svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

ดีเอสไอ แจงยิบ คดีเขากระโดงยังไม่จบ มีผู้เสียหายฟ้องศาลถึง 18 คดี

16 มี.ค. 2569

ดีเอสไอ แจงยิบ ยืนยันคดีที่ดินเขากระโดง ยังไม่จบ ย้ำอยู่ในอำนาจ ป.ป.ช. รวมทั้งมีคดีฟ้องในศาล ทั้งแพ่ง อาญา ปกครอง 18 คดี

16 มีนาคม 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) แถลงชี้แจงกรณี ปรากฏข่าวสารผ่านสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ ยุติการสืบสวน กรณีคดีที่ดินเขากระโดง จนทำให้เกิดความเข้าใจต่อสาธารณชนว่า กระบวนการในเรื่องดังกล่าวเสร็จสิ้นและไม่มีการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว นั้น

 

กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า ได้มีประชาชนจำนวน 2 ราย เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนกล่าวหา เจ้าหน้าที่ของรัฐ ต่อกรมสอบสวนพิเศษ โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน กรณีที่ไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ของที่ดินเอกชนที่ทับซ้อนกับแนวเขตที่ดินตามพระราชกฤษฎีกา กำหนดแนวเขตสร้างทางรถไฟหลวงต่อจากนครราชสีมาถึงอุบลราชธานี ลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2464 ซึ่งมีคำพิพากษาศาลฎีกาแล้วว่าเป็นที่ดินของรัฐ อันเป็นการดำเนินการที่มิชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งร้องขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการเกี่ยวกับการเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดินและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง

กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับเรื่องไว้ทำการสืบสวน เป็นสำนวนสืบสวนที่ 97/2568 โดยมีการรวบรวมคำพิพากษา คำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา ข้อมูลจากสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ ข้อมูลจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งลงพื้นที่เพื่อสืบสวนข้อเท็จจริง และมีการประสานข้อมูลไปยังกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) พบว่าเรื่องนี้มีการฟ้องคดีในศาล ทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา และคดีปกครอง รวมกันกว่า 18 คดี

 

ดีเอสไอ แจงยิบ คดีเขากระโดงยังไม่จบ มีผู้เสียหายฟ้องศาลถึง 18 คดี

 

โดยในส่วนคดีแพ่ง มีคำพิพากษาฎีกา และคดีถึงที่สุดหลายคดี นำไปสู่การฟ้องศาลปกครอง และได้มีคำพิพากษาศาลปกครอง ให้กรมที่ดินตั้งคณะกรรมการ ตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อพิจารณาเพิกถอนเอกสารสิทธิ โดยกรมที่ดินได้มีการตั้งคณะกรรมการดังกล่าว และมีมติไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดิน ซึ่งมีปรากฏอยู่ในบริเวณดังกล่าว 995 แปลง จนนำไปสู่การฟ้องคดีที่ศาลปกครอง เป็นอีกคดีหนึ่ง

สำหรับประเด็นของเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น ได้มีการกล่าวหาคณะกรรมการ ตามมาตรา 61 ทั้งต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ บก.ปปป. โดยสำนวนในส่วน บก.ปปป.นั้น ได้มีการส่งไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 แล้ว สอดคล้องกับข้อมูลที่สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ให้ข้อมูลต่อสื่อสาธารณะก่อนหน้านี้ ดังนั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงต้องส่งเรื่องดังกล่าวไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อรวมเรื่องดำเนินการ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 เช่นกัน 

 

อย่างไรก็ตาม ในประเด็นการบุกรุกที่ดินของรัฐนั้น ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันปราบปรามการทุจริตฯ มาตรา 30 กำหนดให้เรื่องที่เกี่ยวข้องกัน เป็นอำนาจวินิจฉัย รวมทั้งหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วย ซึ่งหากคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเป็นประการใด หรือประสงค์ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษช่วยดำเนินการในเรื่องใด ภายใต้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฯ กรมสอบสวนคดีพิเศษยินดีและพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติ

 

อีกทั้ง เรื่องนี้ยังมีคดีที่อยู่ในชั้นศาลหลายคดี กรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงส่งผลการสืบสวนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ประโยชน์ในการต่อสู้คดีและรักษาผลประโยชน์ของรัฐตามหน้าที่และอำนาจของแต่ละหน่วยงาน

 

ดังนั้น จากข้อเท็จจริงดังกล่าว จึงไม่ใช่เป็นกรณีที่มีการยุติการดำเนินการในเรื่องเขากระโดงทั้งหมด ตามที่สาธารณชนเข้าใจ แต่เป็นการดำเนินการภายใต้บทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงขอเน้นย้ำและชี้แจงทำความเข้าใจต่อสาธารณชน ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษมุ่งมั่นในการป้องกัน ปราบปราม สืบสวน และสอบสวนคดีพิเศษ ภายใต้พระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษฯ และหลักนิติธรรมทุกประการ

 

ดีเอสไอ แจงยิบ คดีเขากระโดงยังไม่จบ มีผู้เสียหายฟ้องศาลถึง 18 คดี