คนสูงวัยยังทำงานเพราะความจำเป็นทางเศรษฐกิจ
ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ในปี 2565 มีจำนวนผู้สูงอายุที่ทำงาน 4.74 ล้านคน (36.1%) เพิ่มขึ้น 0.2 ล้านคน จากปี 2564 (4.54 ล้านคน, 34.9%) โดยผู้สูงอายุยังคงทำงานเพราะความจำเป็นทางเศรษฐกิจ เงินออมไม่พอ ไม่มีลูกหลานดูแล
ขณะเดียวกัน ในปี 2562 กลุ่มเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาและว่างงาน ที่มีอายุ 15-29 ปี มีจำนวนประมาณ 1.1 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 25.5 ของประชากรในกลุ่มอายุดังกล่าว ทั้งหมดส่วนใหญ่มาจากครอบครัวรายได้น้อย
คนจนเข้าถึงการศึกษาน้อยกว่าคนรวย 6 เท่า
นอกจากนี้ รวมทั้งข้อมูลขององค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก พบว่า "ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา" ยังเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทย โดยเฉพาะเยาวชนจาก "ครอบครัวยากจน" จำนวนมาก ไม่มีโอกาสเรียนหนังสือสูงกว่าภาคบังคับ
ทั้งนี้ ยูเนสโกระบุว่าไทยมีเยาวชนจากครัวเรือนฐานะยากจนที่สุดร้อยละ 20 ของประเทศ คือ มีเพียง 8 ใน 100 คนเท่านั้น ที่สามารถศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาได้ น้อยกว่าเด็กที่มาจากครัวเรือนร่ำรวยที่สุดร้อยละ 20 ของประเทศถึง 6 เท่า อีกทั้ง ข้อมูลจากบัญชีกระแสการโอนประชาชาติ พบว่า การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไทยเพียงอย่างเดียว ทำให้เกิดการขาดดุลรายได้ ของประเทศเพิ่มขึ้น 1.34 เท่า ในช่วงปี 2562-2583
โครงสร้างประชากรเพิ่มภาระทางการคลัง
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรจะทำให้ภาระทางการคลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หนี้สาธารณะต่อ GDP ในปี 2583 เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 5.41 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า รวมทั้งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (ปี 2555-2564) งบประมาณด้านสังคมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และคาดการณ์ว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า (2565-2583) จะยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
พัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัยรับโลกยุคใหม่
อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวภาครัฐและทุกภาคส่วนของสังคม จึงต้องตื่นตัวมากขึ้นในการกำหนด หรือออกแบบนโยบายตั้งแต่วันนี้ (7มี.ค.) ที่จะทำให้รายได้จากแรงงานเพิ่มสูงขึ้น และจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย เพื่อให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับโลกยุคปัจจุบัน และสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานสมัยใหม่ ให้ความรู้กับทุกช่วงวัย และให้ความสำคัญกับการปรับพฤติกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการการเงิน การออม
นายวราวุธ ระบุว่า จากสถานการณ์ต่างๆ ข้างต้น จึงอาจคาดการณ์ได้ถึงวิกฤตทางประชากรในอนาคต ที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับจำนวนประชากรสูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรแบบก้าวกระโดด
นอกจากนี้ ถือเป็นความท้าทายต่อบทบาทและภารกิจของกระทรวง พม.
และของสังคมไทยที่รออยู่ในอนาคตข้างหน้า ทั้งต่ออัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสถานภาพทางการเงินการคลังของประเทศ ต่อการสร้างระบบคุ้มครองทางสังคมที่เหมาะสม ต่อความยั่งยืนของระบบการเงินของครัวเรือน ตลาดการเงิน และระบบการคลังของประเทศ และต่อความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของประชาชน ได้แก่ การได้รับการศึกษา การทำงาน ระบบบริการสุขภาพที่เหมาะสม และที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและปลอดภัย
"วันนี้สังคมไทยต้องเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนวิธีทำ ว่าจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ สิ่งที่ควรจะให้ถ้วนหน้า คือ โอกาส ให้คนคนหนึ่ง สามารถยืนอยู่ในสังคม บนลำแข้ง และความสามารถของตัวเอง" นายวราวุธ ระบุ
เสนอ 5 แนวทางหลุดพ้นปัญหาโครงสร้างประชากร
สำหรับแนวทางสำคัญที่จะต้องเร่งทำวันนี้ในการสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวของประเทศไทย เพื่อจะไม่ต้องเจอปัญหาวิกฤตโครงสร้างประชากร คือ
- ต้องเสริมพลังวัยทำงานให้มีความหวังอยู่ในสังคมได้ สามารถเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้
- เพิ่มคุณภาพของเด็กและเยาวชน เด็กยิ่งน้อย ยิ่งต้องทำให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
- เพิ่มพลังให้กับผู้สูงอายุ เมื่อมีผู้สูงอายุมากต้องดึงพลังออกมาใช้ พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ให้องค์ความรู้กับผู้สูงอายุ ในยามที่อายุมากขึ้นแต่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไป เพื่อไม่ให้มิจฉาชีพหลอกผู้สูงอายุได้
- สร้างโอกาสและเสริมคุณค่าพัฒนาศักยภาพให้กับคนพิการทั่วประเทศให้มีการจ้างงานคนพิการ ซึ่งปัจจุบันการจ้างคนพิการมาเป็น call center เพราะจะมีเซ้นส์ในการฟังดีกว่าคนปกติ
- การสร้างระบบนิเวศน์ที่เอื้อในการสนับสนุนครอบครัวให้เติบโตและมีพลังชีวิตของตนเอง
นายวราวุธ ย้ำว่า หลังจากการประชุมวันนี้ พม. จะจัดทำสมุดปกขาว "พัฒนาความมั่นคงครอบครัวไทย เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์" เพื่อรวบรวมข้อเสนอจากทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันออกแบบนโยบาย มาตรการ และขับเคลื่อนพัฒนาความมั่นคงของครอบครัวสู่ความมั่นคงของมนุษย์ ไปเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือนเม.ย. 2567
ทั้งนี้ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบนำไปสู่การขับเคลื่อนเป็นนโยบายของทุกกระทรวง และจะได้นำเสนอในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ประชากรและการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 57 ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 29 เม.ย. - 3 พ.ค. 2567 ต่อไป