ทวีจี้รัฐทบทวนโอนงบประมาณ หวั่นตัดงบลงทุน-งบกลางเช็คเปล่า
25 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

ทวี สอดส่อง อภิปรายสภาฯ จี้รัฐบาลทบทวน พ.ร.บ.โอนงบประมาณฯ หวั่นตัดงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐานกระทบชาวบ้าน และเตือนงบกลางอย่าทำเป็นเช็คเปล่า
ข่าว
25 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

ทวี สอดส่อง อภิปรายสภาฯ จี้รัฐบาลทบทวน พ.ร.บ.โอนงบประมาณฯ หวั่นตัดงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐานกระทบชาวบ้าน และเตือนงบกลางอย่าทำเป็นเช็คเปล่า
KEY
POINTS
25 มิถุนายน 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ อภิปรายกลางประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณ รายจ่าย พ.ศ. .... โดยชี้ว่า การตัดงบลงทุนคมนาคม-มหาดไทย-เกษตรฯ และงบปราบยาเสพติด จะส่งผลกระทบต่อประชาชนฐานรากโดยตรง พร้อมเตือนรัฐบาลอย่าใช้งบกลางเป็นเช็คเปล่า พร้อมเสนอ 3 แนวทางแก้ไขเพื่อรักษาพินัยการเงินการคลัง และจี้ให้กำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ
ที่รัฐสภา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ได้อภิปรายระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 24 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เพื่อแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ “ร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ....” โดยชี้ให้เห็นถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนในระดับฐานราก จากการจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้
พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า ตนเองเห็นด้วยกับการนำร่างงบประมาณดังกล่าว เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ เพื่อให้เกิดการรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน เนื่องจากงบประมาณเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่จากข้อมูลการเปิดรับฟังความคิดเห็น ผ่านเว็บไซต์สำนักงบประมาณที่มีระยะเวลาเพียง 3 วัน (ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์) พบว่า มีผู้ร่วมแสดงความเห็นน้อยมากเพียง 17 คน แต่สิ่งสำคัญที่ภาคประชาชนตั้งข้อสังเกตคือ งบประมาณที่จะนำมาโอนนั้น ต้องไม่กระทบต่อแผนงานเดิม และไม่สร้างความเสียหายต่อราชการ ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องการให้รัฐบาลนำไปพิจารณา
พ.ต.อ.ทวี ตั้งข้อสังเกตว่า งบประมาณส่วนใหญ่ที่ถูกดึงมาโอนในครั้งนี้เป็น "งบรายจ่ายลงทุน" ซึ่งเป็นเงินกู้ที่มีภาระดอกเบี้ย โดยพบว่า 3 กระทรวงหลักที่ถูกโอนงบออกไปมากที่สุด ได้แก่
1. กระทรวงคมนาคม สูงสุดถึง 2,400 ล้านบาท หรือ 23%
2. กระทรวงมหาดไทย 1,800 ล้านบาท หรือ 21%
3. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประมาณ 800 ล้านบาท หรือ 13%
ซึ่งการตัดงบดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงการน้ำ โครงการถนนหนทาง และสะพานสำหรับขนส่งพืชผลทางการเกษตรในต่างจังหวัด บางโครงการเป็นงบประมาณเพียงหลักแสนหรือหลักล้านบาท ที่ชาวบ้านเฝ้ารอคอยมานาน รวมถึงโครงการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น ที่จังหวัดยะลาและนราธิวาส ซึ่งถูกตัดงบประมาณไปด้วย ซึ่งอาจส่งผลให้โครงการเหล่านี้ขาดความต่อเนื่อง และไม่มีงบประมาณรองรับในปีถัดไป
พ.ต.อ.ทวี ยังได้ท้วงติงถึงการตัดงบประมาณด้านการปราบปรามยาเสพติดไปกว่า 50 ล้านบาท โดยเฉพาะงบในการสกัดกั้นสารตั้งต้น เคมีภัณฑ์ และงบสืบสวนจับกุมนักค้ารายสำคัญ ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสงบสุขของประชาชนทั่วประเทศในปัจจุบัน
พ.ต.อ.ทวี ยังได้สะท้อนความเห็นทางวิชาการและข้อมูลจากสำนักงบประมาณของสภา (PBO) ว่า การโอนงบประมาณทั้งหมดไปไว้ที่ “งบกลาง” เปรียบเสมือนการตี “เช็คเปล่า” ซึ่งอาจทำให้ขาดวินัยทางการเงินการคลัง และมักจะถูกนำไปชดเชยส่วนที่รัฐบาลบริหารจัดการไม่รอบคอบ เช่น การนำไปจ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาล สวัสดิการ หรือเงินเดือนข้าราชการที่ไม่ได้ตั้งงบประมาณรองรับไว้แต่แรก
ในตอนท้ายของการอภิปราย พ.ต.อ.ทวี ได้ฝากข้อเสนอแนะที่สำคัญ 3 ประการให้นำไปพิจารณา ได้แก่
1. อย่าให้งบประมาณก้อนนี้ผูกพันข้ามปีเด็ดขาด เพื่อไม่ให้กระทบต่อโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดเล็กของชาวบ้านที่ถูกตัดงบไป
2. ต้องกำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจนในการใช้งบประมาณ
3. ห้ามนำงบประมาณส่วนนี้ไปจ่ายเป็นเงินเดือนข้าราชการ เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินเกิดความคุ้มค่า โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างแท้จริง