2. ตัวเลขขัดแย้ง! รัฐมนตรีแฉยอดดับพุ่ง 159 ศพ-ทีมชาติสั่งเบรกซ้อมบอลโลก
สถานการณ์ความรุนแรงของโรคร้ายสะท้อนผ่านตัวเลขทางสถิติที่มีความขัดแย้งกันระหว่างหน่วยงานสากลและรัฐบาลท้องถิ่น โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตสะสมอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 139 ราย จากเคสต้องสงสัย 600 ราย ทว่าในวันเดียวกัน นายซามูเอล โรเจอร์ กัมบา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขคองโก ได้แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ RTNC TV ยืนยันตัวเลขที่น่ากลัวกว่าว่า ปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตที่ขึ้นทะเบียนในระบบของรัฐบาลพุ่งสูงถึง 159 ราย แล้ว
วิกฤตการณ์ในครั้งนี้ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อวงการกีฬาชาติ โดยสมาคมฟุตบอลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ได้ประกาศ "ยกเลิกแคมป์ฝึกซ้อมปรีเวิลด์คัพ (Pre-World Cup Training Camp)" ของทีมฟุตบอลทีมชาติชุดใหญ่ในกรุงคินชาซา เมืองหลวงของประเทศทันที เพื่อความปลอดภัยของนักเตะและทีมงาน
3. ยูกันดาสั่งล็อกดาวน์พรมแดนถาวร-ช็อกข้ามเขตโผล่พื้นที่กบฏ M23
หลังจากตรวจพบผู้ติดเชื้อยืนยัน 2 รายและเสียชีวิต 1 รายในประเทศเพื่อนบ้าน ล่าสุดรัฐบาลยูกันดาได้ยกระดับมาตรการขั้นสูงสุด โดยประกาศ "สั่งระงับการให้บริการเที่ยวบิน รถโดยสารประจำทาง และระบบขนส่งสาธารณะทุกชนิดที่เดินทางข้ามพรมแดนมาจากดีอาร์คองโกเป็นการชั่วคราว" ควบคู่ไปกับการสั่งแบนเรือเฟอร์รี่โดยสารทุกชนิดบนแม่น้ำเซมลิกิ (Semliki River) ซึ่งเป็นแนวพรมแดนธรรมชาติระหว่างสองประเทศ เพื่อปิดประตูตายสกัดกั้นเชื้อสายพันธุ์บุนดิบูเกียวที่ปัจจุบันยังคงไม่มีวัคซีนหรือยารักษาจำเพาะ และต้องใช้เวลาวิจัยอีกอย่างน้อย 9 เดือน
นอกจากนี้ ดร.ฌอง กาเซยา ผู้อำนวยการ Africa CDC แสดงความกังวลใจอย่างหนักหลังจาก กลุ่มกบฏ M23 ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธที่ทรงอิทธิพลและควบคุมพื้นที่ทางตะวันออกของประเทศ ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันการพบผู้ติดเชื้ออีโบลาเพศชายอายุ 28 ปี เสียชีวิตเป็นรายแรกใน จังหวัดคิวูใต้ (South Kivu) ซึ่งอยู่ห่างไกลจากจุดศูนย์กลางการระบาดเดิมหลายร้อยกิโลเมตร โดยผู้ตายมีประวัติเดินทางมาจากเมืองคิซานกานี (Kisangani) เมืองยุทธศาสตร์ที่ยังไม่เคยมีประวัติการระบาดมาก่อน ซึ่งนักระบาดวิทยาหวั่นเกรงว่า การที่โรคแพร่เข้าสู่พื้นที่สู้รบและเขตอิทธิพลของกลุ่มกบฏที่ไร้ความเชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข จะกลายเป็นหลุมดำขนาดใหญ่ที่ทำให้เชื้อร้ายระเบิดวงกว้างข้ามพรมแดนในทวีปแอฟริกาและลามสู่สากลได้ง่ายขึ้น