปี เสียชีวิตเป็นรายแรกใน จังหวัดคิวูใต้ (South Kivu) ซึ่งอยู่ห่างไกลจากจุดศูนย์กลางการระบาดเดิมหลายร้อยกิโลเมตร โดยผู้ตายมีประวัติเดินทางมาจากเมืองคิซานกานี (Kisangani) เมืองยุทธศาสตร์ที่ยังไม่เคยมีประวัติการระบาดมาก่อน ซึ่งนักระบาดวิทยาหวั่นเกรงว่า การที่โรคแพร่เข้าสู่พื้นที่สู้รบและเขตอิทธิพลของกลุ่มกบฏที่ไร้ความเชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข จะกลายเป็นหลุมดำขนาดใหญ่ที่ทำให้เชื้อร้ายระเบิดวงกว้างข้ามพรมแดนในทวีปแอฟริกาและลามสู่สากลได้ง่ายขึ้น