เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY: "ปิโตรหยวน" มาแล้ว! สงครามอิหร่าน-อเมริกา เร่งจุดชนวนวิกฤตดอลลาร์ ราคาน้ำมันโลกกำลังเปลี่ยนขั้ว

15 เม.ย. 2569

STORY: "ปิโตรหยวน" มาแล้ว! สงครามอิหร่าน-อเมริกา เร่งจุดชนวนวิกฤตดอลลาร์ ราคาน้ำมันโลกกำลังเปลี่ยนขั้ว

ถ้าวันหนึ่งคุณต้องจ่ายค่าน้ำมันผ่านระบบที่กำหนดราคาด้วย "หยวน" แทน "ดอลลาร์" — โลกการเงินที่คุณรู้จักมา 50 ปี กำลังเปลี่ยนไปแล้ว และไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านไม่ได้สร้างเพียงความตึงเครียดทางทหาร หากแต่กำลังพลิกโฉมสิ่งที่ฝังรากลึกในระบบการเงินโลกมากว่าครึ่งศตวรรษ นั่นคืออำนาจของ "ปิโตรดอลลาร์" — ระบบที่น้ำมันทุกบาร์เรลในโลกต้องถูกซื้อขายด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐ

 

แต่ตอนนี้ กระแสกำลังเปลี่ยน และประเทศที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือ จีน

 

🔵 [จุดเปลี่ยนที่ช่องแคบฮอร์มุซ]

หลังจากอิหร่านเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ — เส้นทางเดินเรือที่น้ำมันดิบกว่า 20% ของโลกต้องผ่าน — เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น: อิหร่านเริ่มรับชำระเงินเป็น "หยวน" จากเรือบรรทุกสินค้าที่ต้องการผ่านอย่างปลอดภัย

 

ทันทีที่ข่าวนี้แพร่ออกไป ระบบการชำระเงิน CIPS ของจีนก็ทุบสถิติ ด้วยมูลค่าธุรกรรมในวันเดียวที่พุ่งทะลุ 1.22 ล้านล้านหยวน เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

 

แล้วเหตุการณ์นี้ส่งสัญญาณอะไรให้กับตลาดโลก?

 

🔵 [นักวิเคราะห์โลกเริ่มพูดถึง "ปิโตรหยวน" อย่างจริงจัง]

มัลลิกา ซัคเดวา นักกลยุทธ์จาก Deutsche Bank ระบุชัดเจนว่า สงครามอิหร่านอาจถูกจดจำในฐานะ "ปัจจัยเร่งสำคัญ" ที่ทำให้ปิโตรดอลลาร์เสื่อมอำนาจ และเป็นจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของยุคปิโตรหยวน

 

ข้อมูลสนับสนุนมุมมองนี้อย่างน่าสนใจ: การชำระเงินด้วยหยวนระหว่างจีนกับตะวันออกกลางพุ่งสูงถึง 1.1 ล้านล้านหยวนในปี 2024 เพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 53% ต่อปี นับตั้งแต่ปี 2020 และนั่นยังเป็นก่อนที่สงครามจะเริ่มขึ้นด้วยซ้ำ

 

ขณะที่ โจว เสี่ยวฉวน อดีตผู้ว่าการธนาคารประชาชนจีนถึงกับออกมาบอกในเดือนเมษายนนี้ว่า นี่คือ "โอกาสทอง" ที่จีนต้องคว้าไว้ เพราะนโยบายของสหรัฐกำลังบั่นทอนความน่าเชื่อถือของดอลลาร์ด้วยมือตัวเอง

แต่ก่อนจะฟันธงว่าหยวนกำลังจะ "ชนะ" มีอุปสรรคสำคัญที่ต้องพูดถึง

 

🔵 [ทำไมหยวนยังไม่สามารถแทนที่ดอลลาร์ได้ในคืนเดียว]

