รพ.ด่านช้าง แถลงยอมรับฉีดยาผิดให้ทารกวัย 1 เดือน
02 เม.ย. 2569

รพ.ด่านช้าง แถลงยอมรับฉีดยาให้ทารกวัย 1 เดือนผิด พร้อมเผยสาเหตุเกิดจากความผิดพลาด ด้านครอบครัวคาใจ หมอเคยบอกเองว่ายาแรงถึงขั้นหยุดหายใจ แต่ในใบแถลงกลับบอกแค่ปากแห้งคอแห้ง
ข่าว
02 เม.ย. 2569

รพ.ด่านช้าง แถลงยอมรับฉีดยาให้ทารกวัย 1 เดือนผิด พร้อมเผยสาเหตุเกิดจากความผิดพลาด ด้านครอบครัวคาใจ หมอเคยบอกเองว่ายาแรงถึงขั้นหยุดหายใจ แต่ในใบแถลงกลับบอกแค่ปากแห้งคอแห้ง
2 เมษายน 2569 จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Supawat Supawat Khapayut โพสต์ข้อความระบุว่า ถ้าสมมติว่าลูกเราไม่สบาย แล้วเราพาลูกไปหาหมอที่โรงพยาบาล แล้วอยู่ดี ๆ มีหมอมาบอกกับเราว่า ขอโทษนะคะ พอดีฉีดยาผิดให้ลูกคุณไป ซึ่งยาที่ฉีดให้ลูกเรานั้นคือ ยาสำหรับผู้ใหญ่ ไม่สามารถฉีดให้เด็กได้ ไม่ว่าจะเด็กเล็กหรือเด็กโต แต่ลูกผมอายุเดือนเดียว
ซึ่งมันเกินขนาดที่เด็กจะรับได้ อาจจะทำให้เด็กมีอาการหายใจช้าลง หรือหลับจนเรียกไม่รู้สึก แรงสุดคือ ถึงขั้นหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้ คือแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ หมอพูดกับคุณแบบนี้ ถ้าเป็นลูกคุณคุณจะทำยังไง ลองแสดงความคิดเห็นหน่อย
ส่วนอีกโพสต์ระบุว่า
"อัพเดต อาการน้องล่าสุดนะครับ นับตั้งแต่ตอนฉีดยาเมื่อวาน ผ่านมา 16 ชั่วโมง หมอก็ยังให้คำตอบไม่ได้ว่าปลอดภัย 100% ยังต้องอยู่ในช่วงดูแลใกล้ชิด ในห้องปลอดเชื้อจนครบ 24 ชั่วโมง หมอถึงจะสรุปให้ได้ ณ ตอนนี้โดยรวม อาการน้องดีขึ้นกว่าเมื่อวาน หายใจดีขึ้น เรียกแล้วรู้สึกตอบสนองดีขึ้น คือเมื่อวานตอนน้องได้รับยาน้องตอบสนองช้า หายใจช้ามากๆ ตอนนี้แค่เริ่มดีขึ้นจากเมื่อวาน คือหมอก็ยังสรุปอะไรไม่ได้ ให้รอจนกว่าจะครบ 24 ชั่วโมง"
ด้าน นายศุภวัฒน์ คาพยุต อายุ 28 ปี และนางสุดารัตน์ โพธิ์หิรัญ อายุ 27 ปี พ่อแม่ น้องฟอร์จูน ด.ญ.อายุ 1 เดือน เล่าว่า ก่อนที่จะพาไปโรงพยาบาล ลูกไม่สบายปอดชื้น เลยพาไปหาหมอ หมอก็รักษาตามอาการให้ยาฆ่าเชื้อ 2 วัน พอวันที่ 3 ที่เป็นปัญหา ก็ให้ยาฆ่าเชื้อเหมือนกัน แต่เขาเอายาอะไรมาให้ก็ไม่รู้ ตอนแรกที่เขาพูด เขาบอกว่าเป็นยาของคนโต หัวหน้าใหญ่บอกว่ามันร้ายแรง จนทำให้เด็กเสียชีวิตได้ พอพยาบาลเอามาฉีดให้ลูก สักประมาณ 3-4 นาที เขาก็เดินมาดูอาการและจับดูลูก แล้วก็มาเปิดดูตาลูก เด็กตาลืมไม่ขึ้นแล้ว แล้วเขาก็บอกว่าเขาฉีดยาผิด พยาบาลเป็นคนบอกหมอ แล้วหมอเดินมาบอกอีกทีว่า ทางโรงพยาบาลฉีดยาผิดให้ลูกมีผลข้างเคียงเป็นอย่างไร และยาแรงแค่ไหน หมอใหญ่เป็นคนบอกหมดเลย แล้วโอกาสจะเป็นอะไรบ้าง เขาก็พูด
