ตลอดช่วงระยะเวลาการจัดกิจกรรม เจ้าหน้าที่สามารถส่งมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคออกไปได้มากกว่า 4,000 ชุด กระจายตัวครอบคลุมหลากหลายพื้นที่ชุมชนในเขตกรุงเทพมหานคร รวมถึงกลุ่มคนเร่ร่อนและประชาชนไร้บ้านบริเวณสี่แยกแม้นศรี โดยสิ่งของที่นำมาแจกจ่ายประกอบไปด้วย ข้าวสาร อาหารแห้ง อาหารกึ่งสำเร็จรูป อาหารพร้อมรับประทาน เครื่องดื่ม น้ำดื่มสะอาด ผ้าอ้อมสำหรับผู้ใหญ่ ตลอดจนสิ่งของจำเป็นพื้นฐาน นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งรถครัวสนามเพื่อประกอบอาหารปรุงสุกใหม่ และเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวบริการฟรีเพื่อช่วยลดรายจ่ายด้านอาหารให้แก่ประชาชนอีกทางหนึ่ง
ในส่วนของกิจกรรมส่งท้ายโครงการในวันนี้ ได้รับแรงสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายภาคเอกชนและมูลนิธิร่วมส่งมอบถุงยังชีพเพิ่มเติมจำนวน 800 ชุด อาหารกล่องปรุงสุกจากรถครัวสนามกองทัพบกจำนวน 1,000 กล่อง น้ำดื่มสะอาด 2,000 ขวด ขนมปัง 700 ชุด ขนมขบเคี้ยว 800 ชุด และบริการก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ อีกกว่า 3,000 ชาม ซึ่งแจกจ่ายให้แก่ประชาชนที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมในพื้นที่วัดท่าพระ สะท้อนภาพพลังความสามัคคีร่วมใจกันแก้ปัญหาปากท้องของทุกภาคส่วนอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ไฮไลต์และความสำเร็จสำคัญอีกประการของโครงการคือการสร้างงานสร้างอาชีพ โดย กอ.รมน. ได้จัดจ้างกลุ่มผู้ให้บริการรับ-ส่งสินค้า หรือไรเดอร์ (Rider) จำนวนกว่า 30 คัน
มาร่วมเป็นสะพานบุญทำหน้าที่กระจายขนส่งถุงยังชีพและสิ่งของอุปโภคบริโภคเข้าไปส่งตรงถึงหน้าประตูบ้านของผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงชราภาพ รวมถึงประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางมาร่วมรับความช่วยเหลือได้ด้วยตนเองในชุมชน
ส่งผลให้การช่วยเหลือในครั้งนี้สามารถเข้าถึงกลุ่มเปราะบางได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และรวดเร็วฉับไว โดยโครงการนี้อยู่ภายใต้การดูแลและกำกับนโยบายของ พล.ท. ธนาธิป สว่างแสง ผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กอ.รมน.
ทางด้าน พล.อ. ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการ กอ.รมน. ระบุทิ้งท้ายว่า โครงการ "กอ.รมน. ปันน้ำใจ บรรเทาทุกข์ค่าครองชีพของประชาชน" ไม่เพียงแต่เข้ามาตอบโจทย์การลดภาระค่าใช้จ่ายรายวันของประชาชนในยามยากลำบากเท่านั้น
แต่ยังเป็นสิ่งสะท้อนถึงบทบาทหน้าที่ของ กอ.รมน. ยุคใหม่ ในการทำหน้าที่เป็นแกนกลางและศูนย์กลางเพื่อบูรณาการความร่วมมือร่วมใจจากทุกหน่วยงานในการยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ทั้งนี้ กอ.รมน. พร้อมที่จะสานต่อและขยายผลความช่วยเหลือในมิติต่างๆ ต่อไป ควบคู่กับการทำหน้าที่พิทักษ์รักษาและเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศชาติให้เติบโตอย่างยั่งยืน