เนชั่นทีวี

ข่าว

'ปกรณ์' กางพิมพ์เขียวคุม Data Center ห้ามแย่งไฟ-สูบน้ำคนไทย

25 ก.ค. 2569 | thunchanok_kul

'ปกรณ์' กางพิมพ์เขียวคุม Data Center ห้ามแย่งไฟ-สูบน้ำคนไทย

"ปกรณ์” กางพิมพ์เขียวให้สติ ‘ทุนดิจิทัล’ จี้คุม “ดาต้าเซนเตอร์ยักษ์ใหญ่” ห้ามแย่งไฟ-สูบน้ำครัวเรือน ชงตั้งกฎหมายเฉพาะล็อกอธิปไตยข้อมูลชาติ!

"ปกรณ์” กางพิมพ์เขียวให้สติ ‘ทุนดิจิทัล’ จี้คุม “ดาต้าเซนเตอร์ยักษ์ใหญ่” ห้ามแย่งไฟ-สูบน้ำครัวเรือน ชงตั้งกฎหมายเฉพาะล็อกอธิปไตยข้อมูลชาติ!

KEY

POINTS

  • ชงกฎหมายเฉพาะคุม Data Center: เสนอจัดทำกฎหมายกำกับ Data Center และคลาวด์เป็นการเฉพาะ
  • ล็อก 7 พิมพ์เขียวป้องผลประโยชน์ชาติ: บังคับสร้างโรงไฟฟ้าน้ำ-ไฟเฉพาะตัว ห้ามกระทบค่าไฟครัวเรือนและน้ำเกษตรกร
  • คุ้มครองอธิปไตยข้อมูล: ห้ามขนส่งข้อมูลคนไทยและภาครัฐไปประมวลผลต่างประเทศโดยไร้การควบคุม พร้อมปราบอาชญากรรมบนแพลตฟอร์ม

25 กรกฎาคม 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย โพสต์แสดงความเห็น ต่อการประกอบธุรกิจ Data Center (ดาต้าเซนเตอร์)โดยระบุว่า การประกอบธุรกิจ Data Center (ดาต้าเซนเตอร์)นั้น ถ้าจะเรียกว่าเป็นธุรกิจให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลก็อาจจะว่าได้ และเป็นพื้นฐานของการพัฒนาไปสู่ธุรกิจใหม่ในอนาคต จึงเป็นธุรกิจอนาคต

อย่างไรก็ดี Data Center กิจการที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามาก ระบบไฟฟ้า ทั้งระบบผลิต ส่ง และจำหน่าย จึงต้องมีความสามารถรองรับได้อย่างเหมาะสม และไม่กระทบต่อการผู้ใช้ไฟฟ้าครัวเรือน ทั้งเสถียรภาพของระบบและราคา

'ปกรณ์' กางพิมพ์เขียวคุม Data Center ห้ามแย่งไฟ-สูบน้ำคนไทย

ข้อห่วงใยอีกประการหนึ่ง คือ Data Center นั้นมีความร้อนสูง และต้องใช้น้ำอันเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดเป็นปริมาณมากในการทำความเย็น การประกอบกิจการนี้จึงต้องสอดคล้องกับระบบการบริหารทรัพยากรน้ำในภาพรวมด้วย มิฉะนั้นจะส่งผลกระทบต่อน้ำในการอุปโภคบริโภคของประชาชน การเกษตร และอุตสาหกรรมอื่นขึ้นได้

นอกจากความร้อนแล้ว การทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ยังก่อให้เกิดผลกระทบด้านเสียงและด้านอื่นต่อชุมชนและสุขภาพของประชาชนด้วย หลายประเทศที่เคยส่งเสริม Data Center กำลังประสบปัญหานี้อยู่

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ กิจการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เช่น ศูนย์ข้อมูล (Data centre) บริการคลาวด์ (Cloud service) บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล (Digital Platform) มีการเก็บ ส่ง ฝาก วาง โอน หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของคนไทย บริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นในประเทศไทย ตลอดจนข้อมูลข่าวสารของราชการ องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐ ไปเก็บหรือประมวลผลในต่างประเทศด้วย ซึ่งส่งผลกระทบต่อ “อธิปไตยด้านข้อมูลของชาติ”

และการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลยังไม่มีกฎหมายกำกับดูแล มีการเก็บค่าใช้บริการที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ใช้บริการ ไม่มีมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค มีการใช้เป็นเครื่องมือเผยแพร่สื่อลามกอนาจาร คุกคาม (harassment and bullying) การพนัน และการก่ออาชญากรรมออนไลน์

ถึงแม้รัฐบาลตระหนักดีถึงข้อกังวลเหล่านี้ จึงเห็นว่าต้องมีการ Balance ให้ดีระหว่างการส่งเสริมกับการกำกับดูแลในมิติต่าง ๆ ที่ว่า

ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช) ครั้งที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 จึงมีการมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาการออกกฎหมายเพื่อกำกับการประกอบกิจการดังกล่าวขึ้นเป็นการเฉพาะ โดยมีหลักการสำคัญ ดังนี้

1 การประกอบกิจการนี้ต้องไม่กระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ และไม่กระทบต่อค่าไฟของครัวเรือน เช่น ต้องจัดให้มีหน่วยผลิตไฟฟ้าของตนเองสำหรับกิจการขนาดใหญ่ แยกจากระบบไฟฟ้าครัวเรือน

2 มีการใช้ทรัพยากรน้ำโดยไม่กระทบต่อการอุปโภคบริโภคของประชาชน การเกษตร และการใช้สำหรับอุตสาหกรรมอื่น เช่น ต้องพัฒนาและมีแหล่งกักเก็บน้ำสำหรับกิจการโดยเฉพาะ หรือมีระบบ water recycle สำหรับกิจการตนเองโดยเฉพาะสำหรับกิจการขนาดใหญ่

3 ต้องไม่ส่งผลกระทบด้านเสียงและด้านอื่นอันเป็นการรบกวนความเป็นอยู่โดยปกติสุขของชุมชนและต่อสุขภาพของประชาชน

4 ต้องไม่กระทบต่ออธิปไตยด้านข้อมูลของชาติ

5 ต้องมีมาตรการกำกับดูแลมิให้มีการเก็บค่าใช้บริการที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ใช้บริการในประเทศ มีมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศ มีมาตรการควบคุมมิให้มีการใช้ platform ต่าง ๆ เป็นเครื่องมือเผยแพร่สื่อลามกอนาจาร คุกคาม การพนัน และการก่ออาชญากรรมออนไลน์

6 ส่งเสริมการจ้างงานคนไทยและการใช้สินค้าบริการที่ผลิตในประเทศ

7 กฎหมายนี้ควรวางเฉพาะหลักการสำคัญที่เป็นการจำกัดสิทธิ ส่วนการกำหนดรายละเอียดให้เป็นไปตามกฎหมายลำดับรอง เพื่อให้สามารถแก้ไขเพิ่มเติมให้ทันต่อพัฒนาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที เพราะธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้พัฒนาก้าวกระโดด

ข่าวล่าสุด