ระอุ! "กัมพูชา" ประท้วง "ไทย" หลัง ราชกิจจาฯ ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถาน "ปราสาทตาเมือน-ตาควาย"
13 พ.ค. 2569

ระอุ! "กัมพูชา" ประท้วง "ไทย" หลัง ราชกิจจาฯ ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถาน "ปราสาทตาเมือน-ตาควาย" เป็นของจังหวัดสุรินทร์
ข่าว
13 พ.ค. 2569

ระอุ! "กัมพูชา" ประท้วง "ไทย" หลัง ราชกิจจาฯ ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถาน "ปราสาทตาเมือน-ตาควาย" เป็นของจังหวัดสุรินทร์
13 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง
รายชื่อโบราณสถานในเขตจังหวัดสุรินทร์ ตามที่มาตรา 4 วรรคหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535
ด้กำหนดนิยามของคำว่า”โบราณสถาน” หมายความว่า อสังหาริมทรัพย์ซึ่งโดยอายุ หรือโดยลักษณะแห่งการก่อสร้าง หรือโดยหลักฐานเกี่ยวกับประวัติของอสังหาริมทรัพย์นั้น เป็นประโยชน์ทางศิลปะ ประวัติศาสตร์ หรือโบราณคดี ทั้งนี้ ให้รวมถึงสถานที่ที่เป็นแหล่งโบราณคดี แหล่งประวัติศาสตร์ และอุทยานประวัติศาสตร์ด้วย
เพื่อให้การปกป้องคุ้มครองโบราณสถานตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มีความชัดเจน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 อธิบดีกรมศิลปากร จึงประกาศรายชื่อโบราณสถานในเขตจังหวัดสุรินทร์ ดังนี้
-อำเภอกาบเชิง ปราสาทหมอนเจริญ ปราสาทเบง ปราสาทเช็ม ปราสาทหนองคะนา (ปราสาทหนองคันนา ปราสาทคนา หรือปราสาทหนองคนาย)
-อำเภอบัวเชด ปราสาทโอทะลัน
-อำเภอพนมดงรัก ปราสาทบ้านหนองคันนา ปราสาทตาเมือน (ปราสาทบายกรีม) ปราสาทตาควาย (ปราสาทตาวาย)
-อำเภอสังขะ ปราสาทเต่าทอง
ประกาศ ณ วันที่ 9 เม.ย. 2569
ล่าสุด ด้าน กัมพูชา ออกแถลงการณ์ประท้วงไทย ปมขึ้นทะเบียน “ปราสาทตาเมือน” ในบัญชีโบราณสถาน
กระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ออกแถลงการณ์ลงวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 แสดงการ “ประท้วงอย่างรุนแรง” และปฏิเสธอย่างหนัก ต่อการตัดสินใจของกรมศิลปากรของไทย ในการขึ้นทะเบียนโบราณสถานเพิ่มเติม โดยรวมปราสาทตาเมือน ปราสาทตาควาย ปราสาทคนา และโบราณสถานอื่นๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณชายแดน ซึ่งตั้งอยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของราชอาณาจักรกัมพูชา
แถลงการณ์ของกระทรวงวัฒนธรรมฯ กัมพูชา ระบุว่า การดำเนินการฝ่ายเดียวนี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย เป็นโมฆะ และไม่มีผลทางกฎหมายใดๆ การขึ้นทะเบียนดังกล่าวปราศจากมูลความจริงโดยสิ้นเชิง และไม่อาจใช้เป็นหลักฐานอ้างสิทธิอธิปไตยเหนือดินแดน หรือใช้เป็นเครื่องมือในการกำหนดเขตแดนได้ ไม่ว่ากรณีใดๆ
โดยประเด็นเรื่องอธิปไตยและการปักปันเขตแดนระหว่างกัมพูชากับไทยนั้น จะต้องได้รับการแก้ไขอย่างเคร่งครัดตามกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงสนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยาม ปี พ.ศ.2450 และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ โดยเฉพาะบันทึกความเข้าใจปี 2543 (MOU43) กรอบอ้างอิงปี 2546 (TOR 2546) และอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC)
กระทรวงวัฒนธรรมฯ ได้พิจารณาแล้วว่า การขึ้นทะเบียนดังกล่าว เป็นความพยายามที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในการสร้างภาพลักษณ์ทางกฎหมายเทียมเหนือแหล่งวัฒนธรรมที่ตั้งอยู่ในเขตปกครองของราชอาณาจักรกัมพูชา การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา และบ่อนทำลายเจตนารมณ์แห่งการเจรจาโดยสันติและความเคารพซึ่งกันและกันระหว่างสองประเทศ
กระทรวงวัฒนธรรมฯ กัมพูชา ขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทย ถอนการขึ้นทะเบียนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวโดยทันที และงดเว้นการดำเนินการฝ่ายเดียวใดๆ ที่จะบั่นทอนความพยายามของกัมพูชา ในการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ ผ่านกลไกทวิภาคี และว่า ราชอาณาจักรกัมพูชา ยังคงยึดมั่นอย่างแน่วแน่ต่อการแก้ไขทุกประเด็นที่ยังคงค้างอยู่ด้วยสันติวิธี ภายใต้การเคารพอย่างเต็มที่ต่อกฎหมายระหว่างประเทศและกลไกทวิภาคีที่ได้จัดตั้งขึ้น
#ปราสาทตาเมือน #ปราสาทตาควาย #สุรินทร์ #กรมศิลปากร #ราชกิจจานุเบกษา #ไทยกัมพูชา #โบราณสถาน #ข่าววันนี้ #ข้อพิพาทชายแดน #MOU43
ข่าวล่าสุด