การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์ทวีปแอฟริกา หรือ "แอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์" (AFCON) รอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ณ สนามสต๊าด อิบัน บัตตูตา เมืองแทนเจียร์ ประเทศโมร็อกโก เป็นการพบกันระหว่าง "สิงโตแห่งเตรังกา" เซเนกัล อดีตแชมป์ปี 2021 พบกับ "เหยี่ยวแห่งเจเดียน" ทีมชาติซูดาน ที่สร้างเซอร์ไพรส์ผ่านเข้ารอบมาได้ท่ามกลางวิกฤตสงครามภายในประเทศ
เกมนี้เซเนกัลต้องขาดกัปตันทีมตัวเก่งอย่าง คาลิดู คูลิบาลี่ ที่ติดโทษแบน แต่ทว่ายอดกองหน้าจอมเก๋าอย่าง ซาดิโอ มาเน่ เจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแอฟริกา 2 สมัย สวมบทบาทผู้นำได้อย่างไร้ที่ติ โดยมาเน่โชว์ทักษะการทำทางและสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมตลอดทั้งเกม แม้จะโดนซูดานทำช็อกยิงนำไปก่อนตั้งแต่นาทีที่ 6 จาก อามีร์ อับดัลลาห์ ซึ่งถือเป็นประตูประวัติศาสตร์ประตูแรกและประตูเดียวที่นักเตะซูดานยิงได้ในทัวร์นาเมนต์นี้ (ลูกก่อนหน้าเป็นการทำเข้าประตูตัวเองของคู่แข่ง)
อย่างไรก็ตาม ความห่างชั้นของฝีเท้าเริ่มปรากฏชัดเมื่อมาเน่เริ่มขยับทำเกม ในนาทีที่ 29 เขาจ่ายถวายพานให้ ปาเป้ เกย์ มิดฟิลด์ตัวเก่งยิงตีเสมอ 1-1 ก่อนที่ ปาเป้ เกย์ คนเดิมจะบวกประตูที่สองให้ทีมแซงนำก่อนจบครึ่งแรก และในช่วงท้ายเกมนาทีที่ 77 มาเน่ตอกย้ำความเป็นยอดนักเตะด้วยการแอสซิสต์ให้ อิบราฮิม เอ็มบาย ดาวรุ่งวัย 19 ปี ที่เพิ่งถูกส่งลงสนามมาเป็นตัวสำรอง ยิงประตูปิดกล่องให้เซเนกัลชนะไปอย่างขาดลอย 3-1 ทะยานเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้อย่างสง่างาม โดย ปาเป้ เธียว กุนซือรักษาการของเซเนกัลกล่าวชมลูกทีมว่ามีความอดทนและหัวใจที่แข็งแกร่งในการพลิกสถานการณ์กลับมาได้