ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่สอง เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) เกิดการพลิกล็อกครั้งใหญ่ที่สนามอัลลิอันซ์ อารีน่า เมื่อ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค พลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด สุดระทึก 4-3 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศด้วยสกอร์รวม 6-4 ขณะที่ "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล ทำได้ตามเป้า เปิดบ้านยันเสมอ สปอร์ติ้ง ลิสบอน 0-0 ลอยลำเข้ารอบตัดเชือกได้สองปีติดต่อกัน
บาเยิร์น มิวนิค 4-3 เรอัล มาดริด (รวมผล 2 นัด บาเยิร์น ชนะ 6-4)
บาเยิร์น มิวนิค กลับมาผงาดในถ้วยยุโรปอีกครั้งหลังหยุดสถิติพ่ายแพ้ต่อมาดริดในรอบน็อคเอาท์ 4 ครั้งหลังสุดลงได้สำเร็จ โดยเกมนี้เริ่มต้นด้วยความช็อกเมื่อ อาร์ด้า กือแลร์ ดาวรุ่งมาดริดฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของ มานูเอล นอยเออร์ ยิงให้ทีมเยือนนำก่อนเพียง 34 วินาทีแรก แต่ อเล็กซานดาร์ พาฟโลวิช ก็โหม่งตีเสมอให้เจ้าถิ่นได้อย่างรวดเร็วในนาทีที่ 6
เกมผลัดกันรุกรับอย่างสนุก กือแลร์มายิงฟรีคิกสุดสวยให้มาดริดนำอีกครั้งนาทีที่ 29 ก่อนที่ แฮร์รี่ เคน จะตีเสมอ 2-2 ในนาทีที่ 38 ซึ่งเป็นประตูที่ 50 ของเขากับสโมสร จากนั้น คีลิยัน เอ็มบัปเป้ มายิงให้มาดริดนำ 3-2 ก่อนจบครึ่งแรก
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในนาทีที่ 86 เมื่อ เอดูอาร์โด้ กามาวินก้า โดนใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม ท่ามกลางการประท้วงอย่างหนักของนักเตะมาดริด ก่อนที่ หลุยส์ ดีอาซ (น.89) และ ไมเคิ่ล โอลีเซ่ (ช่วงทดเจ็บ) จะซัดคนละประตูพาทีมพลิกชนะ 4-3 ส่งผลให้มาดริดจบฤดูกาลแบบมือเปล่าเป็นปีที่สองติดต่อกัน ส่วนบาเยิร์นจะเข้าไปพบกับแชมป์เก่า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในรอบรองชนะเลิศ