"ทราย สมุทร" ขึ้นศาลไกล่เกลี่ยคดีแม่ฟ้อง ทนายยันสู้ทุกสถานการณ์
10 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

"ทราย สมุทร" ทายาทตระกูลดังน้ำตาคลอ! เผชิญหน้าเข้าไกล่เกลี่ยคดีครอบครัว "ปานเทพ" จัดทัพทนาย 20 ชีวิต เตรียมงัดหลักฐานมรดกคุณยายสู้ทุกสถานการณ์
ข่าว
10 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

"ทราย สมุทร" ทายาทตระกูลดังน้ำตาคลอ! เผชิญหน้าเข้าไกล่เกลี่ยคดีครอบครัว "ปานเทพ" จัดทัพทนาย 20 ชีวิต เตรียมงัดหลักฐานมรดกคุณยายสู้ทุกสถานการณ์
KEY
POINTS
10 มิถุนายน 2569 สะเทือนวงการไฮโซ! กรณีพิพาทครอบครัว ทราย สมุทร หรือ ทราย สก๊อต ทายาทรุ่นที่ 4 ตระกูลดัง เข้าสู่กระบวนการ ไกล่เกลี่ยคดี หลังถูกมารดาฟ้องในคดีครอบครัว โดยทีมทนายความนำโดย ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประกาศพร้อมสู้คดีเต็มที่ พร้อมเผยปมเงื่อนงำ ทรัพย์สินมรดก ที่หายไปจากตู้เซฟอย่างมีนัยสำคัญ
ที่ศาลแพ่งพระโขนง นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ พร้อมด้วย น.ส.อัจฉรา แสงขาว หรือ “ทนายปุ้ย” ผู้ได้รับมอบอำนาจ เดินทางมาเพื่อเข้าร่วมกระบวนการไกล่เกลี่ยคดีฟ้องคดีครอบครัว ระหว่าง นายสิรณัฐ สมุทร หรือ ทราย สก๊อต ทายาทรุ่นที่ 4 ของตระกูลดัง กับมารดา
ต่อมา เวลา 12.45 น. ทราย เดินทางมาถึงศาลแพ่งพระโขนง โดยมีบรรดาแฟนคลับมารอให้กำลังใจ พร้อมมอบดอกไม้และตุ๊กตา รวมถึงเข้าสวมกอดและกล่าวว่า “ทราย สู้ ๆ เป็นกำลังใจให้ทราย” ก่อนที่นายทรายจะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยเปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ขณะนี้ยังไม่รู้สึกเครียด
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความพร้อมในการเข้ารับการพิจารณาคดี นายทรายตอบว่า “ไม่พร้อมก็ต้องพร้อม” ส่วนเมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่ เจ้าตัวกล่าวเพียงว่า “ขอเข้าไปดูก่อน แล้วจะลงมาให้สัมภาษณ์อีกครั้ง”
สำหรับประเด็นทรัพย์สินที่สูญหายไปจากตู้เซฟ นายทรายระบุว่า “เดี๋ยวจะมาเล่ารายละเอียดให้ฟัง”
นอกจากนี้ นายทรายยังกล่าวขอบคุณแฟนคลับที่เดินทางมาให้กำลังใจ พร้อมเผยว่าไม่มีคำพูดใดจะอธิบายความรู้สึกได้ดีไปกว่าคำว่า “ขอบคุณ” ก่อนเดินทางเข้าไปดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยตลอดเส้นทางยังคงมีแฟนคลับเข้ามามอบดอกไม้และให้กำลังใจ
นายปานเทพ กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการเดินทางมาศาลในวันนี้คือ การเข้าร่วมกระบวนการไกล่เกลี่ยตามขั้นตอนของศาล โดยฝ่ายจำเลยได้มอบอำนาจให้คณะผู้แทนเข้าร่วมการเจรจาตามคำแนะนำของศาล โดยตนได้รับมอบหมายเป็นผู้รับมอบอำนาจลำดับที่ 1 ร่วมกับ น.ส.อัจฉรา แสงขาว หรือ “ทนายปุ้ย” และอาจารย์สมศักดิ์ โพธิ์คง ทำหน้าที่เป็นคณะเจรจาในครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม ทิศทางการเจรจาจะขึ้นอยู่กับความพร้อม และเจตนารมณ์ของฝ่ายโจทก์ เนื่องจากผู้ที่จะเข้าร่วมเจรจาโดยตรงควรเป็นมารดาของนายทราย หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายอย่างถูกต้อง ซึ่งต้องรอดูว่าฝ่ายโจทก์จะเข้าร่วมการเจรจาด้วยตนเองหรือไม่
ฝั่งจำเลยวันนี้ นายทรายเดินทางมาด้วยตนเอง พร้อมคณะเจรจาและทีมกฎหมายครบถ้วน เราจะยังไม่ตัดสินล่วงหน้าว่าผลการเจรจาจะออกมาอย่างไร จนกว่าจะทราบว่าฝ่ายโจทก์มีความประสงค์อย่างไร เพราะเป็นผู้ยื่นฟ้องและเป็นผู้กำหนดทิศทางของการเจรจา
เมื่อถูกถามว่า นายทรายมีการกำหนดเป้าหมายในการเจรจาไว้บ้างหรือไม่ นายปานเทพ ระบุว่า ไม่มีใครสามารถคาดการณ์ผลลัพธ์ได้จนกว่าการเจรจาจะเริ่มต้นขึ้น โดยสิ่งสำคัญที่สุดคือต้องรอดูว่า ฝ่ายโจทก์จะเข้าร่วมหรือไม่ ส่วนฝ่ายจำเลยนั้นมีความพร้อมในทุกสถานการณ์ และได้เตรียมแนวทางรองรับไว้ครบถ้วนแล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดในขณะนี้
นายปานเทพ ยืนยันว่า ฝ่ายจำเลยมีความพร้อมทั้งในส่วนของการเจรจาไกล่เกลี่ยและการต่อสู้คดี หากต้องดำเนินการในชั้นศาลต่อไป โดยมีทีมกฎหมายและที่ปรึกษารวมเกือบ 20 คน ทั้งทีมของนายทรายและบ้านพระอาทิตย์ ที่เข้ามาช่วยเหลือในคดีนี้ มีการหารือและเตรียมข้อมูลในทุกมิติอย่างละเอียด จนมั่นใจว่าสามารถรับมือได้ทุกสถานการณ์
ส่วนสภาพจิตใจของนายทรายนั้น นายปานเทพ มองว่า มีความผ่อนคลายและมั่นใจ เนื่องจากได้รับทราบข้อมูล ข้อเท็จจริง และแนวทางดำเนินการต่าง ๆ อย่างครบถ้วนจากทีมกฎหมายแล้ว เมื่อเห็นว่าทีมงานมีความพร้อม และมีการวางแผนรองรับทุกกรณี จึงคิดว่านายทรายมีความมั่นใจและเห็นภาพชัดเจนว่า ต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป
นายปานเทพ ยังกล่าวถึงประเด็นทรัพย์สินมรดกว่า จากการประชุมทีมกฎหมายเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา พบพยานหลักฐานบางส่วนที่ทำให้เชื่อได้ว่า คุณยายของนายทรายได้ทำพินัยกรรมระบุให้นายทราย ได้รับทรัพย์สินเป็นเงินสดและอัญมณี ซึ่งอยู่ในตู้เซฟยังไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ แต่จากการตรวจสอบพบว่าทรัพย์สินภายในตู้หายไปบางส่วน และนายทรายไม่ได้มีส่วนร่วมในการเปิดตู้เซฟ และเพิ่งทราบว่าได้รับพินัยกรรมจากคุณยาย และมีทรัพย์สินอยู่ในตู้เซฟ ในช่วงที่เกิดการฟ้องร้องในคดีครอบครัว
อย่างไรก็ตาม ทรัพย์สินที่หายไปอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ไม่ว่าใครจะเกี่ยวข้องก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย
สำหรับกรณีที่ฝ่ายโจทก์อาจไม่เข้าร่วมการไกล่เกลี่ยในวันนี้ นายปานเทพกล่าวว่า ยังไม่ต้องการคาดการณ์ล่วงหน้า แต่ทีมงานได้วางแผนรองรับไว้ทุกกรณีแล้ว โดยการที่คู่กรณีไม่เข้าร่วมการเจรจาอาจตีความได้หลายแนวทาง ทั้งการประสงค์จะดำเนินคดีต่อ หรือมอบหมายให้ทนายความดำเนินการแทน ซึ่งจะทราบข้อเท็จจริงในห้องไกล่เกลี่ย
นายปานเทพย้ำว่า ตลอดการดำเนินคดีที่ผ่านมา ทีมที่ปรึกษา ทีมกฎหมาย และตัวทรายมีความเป็นเอกภาพในการทำงาน โดยยึดความต้องการและเจตนารมณ์ของทรายเป็นหลัก มีการหารือและวางแนวทางรับมือไว้ทุกสถานการณ์แล้ว ทำให้ไม่มีความกังวลหรือแรงกดดันใด ๆ ต่อการเจรจาในวันนี้
ขณะที่ น.ส.อัจฉรา แสงขาว หรือทนายปุ้ย เปิดเผยว่า ทีมกฎหมายได้หารือและเตรียมความพร้อม ทั้งในส่วนคดีแพ่งและคดีอาญาไว้แล้ว แต่ในส่วนของการไกล่เกลี่ยวันนี้ยังต้องรอดูท่าทีของฝ่ายโจทก์ว่า จะเข้าร่วมการเจรจาหรือไม่ ส่วนการดำเนินคดีอาญาในอนาคตนั้น จะขึ้นอยู่กับเจตนารมณ์และการตัดสินใจของทรายเป็นสำคัญ
ต่อมา ศาลแพ่งพระโขนงมีคำสั่งให้นัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีหมายเลขดำที่ พ 101/2569 ระหว่าง นางจีรานุช โจทก์ กับ นายสิรณัฐ หรือทราย จำเลย เรื่องเพิกถอนการให้ ซึ่งโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 และจำเลยยื่นคำให้การแล้วโดยวันนี้คู่ความเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย
ผลปรากฏว่า การเจรจาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย คู่ความประสงค์จะขอเวลาเจรจากันอีกครั้ง ทั้งสองฝ่ายขอนัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในวันที่ 16 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น.
มีรายงานว่า คู่ความแถลงข้อเสนอแต่ละฝ่าย คดีสามารถตกลงกันได้ในหลายประเด็น ยังมีบางประเด็นที่ยังตกลงกันไม่ได้ จึงจะขอนำข้อเสนอของอีกฝ่ายไปพิจารณา และขอเลื่อนการไกล่เกลี่ยไป ศาลเห็นว่าอาจมีทางตกลงกันได้ และคู่ความทั้งสองฝ่ายยังประสงค์ที่จะพิจารณาข้อเสนอของอีกฝ่ายหนึ่ง หากตกลงกันได้จะเป็นประโยชน์ จึงอนุญาตให้นัดไกล่เกลี่ยกันอีกนัด โดยห้ามนำรายละเอียดในการไกล่เกลี่ยไปเผยแพร่ต่อสื่อมวลชน
หลังใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมงในการไกล่เกลี่ย บรรยากาศหน้าศาลแพ่งพระโขนง ยังเต็มไปด้วยแฟนคลับที่รอให้กำลังใจนายทราย สก็อต ทันทีที่นายทรายเดินทางมาถึง เหล่าแฟนคลับได้พร้อมใจกันตะโกนว่า “ทราย สู้ ๆ!” ก่อนจะเข้าไปโผกอดให้กำลังใจ และมอบของให้เป็นที่ระลึก พร้อมบอกว่า “ทรายสู้ๆ ไม่เป็นไรนะ”
ดร.ทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร ทนายความโจทก์ เปิดเผยว่า วันนี้เป็นขั้นตอนในการไกล่เกลี่ย ยังไม่มีใครแพ้หรือชนะ และแม่มีความประสงค์ที่จะเดินทางมาร่วมไกล่เกลี่ยแต่มาไม่ได้ เนื่องจากเครียดและต้องรับประทานยา โดยขั้นตอนในการพิจารณาไกล่เกลี่ยในวันนี้ ไม่ให้เปิดเผยรายละเอียด โดยจะมีการพิจารณาไกล่เกลี่ยกันอีกครั้งในวันที่ 16 มิถุนายน เวลา 09.00 น. ส่วนคุณแม่จะเดินทางมาด้วยหรือไม่นั้นยังไม่ทราบ ส่วนทางแม่จะมีความยืดหยุ่นมากแค่ไหนนั้น ระบุว่าส่วนตัวไม่รู้ แต่มีแนวโน้มที่ดีในการไกล่เกลี่ย เพราะทั้งสองฝั่งจะนำข้อเสนอของแต่ละฝั่งไปพิจารณากัน ทนายยังระบุด้วยว่า แม่ของนายทรายขณะนี้มีความเครียด และต้องรับประทานยาเพราะเรื่องที่เกิดเกี่ยวข้องกับคนที่แม่รัก และกล่าวว่าไม่มีแม่คนไหนไม่รักลูก
นายสิรณัฐ หรือ ทราย ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน พร้อมกับ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และ น.ส.อัจฉรา แสงขาว หรือ “ทนายปุ้ย” และนายคมสัน โพธิ์คง นักกฎหมายชื่อดัง ว่า ตนได้นำสัญญาที่ทำไว้เมื่อปี 2023 โดยนายทรายบอกว่า เป็นสัญญาที่ทำขึ้นมาเพื่อปิดปากตัวเอง ตอนที่ตนโดนล่วงละเมิด ทั้งที่ตนเองไปขอความช่วยเหลือ ขอความรักจากครอบครัว แต่กลับได้สัญญาปิดปาก ห้ามไม่ให้พูดเนื้อหาที่โดนกระทำ เพื่อรักษาเกียรติยศของครอบครัว มองว่าเป็นสัญญาปิดปาก ที่ซื้อความเป็นมนุษย์ของตน โดยในสัญญาระบุว่า จะให้ปีละ 5 ล้านบาท และมีข้อระบุชัดเจนว่า ผู้รับสัญญาจะตกลงรักษาไว้ซึ่งชื่อเสียงของตระกูล ซึ่งเรื่องนี้คนในครอบครัวก็รับรู้
ในวันเดียวกัน ตนก็ได้เล่าเรื่องที่ถูกพี่ชายกระทำ ให้ครอบครัวได้รับรู้ ซึ่งในสัญญานี้ระบุไว้ด้วยว่า หากทำผิดสัญญาจะหยุดให้เงิน โดยวันนั้นตนได้เซ็นสัญญาไปด้วยความไม่รู้ พอโตขึ้นมาจึงรู้ว่าไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเงิน ความจริงไม่มีวันตาย ก่อนที่นายทราย สก็อต จะทำการฉีกสัญญาฉบับดังกล่าว พร้อมบอกว่าตนไม่เล่นแบบนี้ ความเป็นมนุษย์ซื้อไม่ได้ และหลังจากที่ฉีกสัญญาใบนี้แล้ว จะนำไปใส่ถังขยะรีไซเคิล เพื่อทำประโยชน์ให้มากกว่านี้
ทั้งนี้ อาทิตย์ที่ผ่านมา ตนไปเจอพินัยกรรมของคุณตาและคุณยาย ที่ทนายความช่วยไปคัดมาให้ จึงได้พบเอกสารดังกล่าว ซึ่งตนไม่เคยเห็นมาก่อน พอไปถามคนในครอบครัว เขาบอกว่าไม่ได้มีอะไร แต่จากการตรวจสอบพบว่า มีทรัพย์สินหลายอย่างที่ไม่เคยรู้เลยว่า คุณยายทิ้งไว้ให้ และไม่เคยรู้ว่า “นา” ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงของตน มีชื่อเป็นพยานอยู่ในพินัยกรรมฉบับนั้น ส่วนรายละเอียดนอกเหนือจากนี้ ตนจะโพสต์ใน Facebook ส่วนตัวอีกครั้ง ส่วนรายละเอียดในคดี ตนไม่สามารถให้ข้อมูลได้ คู่กรณีก็ไม่สมควรที่จะพูดอะไร นอกจากเรื่องที่มีการนัดไกล่เกลี่ยกันในอาทิตย์หน้า
เมื่อถามว่า ตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง นายทราย เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ตอนนี้ไม่มีคำบรรยายใดมาแทนความรู้สึกได้ ไม่สามารถมีใครมาซื้อเสียงของตนเองได้ ไม่ว่าเงินหรืออำนาจจะมากแค่ไหนก็ตาม
ด้าน ทนายคมสัน เปิดเผยว่ารายละเอียดในการไกล่เกลี่ยวันนี้ ศาลไม่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่ แต่คงไม่สามารถบอกได้ว่าใช้บังคับได้หรือไม่ เพราะที่ศาลพิจารณา แต่สัญญาดังกล่าวถือว่า ขัดต่อเสรีภาพในการพูด และมองว่าสัญญาที่ให้นายทรายเซ็นอาจขัดต่อความสงบเรียบร้อย