"การฉีดยาผิดครั้งนี้สามารถหยุดหายใจได้เลย เขาพูดกับผมว่า เขากลัวเด็กจะหยุดหายใจ เพราะมันมีสิทธิ์เป็นได้ขนาดนั้น ตอนนี้กังวลที่ว่า เขาบอกว่ายาตัวนี้ทำให้เด็กหยุดหายใจได้ เขาก็ไม่ได้คุยอะไรกับผมอีกเลย พยาบาลคนที่ฉีดยาผิด ก็ยังไม่ได้มาคุยกับผมเลย แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าเป็นใคร คือไม่มีใครติดต่อมาเลยตั้งแต่เกิดเรื่อง แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่ายาที่ฉีดไปคือยาอะไร ตอนที่ฉีดยาไปเมื่อวาน พอตอนฉีดไปรู้สึกเลยว่าน้องหายใจช้าลงไปเหลือ 20 กว่าๆ ตอนนี้เริ่มดีขึ้นกว่าเมื่อวาน แต่ก็ยังไม่ดีเท่าปกติ ตอนนี้อยากให้คุณหมอ พยาบาล ออกมาชี้แจงว่ามันเป็นยาอะไร อยากให้ออกมาพูด ไม่ใช่ว่าเงียบไปเลย ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ทางโรงพยาบาลก็ไม่ได้ติดต่อมา ใครจะต้องเป็นคนรับผิดชอบ แล้วมันความผิดใคร ไม่มีใครพูดเลย เขาแค่พูดว่ายามันแรงนะ ผลข้างเคียงทำให้เสียชีวิตได้ แล้วเขาก็ไป ยังไม่มีใครมาติดต่อ"
นายศุภวัฒน์ พ่อน้องฟอร์จูน บอกอีกว่า ตอนที่เขาฉีดยา ตัวผมไม่ได้อยู่โรงพยาบาล แฟนกำลังให้นมลูกอยู่ แล้วเขาก็มาฉีดยา แต่เขาไม่ได้เรียกชื่อ เขาหยิบยาแล้วก็ฉีดใส่น้ำเกลือเลย ประมาณ 3-4 นาที เขาก็รีบวิ่งมา มาดูอาการเด็กว่าเด็กมีอาการอย่างไร มาจับหลังกระตุ้น น้องก็รู้สึกตัวช้า แล้วพอเปิดม่านตา ม่านตาน้องไม่เปิด เขาก็เลยวิ่งไปหาหมออีกทีหนึ่ง แล้วหมอถึงจะออกมาบอกแฟนว่าฉีดยาผิดไป แล้วก็บอกขอโทษ แล้วก็บอกว่ายามันร้ายแรงแค่ไหน มีผลข้างเคียงถึงขนาดไหน อาการของน้องตอนนี้หายใจอยู่ประมาณ 40 กว่า ๆ แต่ยังไม่ดีเหมือนปกติ แต่ก็ยังดีกว่าเมื่อวานที่ได้รับยา เมื่อวานหายใจเหลือ 20 กว่า ๆ ซึ่งมันน้อยมาก
แล้วตอนนี้ก็ยังไม่ได้คำตอบว่าเขาฉีดยาอะไรไป อยากให้เขามาชี้แจงว่ามันผิดพลาดตรงไหน แล้วยาที่เขาฉีดไปคือยาอะไร เมื่อวานมีหัวหน้าที่ออกมารับผิดชอบแทนพยาบาล เขาบอกว่ามันร้ายแรงมาก
ล่าสุดที่โรงพยาบาลด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี นายแพทย์อิศวร ดวงจินดา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมทีมเจรจาของโรงพยาบาล ได้ออกมาชี้แจง กับพ่อแม่ และญาติของเด็ก โดยทางโรงพยาบาลด่านช้าง ได้ออกหนังสือคำชี้แจงเกี่ยวกับเหตุการณ์ความคลาดเคลื่อนในการให้ยาผู้ป่วยเด็กตามที่ได้มีการเผยแพร่ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับเหตุการณ์ความคลาดเคลื่อนในการให้ยาแก่ผู้ป่วยเด็กนั้น
ทางโรงพยาบาลและคณะผู้บริหารได้รับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและตระหนักถึงสถานการณ์ด้วยความห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง โรงพยาบาลขอยอมรับด้วยความจริงใจว่า "เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากความบกพร่องในกระบวนการระบุตัวตนผู้ป่วย และการสื่อสารระหว่างบุคลากร" ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางโรงพยาบาลให้ความสำคัญสูงสุด และไม่ควรเกิดขึ้นในมาตรฐานการดูแลผู้ป่วย