ปัญหาใหญ่ที่สุดของหยวนคือสิ่งที่จีนเลือกเอง นั่นคือ การควบคุมค่าเงินอย่างเข้มงวด จีนยังไม่ยอมปล่อยให้หยวนไหลเวียนข้ามพรมแดนอย่างเสรี ซึ่งหมายความว่าประเทศที่ขายน้ำมันแล้วได้รับหยวน ก็ไม่สามารถนำเงินออกไปลงทุนที่ไหนก็ได้ตามใจชอบ

 

เอ็ดเวิร์ด เบลล์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Emirates NBD ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในดูไบ เตือนว่า ตราบใดที่หยวนยังแลกเปลี่ยนได้ไม่เสรีเต็มที่ สินทรัพย์สกุลหยวนก็จะน่าสนใจน้อยกว่าดอลลาร์เสมอ

 

ยิ่งกว่านั้น ปัจจุบันมูลค่าธุรกรรมผ่าน CIPS ทั้งหมดยังห่างชั้นมากจาก CHIPS ของสหรัฐที่หมุนเวียนเงิน 2 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน และธนาคารต่างชาติถือพันธบัตรรัฐบาลจีนเพียงไม่ถึง 5% ณ เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

แล้วอนาคตของสมดุลนี้จะเป็นอย่างไร?

 

🔵 [ภาพอนาคต: ไม่ใช่การปฏิวัติ แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านช้าๆ]

จู จ้าวอี้ ผู้อำนวยการสถาบันตะวันออกกลาง มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ประเมินว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า สัดส่วนการชำระสินค้าโภคภัณฑ์ด้วยดอลลาร์อาจลดลงจาก 80% เหลือ 70% ขณะที่หยวนอาจเพิ่มขึ้นจาก 4-5% เป็น 8-10%

 

ตัวเลขเหล่านี้ฟังดูเล็กน้อย แต่ในระบบการเงินโลกที่มีมูลค่ามหาศาล แม้แค่ 1% ที่เปลี่ยนขั้วได้ก็มีนัยสำคัญมหาศาล

และสำหรับประเทศอ่าวเปอร์เซีย อย่างซาอุดีอาระเบีย ซึ่งผูกค่าเงินไว้กับดอลลาร์มาหลายทศวรรษ การหันมารับหยวนมากขึ้น ถือเป็นการ "เดิมพันทางการเมืองครั้งใหญ่" เพราะนั่นอาจทำให้ทรัมป์ไม่พอใจ — และเขาเคยขู่ประเทศที่คิดจะละทิ้งดอลลาร์มาแล้ว

 

ประวัติศาสตร์บอกเราว่าการเปลี่ยนขั้วสกุลเงินโลกไม่เคยเกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แม้แต่เงินปอนด์ของอังกฤษที่แข็งแกร่งเพียงใด ก็ยังต้องใช้เวลากว่า 40 ปีกว่าจะส่งไม้ต่อให้ดอลลาร์ในทศวรรษ 1940

 

🔵 [แล้วคนไทยจะได้รับผลกระทบอย่างไร?]

ไทยในฐานะประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและการค้ากับทั้งจีนและสหรัฐ อาจต้องเตรียมรับมือกับโลกที่ ระบบการชำระเงินซับซ้อนขึ้น ค่าเงินผันผวนมากขึ้น และอาจต้องสร้างความสัมพันธ์ทางการเงินกับหลายขั้วพร้อมกัน

 

สงครามครั้งนี้อาจไม่ได้ตัดสินแพ้-ชนะด้วยอาวุธ แต่กำลังตัดสินกันที่ ว่าสกุลเงินของใครจะกำหนดราคาน้ำมันของโลก

 

💬 ในมุมของคุณ: คิดว่าใน 10 ปีข้างหน้า ประเทศไทยและอาเซียนควรเตรียมรับมืออย่างไรกับโลกที่กำลังแตกขั้วทางการเงิน? และถ้า "ปิโตรหยวน" โตขึ้นจริง นั่นจะเป็นโอกาสหรือความเสี่ยงสำหรับเรา?