เนชั่นทีวี

ข่าว

ทักษิณ เตือน 10 จุดเสี่ยงไทย เร่งปรับตัวรับมือ AI-ภัยมั่นคง

18 ส.ค. 2569 | titayu_pur

ทักษิณ เตือน 10 จุดเสี่ยงไทย เร่งปรับตัวรับมือ AI-ภัยมั่นคง

ทักษิณ ชินวัตร ชี้ 10 จุดเสี่ยงไทย เตือนวิกฤตภัยมั่นคงรูปแบบใหม่ สงครามโดรน เทคโนโลยี AI ดิสรัปต์แรงงาน เร่งไทยปรับตัวด่วนก่อนสายเกินแก้

ทักษิณ ชินวัตร ชี้ 10 จุดเสี่ยงไทย เตือนวิกฤตภัยมั่นคงรูปแบบใหม่ สงครามโดรน เทคโนโลยี AI ดิสรัปต์แรงงาน เร่งไทยปรับตัวด่วนก่อนสายเกินแก้

KEY

POINTS

  • เตือน 10 จุดเสี่ยงไทย: ทักษิณ ชี้วิกฤตความมั่นคง เทคโนโลยี เศรษฐกิจ และระบบราชการ เร่งไทยปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงของโลก
     
  • ภัยสงครามยุคใหม่: เตือนภัยอาวุธโดรนไร้คนขับ ยาเสพติดชายแดน และหุ่นยนต์สงคราม AI ที่ระบบป้องกันภัยเดิมสกัดไม่ได้
     
  • AI ดิสรัปต์แรงงาน: โครงสร้างแรงงานเปลี่ยนจากรูปพีระมิดเป็นเพชร AI เข้ามาแทนที่งานระดับล่าง กระทบหนักกลุ่มเด็กจบใหม่

18 สิงหาคม 2569 นายทักษิณ ชินวัตร แสดงทัศนะในงานครบรอบ 30 ปี บริษัท โสมาภา อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ผ่าโครงสร้าง 10 จุดเสี่ยงไทย ที่ต้องเร่งรับมือ ทั้งภัยสงครามรูปแบบใหม่ อาวุธโดรน ปัญหายาเสพติดชายแดน และเทคโนโลยี AI ที่เข้ามาดิสรัปต์แรงงาน เพื่อเตือนให้ทุกภาคส่วนเร่งยกระดับเทคโนโลยี เพิ่มขีดความสามารถด้าน ความมั่นคง และปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ก่อนสายเกินไป


นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษในงานครบรอบ 30 ปี บริษัท โสมาภา อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ในหัวข้อ ความท้าทายด้านความมั่นคงในโลกยุคใหม่ เทคโนโลยี และความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยชี้ให้เห็นความเสี่ยงของประเทศไทยใน 10 มิติ ตั้งแต่ความมั่นคง เทคโนโลยี เศรษฐกิจ พลังงาน ไปจนถึงระบบราชการและหลักนิติธรรม พร้อมเสนอให้ไทยเร่งปรับตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลก

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

 

ความสัมพันธ์ “ทักษิณ-โสมาภา” จุดเริ่มต้นจากเทคโนโลยีความมั่นคง

 

นายทักษิณกล่าวถึงความสัมพันธ์กับบริษัท โสมาภา อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) และผู้บริหารของบริษัทว่า มีความผูกพันกันมาอย่างยาวนานในลักษณะ “เยี่ยงพี่น้อง” พร้อมกล่าวถึงผู้บริหารว่าเป็น “น้องที่ผมได้เห็นความเจริญเติบโตมาโดยตลอด” และแสดงความยินดีที่ได้เห็นบริษัทเติบโตและประสบความสำเร็จบนเส้นทางธุรกิจ

 

นายทักษิณเล่าย้อนว่า จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้บริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดดเกิดขึ้นในช่วงที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ภายหลังเหตุการณ์ 9/11 ในสหรัฐอเมริกา เมื่อมีการผลักดันให้ประเทศต่าง ๆ พัฒนาระบบ Advance Passenger Information Service หรือ APIS เพื่อใช้คัดกรองและตรวจสอบข้อมูลผู้โดยสารระหว่างประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพด้านความมั่นคง

 

ประเทศไทยตอบรับแนวทางดังกล่าวในเวลานั้น และบริษัทโสมาภาได้เข้ามาพัฒนาและผลักดันระบบอย่างจริงจัง จนกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้บริษัทมีปริมาณงานเพิ่มขึ้น ขยายธุรกิจ และต่อยอดเทคโนโลยีไปสู่ระดับนานาชาติ 



นายทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

 

1. ความมั่นคงชายแดน-ภัยคุกคามรูปแบบใหม่

 

นายทักษิณมองว่า ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาที่ผ่านมาเป็นสงครามในรูปแบบเดิม แต่ภัยคุกคามในอนาคตจะมีความซับซ้อนและรุนแรงมากขึ้น โดยยกตัวอย่างการโจมตีด้วยขีปนาวุธและอากาศยานไร้คนขับจำนวนมากในตะวันออกกลาง ซึ่งระบบป้องกันภัยทางอากาศไม่สามารถสกัดได้ทั้งหมด

 

พร้อมเตือนว่าไทยต้องเร่งพัฒนาขีดความสามารถในการรับมือภัยรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะปัญหายาเสพติดตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา รวมถึงการนำเทคโนโลยีอย่างอากาศยานไร้คนขับตรวจการณ์มาใช้เสริมการทำงานแทนการพึ่งพากำลังพลจำนวนมาก

 

