"ธุงอีสาน" กาฬสินธุ์ จากโมเดลวิจัย บพท. สู่ซอฟต์พาวเวอร์สายมู
10 ก.ค. 2569 | natthanan_chu

"ธุงอีสาน" กาฬสินธุ์ จากโมเดลวิจัย บพท. สู่ซอฟต์พาวเวอร์สายมู สร้างรายได้ผู้สูงวัย-ส่งออก "มิ่งขวัญแผ่นดิน"
ข่าว
10 ก.ค. 2569 | natthanan_chu

"ธุงอีสาน" กาฬสินธุ์ จากโมเดลวิจัย บพท. สู่ซอฟต์พาวเวอร์สายมู สร้างรายได้ผู้สูงวัย-ส่งออก "มิ่งขวัญแผ่นดิน"
KEY
POINTS
10 กรกฎาคม 2569 พลิกปูม โครงการฟื้นฟูทุนวัฒนธรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สำรวจ "อุทยานหลวงปู่ศิลา" วัดสวนธรรมปิติ จ.กาฬสินธุ์ หลังสะพัดไอเดียเตรียมกระจาย "ธุงเก่าผ่านพิธีพุทธาภิเษก" ให้เช่าบูชาเป็นมิ่งขวัญประจำบ้าน
เจาะลึก กระบวนการจ้างงานกลุ่มผู้สูงอายุ-ผู้เชี่ยวชาญ ตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าและการสืบสานอย่างยั่งยืน เบื้องหลังงบวิจัย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ที่ต้องการงัดข้อ "โคมล้านนา" ดัน อัตลักษณ์อีสานสู่ระดับสากล
สืบเนื่องจากกระแสความเลื่อมใสในอุทยาน "หลวงปู่ศิลา" วัดสวนธรรมปิติ จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่กลายเป็นศูนย์รวมจิตใจและแลนด์มาร์กสำคัญในภาคอีสาน สิ่งที่กลายเป็นจุดดึงดูดสายตานักท่องเที่ยวและผู้แสวงบุญคือ "ธุงอีสาน" นับร้อยนับพันผืนที่ประดับตกแต่งเรียงรายอย่างงดงามตระการตาบนเพดานศาลา
การกลับมาตื่นตัวของ "ธุงกาฬสินธุ์" ในครั้งนี้ มิใช่เพียงกิจกรรมของทางวัดตามลำดับพุทธบูชาปกติ แต่ส่วนหนึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจาก โครงการวิจัยด้านทุนวัฒนธรรม ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
บทความวิชาการและการถอดบทเรียนโดย ดร. ถวิลวดี บุรีกุล รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ระบุถึงเบสิกสมมติฐานของโครงการว่า เกิดจากการตั้งคำถามเชิงเปรียบเทียบในเชิงนโยบายวัฒนธรรมว่า
“หากคนเหนือมีโคมล้านนาเป็นสัญลักษณ์ (ที่ติดตลาดทั่วประเทศ) แล้วเหตุใดคนอีสานจึงไม่มีธุงเป็นสัญลักษณ์ให้คนทั้งประเทศได้รู้จัก”
กลายเป็นที่มาของการเชื่อมโยงระหว่าง 3 ภาคส่วน คือ สถาบันวิจัย/เครือข่ายญาติโยม, วัด (โดยได้รับความเมตตาจากหลวงปู่ศิลา) และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้สูงอายุในจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อรื้อฟื้นเทศกาลธุงและนำธุงมาเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบกระบวนการผลิต "ธุง" ภายในจังหวัดกาฬสินธุ์ สำนักข่าวอิศรา พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า ธุงที่นำมาประดับประดาไม่ได้สั่งซื้อจากโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่เป็นการกระจายรายได้สู่กลุ่มผู้สูงอายุในท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นกลุ่มเปราะบางในโครงสร้างสังคมผู้สูงอายุ ของภาคอีสาน
กระบวนการตัด เย็บ ผูก และถักทอทีละเส้นด้าย เกิดจากหยาดเหงื่อและรอยเหี่ยวย่นของสองมือผู้เฒ่าผู้แก่ในพื้นที่ ข้อดีคือเกิดการจ้างงานและสร้างคุณค่าทางจิตใจ แต่ประเด็นที่ต้องติดตามตรวจสอบต่อคือ อัตราการค่าตอบแทนและการกระจายรายได้สู่มือผู้สูงอายุอย่างเป็นธรรมและทั่วถึงหรือไม่ เนื่องจากเป็นงานหัตถกรรมที่ต้องใช้ความประณีตและความอดทนสูงมาก รวมถึงข้อจำกัดทางสายตาและสุขภาพของผู้สูงวัย
แหล่งข่าวจากคณะกรรมการวัด เปิดเผยว่า ในช่วงกว่า 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ประเทศไทยเผชิญความตึงเครียดจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน
ทางโครงการและกลุ่มผู้ผลิตจึงได้ผสานแนวคิด "ความมั่นคง-ชาติ-ศาสนา" ด้วยการจัดสร้าง “ธุงไตรรงค์” (ใช้แถบสี แดง ขาว น้ำเงิน ของธงชาติไทย) นำมาร้อยเรียงเป็นสายยาวทอดผ่านเพดานศาลา
การดำเนินการดังกล่าว เป็นความพยายามใช้ "ซอฟต์พาวเวอร์เชิงพุทธศาสนา" และงานหัตถกรรมในการโอบอุ้มจิตใจของประชาชนท่ามกลางวิกฤตความมั่นคง โดยให้ธุงเหล่านี้ซึมซับเสียงสวดมนต์ พิธีเจริญพระพุทธมนต์ และพิธีพุทธาภิเษกครั้งแล้วครั้งเล่า จนแปรสภาพจากผ้าธรรมดาให้กลายเป็น "สัญลักษณ์ของบุญกุศล" ในสายตาผู้ศรัทธา
หาก "ธุง" คือหัวใจของกาฬสินธุ์ที่โบกสะบัดอยู่เหนือศีรษะของผู้มาเยือน... หัวใจดวงนี้ก็ควรจะช่วยหล่อเลี้ยงปากท้องและคุณภาพชีวิตของ "ผู้เฒ่าผู้แก่" ผู้ลงมือถักทออย่างเป็นธรรมด้วยเช่นกัน