เมื่อ “งูใหญ่” แห่งมิลาน ต้องเจอกับ “เสือซ่อนเล็บ” จากริโอ
ศึกคู่ที่สองของค่ำคืนนี้จะระเบิดความมันที่เมืองชาร์ลอตต์ เมื่อ อินเตอร์ มิลาน อดีตแชมป์ยุโรป และรองแชมป์ UCL ปีล่าสุด ต้องดวลกับ ฟลูมิเนนเซ ทีมแกร่งจากบราซิลที่มีผลงานไร้พ่ายมา 9 นัดติดต่อกัน
อินเตอร์ ภายใต้การคุมทัพของ คริสเตียน คิวู พาทีมเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม E แบบไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะเกมสุดท้ายที่ต้องชิงหัวตารางกับ ริเวอร์เพลท ซึ่งพวกเขาอาศัยช่วงท้ายเกมที่ได้เปรียบตัวผู้เล่น ซัดสองประตูรวดจาก อเลสซานโดร บาสโตนี และ เซบาสเตียโน ปิเอสโปซิโต ดาวรุ่งวัย 19 ปีที่กำลังโดดเด่น
แม้ขาดแข้งหลักบางรายอย่าง มาร์คุส ตูราม และมีนักเตะอย่าง ฮาคาน ชัลฮาโนกลู, ปีโอเตอร์ ซีลินสกี้, แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ และ ยานน์ บิสเซ็ค เดินทางกลับอิตาลีแล้ว แต่โครงสร้างของอินเตอร์ยังคงแข็งแกร่ง มี เลาตาโร่ มาร์ติเนซ เป็นแกนหลักในแนวรุก พร้อมมิดฟิลด์อย่าง นิโกโล บาเรลล่า และ เฮนริกห์ มคิทาร์ยาน ที่ช่วยคุมจังหวะเกม
ฝั่ง ฟลูมิเนนเซ ภายใต้การนำของ เรนาโต้ เกาโช่ มีผลงานที่น่าจับตา พวกเขาเสมอ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 0-0 ก่อนถล่ม อุลซาน 4-2 และยันเสมอ มาเมโลดี ซันดาวน์ส แบบไม่ต้องยิงเข้ากรอบเลยก็ยังเข้ารอบ
แม้จะเล่นเกมรุกไม่ดุดัน แต่ความเก๋าเกมของขุมกำลังชุดนี้น่ากลัวมาก เริ่มจาก ติอาโก้ ซิลวา วัย 40 ปี, ฟาบิโอ (ผู้รักษาประตูอายุ 44 ปี), กานโซ และ เคร์มัน คาโน ที่ยังยิงประตูได้เรื่อย ๆ
อีกจุดที่น่าสนใจคือ ฟลูมิเนนเซ เคยลงเล่นนัดชิงคลับเวิลด์คัพเมื่อปี 2023 และแม้จะแพ้ แมนฯ ซิตี้ ขาดลอย 0-4 แต่พวกเขาได้ประสบการณ์มาเต็มเปี่ยม จึงไม่มีความประหม่าในการเผชิญหน้าอินเตอร์ที่เพิ่งรีเซ็ตทีม
สถิติสำคัญ:
- อินเตอร์ยังไม่แพ้ใครในสหรัฐฯ และมีค่าเฉลี่ยการยิงตรงกรอบสูงถึง 6.7 ครั้ง/นัด
- ฟลูมิเนนเซ เป็นทีมเดียวในรายการที่มีผู้เล่นอายุ 35 ปีขึ้นไป มากกว่า 4 คนในสนามพร้อมกัน