ในการนี้ ทางโรงพยาบาลขอชี้แจงเบื้องต้น ดังนี้
ผู้ป่วยที่ได้รับยาผิดพลาดในรายนี้เป็นผู้ป่วยเด็กอายุ 1 เดือน 8 วัน เข้ารับการรักษาด้วยภาวะปอดติดเชื้อ มีไข้ หายใจหอบเหนื่อย ได้รับยาปฏิชีวนะ และจำเป็นต้องใช้เครื่องให้ออกซิเจนแรงดันสูง สำหรับยาที่ให้แก่ผู้ป่วยผิดพลาดนั้นเป็นยาแก้แพ้ Chlorpheniranine ซึ่งเป็นยาที่เตรียมไว้ให้กับผู้ป่วยเด็กอายุ 9 เดือนอีกรายหนึ่ง โดยที่ยาแก้แพ้ดังกล่าวอาจมีผลข้างเคียงทำให้ง่วงซึม ปากแห้ง คอแห้ง หรืออาจเกิดอาการท้องผูกได้
การดูแลผู้ป่วยรายนี้ ทางทีมกุมารแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ ได้ทำการติดตามอาการและเฝ้าระวังผลข้างเคียงจากการได้รับยาผิดอย่างใกล้ชิดที่สุด เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของผู้ป่วย ป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยทีมกุมารแพทย์และผู้เชี่ยวชาญประเมินอาการ ไม่พบว่าเกิดความเสียหายแก่ร่างกายผู้ป่วย และฤทธิ์ของยาแก้แพ้ดังกล่าวได้หมดลงตามระยะเวลาการออกฤทธิ์ของยาแล้ว
ทางโรงพยาบาลขอน้อมรับความผิดพลาดและคำตำหนิจากทางครอบครัวทุกประการและขอให้ความมั่นใจว่าจะดูแลผู้ป่วยเป็นอย่างดี และยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพบริการทางการแพทย์และความปลอดภัยของผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง และขอขอบคุณประชาชนทุกท่าน ที่มอบความห่วงใย ความเข้าใจ และความไว้วางใจต่อการดำเนินงานของโรงพยาบาลที่ดีเสมอมา
ด้าน นายศุภวัฒน์ คาพยุต พ่อเด็ก บอกว่า มันจะมาจบแบบนี้แล้วในคำพูดที่มันไม่จริงมันก็ไม่ได้ ซึ่งตนไม่ได้เคยพูดถึงเรื่องเงินเยียวยาเลย ในวันที่ลูกเราเป็นแบบนี้ ทางโรงพยาบาลไม่มีใครติดต่อตนมาเลย มีแต่ทางโซเชียลที่ช่วยพวกตนมาวันนี้ ตนต้องการแค่การยอมรับ แต่เขามาพูดเหมือนตัวเองถูก แต่ตนก็ยอมบอกเลยตามนั้น ตนไม่รับคำชี้แจง ตนก็คิดว่าเขาพูดไม่จริงเหมือนกัน ตนรู้สึกไม่สบายใจบอกได้เลยว่าโคตรทุเรศเลย ตนไม่ยอมรับคำแถลงแบบนี้แน่นอน
ในขณะที่ลูกตนเป็นแบบนี้ เขายังพูดว่าเป็นคำพูดหมอที่สื่อสารกันผิด ซึ่งมันไม่ใช่การสื่อสารที่ผิด แต่มันเป็นอาการของตัวลูกตนที่เป็น ไม่ได้เป็นแค่ปากแห้ง ถ้าแค่ปากแห้ง คืนนี้ตนถามว่ามีใครรับปากตนได้บ้างว่าลูกตนจะไม่เป็นอะไร แต่ไม่มีใครรับปากตนได้เลย
ตนแค่อยากให้เขายอมรับว่าบุคลากรของเขาทำผิดพลาด แค่นั้นเองมันยากมากมายเลยหรือ ตนอยากให้โรงพยาบาลออกมาแถลงความจริง ว่าบุคลากรตัวเองทำผิดพลาดแค่นั้นแหละไม่มีใครว่าอะไร ถ้าเป็นอย่างนี้เขาก็ด่ากันทั้งหมด ตนโดนกระทำแล้วยังต้องมาโดนคนด่าอีกซึ่งมันไม่ใช่เรื่อง
ทุกวันนี้ตนยังไม่รู้เลยว่าใครเป็นคนฉีดยาลูกตนผิด เรื่องมันไปอยู่ตรงไหนแล้วไม่รู้ จากนี้ตนก็จะไม่คุยแล้วไม่ยอมแล้วเหมือนกัน เพราะสิ่งที่เขาบอกก็ไม่ใช่เรื่องจริงเช่นกัน
ข่าวล่าสุด