เก็บตกทุกสถิติ หลัง "เรอัล มาดริด" ผงาดแชมป์ยูซีแอล
02 มิ.ย. 2567

เก็บตกสถิติและประเด็นที่น่าสนใจจากศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ "เรอัล มาดริด" ทุบ ดอร์ทมุนด์ เถลิงบัลลังก์แชมป์สมัยที่ 15
ข่าว
02 มิ.ย. 2567

เก็บตกสถิติและประเด็นที่น่าสนใจจากศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ "เรอัล มาดริด" ทุบ ดอร์ทมุนด์ เถลิงบัลลังก์แชมป์สมัยที่ 15
โดยศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศฤดูกาล 2023/24 เป็น "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ที่ยังครองความยิ่งใหญ่ในถ้วยใบนี้ได้ต่อไป หลังเอาชนะ "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 2-0
เกมนี้แม้ครึ่งแรก ดอร์ทมุนด์ จะทำเกมบุกได้เหนือกว่า แต่ไม่เฉียบขาดพอในจังหวะสุดท้ายทำให้ขึ้นนำไม่สำเร็จ โดยสถิติครึ่งแรกชี้ชัดว่า เสือเหลือง มีโอกาสยิงถึง 8 ครั้ง ยิงเข้ากรอบ 3 ครั้ง ขณะที่ เรอัล มาดริด ยิงไม่เข้ากรอบเลยจากโอกาส 2 ครั้ง เป็นสถิติที่แย่ที่สุดของ ราชันชุดขาว ในยูซีแอลซีซั่นนี้
อย่างไรก็ตามในครึ่งหลัง คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือ เรอัล มาดริด แก้เกมมาได้ดีขึ้น ก่อนจะขึ้นนำจากลูกเตะมุมที่ ดานี่ การ์บาฆาล โหม่งเข้าไป ต่อด้วยประตูที่สองของ วินิซิอุส จูเนียร์ ช่วยให้ "ราชันชุดขาว" ผงาดคว้าแชมป์รายการนี้ไปครองเป็นสมัยที่ 15 จากการเข้าชิง 18 ครั้ง และนับตั้งแต่เปลี่ยนรูปแบบจากยูโรเปี้ยนคัพมาเป็น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก พวกเขาเข้าชิงได้ 9 ครั้ง จบลงด้วยการเป็นแชมป์ทั้งหมด
สถิติในนัดชิงชนะเลิศของ เรอัล มาดริด
สำหรับ วินิซิอุส จูเนียร์ จากการทำได้หนึ่งประตูในเกมนี้ ทำให้เขาสร้างสถิติมีส่วนร่วมกับประตูในรอบน็อกเอาต์รายการนี้ได้ถึง 22 ลูก (11 ประตู และ 11 แอสซิสต์) ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดนับเฉพาะนักเตะอายุต่ำกว่า 24 ปี เทียบเท่ากับที่ ลิโอเนล เมสซี่ เคยทำได้สมัยเล่นให้ บาร์เซโลน่า
ข่าวล่าสุด