ปัญหาดังกล่าว พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า หลังเกิดเหตุ ครูเวรสาวถูกทำร้ายร่างกาย ขณะอยู่เฝ้าเวรโรงเรียน และ ครม. ได้มีมติยกเลิกการอยู่เวรของครูในโรงเรียนและสถานศึกษาทั่วประเทศ ขณะนี้ทางกระทรวงศึกษาธิการไ ด้มีหนังสือมาถึง ผบ.ตร. ขอความร่วมมือจัดเจ้าหน้าที่สายตรวจ ดูแลความปลอดภัยและติดตั้งตู้แดงประจำสถานศึกษาแล้ว
ซึ่งทาง ตร. จะมอบหมายให้ฝ่ายป้องกันปราบปราม ไปประชุมหารือร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย รวมทั้งภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการกำหนดรูปแบบการทำงาน ร่วมกันในการดูแลความปลอดภัย สร้างความมั่นใจให้กับครู อาจารย์ นักเรียนต่อไป โดยคงมีการหารือการแก้ปัญหาระยะสั้น ในการออกตรวจตราของตำรวจ ร่วมกับ อปพร. อาสาสมัครชุมชน หมู่บ้าน รวมทั้งปัญหาระยาวในการเรื่องการติดตั้งกล้อง CCTV การเพิ่มงบประมาณต่างๆ เพื่อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาให้เป็นรูปธรรมยั่งยืนต่อไป
ยอมรับว่า ตำรวจทั่วประเทศมีเพียง 1,400 กว่าสถานีตำรวจ ขณะที่โรงเรียน สถานศึกษา มีหลายหมื่นแห่ง กำลังตำรวจเพียงหน่วยเดียว อาจจะไม่เพียงพอ ต้องอาศัยความร่วมมือหลาย ๆ ภาคส่วน โดยเฉพาะ อปพร. อาสาสมัครชุมชน หมู่บ้าน ที่ขึ้นตรงกับกระทรวงมหาดไทย
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังกล่าวถึงพี่น้องตำรวจและประชาชนว่า การทำหน้าที่ดังกล่าว ไม่ใช่การไปเข้าเวรประจำโรงเรียนแทนครู ซึ่งรูปแบบแนวทางการทำงาน การปฏิบัติหน้าที่จะเป็นอย่างไร คงต้องรอความชัดเจนของการประชุมหารือร่วมกัน
แต่อย่างไรก็ตาม หน้าที่การรักษาความสงบเรียบร้อย การดูแลความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน เป็นหน้าที่โดยตรงของตำรวจอยู่แล้ว ไม่ใช่เฉพาะสถานศึกษา สถานที่ราชการอื่นๆ แม้กระทั่งบ้านเรือนพี่น้องประชาชน ตำรวจก็ต้องเข้าไปตรวจตราดูแลความเรียบร้อยอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าในส่วนของสถานศึกษา คงจะมีการกำหนดเพิ่มความเข้ม ในการดำเนินการ ตามแนวทางที่จะต้องมีการหารือกับกระทรวงศึกษา และกระทรวงมหาดไทยต่อไป เพื่อบูรณาการร่วมปฏิบัติ