2. หุ่นยนต์-เอไอ เปลี่ยนรูปแบบความมั่นคง

 

นายทักษิณชี้ว่า เทคโนโลยีหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์กำลังเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำสงครามและภารกิจด้านความมั่นคง โดยยกตัวอย่างอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ของจีน ทั้งหุ่นยนต์สุนัขและหุ่นยนต์สำหรับภารกิจด้านความมั่นคง ซึ่งสามารถเข้ามาทำงานแทนมนุษย์และลดความสูญเสียของกำลังพล

 

3. เอไอ เปลี่ยนโครงสร้างแรงงาน

 

สำหรับภาคเศรษฐกิจ นายทักษิณมองว่าโครงสร้างองค์กรในอนาคตจะเปลี่ยนจากรูปพีระมิดเป็นรูปเพชร เพราะเอไอจะเข้ามาทดแทนงานระดับล่างจำนวนมาก โดยเฉพาะตำแหน่งงานของผู้ที่เพิ่งจบการศึกษา

 

ขณะที่คนรุ่นใหม่จะให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ตลอดชีวิตมากกว่าการยึดติดกับปริญญา และสามารถใช้เอไอเป็นเครื่องมือในการพัฒนาทักษะได้อย่างต่อเนื่อง

 

4. ไซเบอร์ จุดเปราะบางโครงสร้างพื้นฐาน

 

อีกหนึ่งความเสี่ยงสำคัญคือภัยไซเบอร์ โดยเฉพาะการโจมตีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้าและประปา ซึ่งหากถูกโจมตีอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนในวงกว้าง

 

นายทักษิณมองว่า ไทยจึงต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลมากขึ้น

 

5. การมีอายุยืนยาว กระทบโครงสร้างสังคม

 

นายทักษิณกล่าวถึงเทคโนโลยีด้านการชะลอวัยและการฟื้นฟูเซลล์ ซึ่งกำลังได้รับการพัฒนาในหลายประเทศ โดยมองว่า หากมนุษย์มีอายุยืนยาวขึ้นอย่างมาก จะส่งผลต่อโครงสร้างสังคม ทั้งระบบบำนาญ การทำงาน ตลอดจนรูปแบบครอบครัวและที่อยู่อาศัยในอนาคต

 

6. ดาวเทียม-การสื่อสาร ต้องเร่งปรับตัว

 

ด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร นายทักษิณกล่าวถึงการขยายตัวของธุรกิจดาวเทียมวงโคจรต่ำ หรือ LEO เช่น Starlink และธุรกิจดาวเทียมจากต่างประเทศที่ต้องการเข้ามาดำเนินธุรกิจในไทย แต่ยังติดข้อจำกัดด้านกฎหมายและสัดส่วนการถือหุ้น

 

พร้อมเตือนว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่มีดาวเทียมวงโคจรต่ำจำนวนมาก ไทยจึงต้องเตรียมความพร้อมทั้งด้านเทคโนโลยีและความมั่นคงของระบบสื่อสาร

 

7. พลังงาน ต้นทุนสำคัญต่อการลงทุน

 

นายทักษิณเห็นว่าไทยจำเป็นต้องปรับโครงสร้างพลังงาน และเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานทางเลือกมากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาระบบมิเตอร์อัจฉริยะ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถบริหารจัดการการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

พร้อมเสนอให้ลดต้นทุนค่าไฟฟ้า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและดึงดูดการลงทุนภาคอุตสาหกรรม

 

8. สร้างพันธมิตร รับมือโลกที่เปลี่ยนไป

 

นายทักษิณเสนอให้ไทยกลับมาทบทวนยุทธศาสตร์ความสัมพันธ์กับประเทศมหาอำนาจและพันธมิตร โดยระบุว่าในอดีตไทยมีความร่วมมือทางยุทธศาสตร์กับหลายประเทศ รวมถึงญี่ปุ่น แต่จำเป็นต้องสานต่อและกำหนดยุทธศาสตร์ร่วมกันให้ชัดเจน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลก

 

9. หลักนิติธรรม สร้างความเชื่อมั่น

 

ในด้านเศรษฐกิจ นายทักษิณย้ำว่า หัวใจสำคัญของระบบทุนนิยมคือความเชื่อมั่น ซึ่งจะเกิดขึ้นได้เมื่อประเทศมีหลักนิติธรรมที่เข้มแข็ง

 

พร้อมมองว่าจุดอ่อนด้านหลักนิติธรรมของไทยเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน

 

10. กฎหมายล้น-ระบบราชการใหญ่ ต้องใช้เอไอเพิ่มประสิทธิภาพ

 

นายทักษิณยังตั้งข้อสังเกตถึงขนาดของระบบราชการไทยและจำนวนกฎหมายที่มีอยู่จำนวนมาก ซึ่งอาจกลายเป็นข้อจำกัดต่อการบริหารประเทศ

 

พร้อมเสนอให้นำเอไอเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภาครัฐ โดยยกตัวอย่างธุรกิจในต่างประเทศที่มีบุคลากรจำนวนน้อย แต่สามารถสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้สูงจากการใช้เทคโนโลยีเข้ามาทดแทนงานจำนวนมาก

 

ช่วงท้าย นายทักษิณย้ำว่า ไทยจำเป็นต้องกลับมาประเมินความพร้อมของประเทศไทยอย่างจริงจัง ทั้งการรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและระบบราชการ ตลอดจนการวางยุทธศาสตร์ร่วมกับพันธมิตรต่างประเทศ เพื่อให้ไทยสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันได้ในโลกยุคใหม่

 

ข่าวล่าสุด