ทำไมศาลฎีกาสั่งให้กองทัพบกชดใช้?
- ศาลฎีกาเห็นว่า พยานหลักฐานของจำเลย ไม่มีน้ำหนักมากเพียงพอ ที่ศาลฎีกาจะเชื่อถือได้มากกว่า พยานหลักฐานของโจทก์ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่า "พลทหาร ส." ใช้ปืนเอ็ม 16 ยิงผู้ตายเพื่อป้องกันตัวตามที่จำเลยกล่าวอ้าง
- ข้อเท็จจริงได้ความจากคำเบิกความ ของผู้รับมอบอำนาจโจทก์ ในชั้นไต่สวนชันสูตรพลิกศพผู้ตาย น่าเชื่อว่า "พลทหาร ส." ใช้ปืนยิงเพื่อสกัด ไม่ให้ผู้ตายวิ่งหลบหนี โดยไม่ได้มีเจตนาประสงค์ต่อชีวิตของผู้ตาย แต่ "พลทหาร ส." นำอาวุธปืนเอ็ม 16 ซึ่งเป็นอาวุธสงคราม มีอนุภาพร้ายแรง ใช้ปืนสกัดผู้ตายที่กำลังวิ่งหลบหนี ถือเป็นการกระทำโดยประมาท อันเป็นการละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
- จำเลยซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ ย่อมต้องรับผิดต่อโจทก์ ในผลแห่งการละเมิดของเจ้าหน้าที่ของตน ได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาข้อนี้มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย และเห็นพ้องด้วยกับฎีกาของโจทก์เพียงบางส่วน
- ส่วนค่าอุปการะเลี้ยงดู เมื่อพิเคราะห์ความสามารถ ผู้ตายทำกิจกรรมต่างๆ มีรายได้ช่วยอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ และมีผลการเรียนระดับดีมาก น่าเชื่อว่าหากยังมีชีวิต จะสามารถสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี จำนวนเงินค่าขาดการไร้อุปการะที่โจทก์ขอมาจึงเป็นจำนวนที่เหมาะสมตามพฤติการณ์ และความร้ายแรงแห่งการละเมิดแล้ว
- ศาลฎีกาพิพากษากลับ ศาลอุทธรณ์และศาลชั้นต้น ให้กองทัพบกชดใช้ค่าเสียหายแก่ครอบครัว "ชัยภูมิ ป่าแส" 2,072,400 บาท เป็นค่าปลงศพ 120,000 บาท, ค่าอุปการะแม่ 1,952,400 บาท และค่าทนายความ 50,000 บาท