เนชั่นทีวี

Business

ไทยได้เงินกินเปล่าแก้โลกร้อน “สุชาติ” สั่งเร่งเดินหน้า 2 โครงการสำคัญ

16 ต.ค. 2569 | titayu_pur

ไทยได้เงินกินเปล่าแก้โลกร้อน “สุชาติ” สั่งเร่งเดินหน้า 2 โครงการสำคัญ

ธนาคารโลกอัดฉีดเงินให้เปล่ากับไทย เพื่อพัฒนากลไกราคาคาร์บอน และแบบจำลองเศรษฐกิจ รองรับเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 “สุชาติ” สั่งเร่งเดินหน้า 2 โครงการสำคัญแก้โลกร้อน

ธนาคารโลกอัดฉีดเงินให้เปล่ากับไทย เพื่อพัฒนากลไกราคาคาร์บอน และแบบจำลองเศรษฐกิจ รองรับเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 “สุชาติ” สั่งเร่งเดินหน้า 2 โครงการสำคัญแก้โลกร้อน

KEY

POINTS

  • รับเงินให้เปล่า 81.6 ล้านบาท: ไทยเจรจาบรรลุข้อตกลงรับเงิน Grant จากธนาคารโลก วงเงิน 2.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ 2 โครงการ
  • เร่งพัฒนากลไกราคาคาร์บอน: นำงบ 68 ล้านบาทลุยโครงการ PMI พัฒนาเครื่องมือ Carbon Pricing และสร้างแบบจำลองเศรษฐกิจรองรับร่าง พ.ร.บ.ก๊าซเรือนกระจก ปี 2570
  • มุ่งเป้า Net Zero ปี 2593: เสริมความแข็งแกร่งในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำตามแนวทาง Just Transition โดยคำนึงถึงแรงงาน SMEs และกลุ่มเปราะบาง

16 ตุลาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการเร่งเดินหน้า 2 โครงการสำคัญ หลังไทยบรรลุข้อตกลงรับเงินสนับสนุนแบบให้เปล่าจาก ธนาคารโลก วงเงิน 81.6 ล้านบาท การสนับสนุนครั้งนี้มีขึ้นในการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 เพื่อนำมาพัฒนากลไกราคาคาร์บอนและแบบจำลองเศรษฐกิจ รองรับการบังคับใช้ร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปี 2570 มุ่งเตรียมความพร้อมภาคธุรกิจสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ Net Zero ร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โลกร้อน และหนุน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อย่างยั่งยืน  

 

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เร่งระดมเงินทุนจากต่างประเทศในรูปแบบเงินให้เปล่า (Grant) เพื่อสนับสนุนการพัฒนากลไกราคาคาร์บอน และเตรียมความพร้อมให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เกี่ยวข้อง รองรับการขับเคลื่อนร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งวางแผนบังคับใช้ในปี 2570 เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593

 

นายสุชาติ กล่าวว่า ธนาคารโลก (World Bank) เป็นสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการระดมทรัพยากรทางการเงิน บุคลากร และองค์ความรู้จากทั่วโลก การได้รับเงินสนับสนุนแบบให้เปล่าจะช่วยให้ไทยเดินหน้าพัฒนาและบังคับใช้กฎหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ไทยได้เงินกินเปล่าแก้โลกร้อน “สุชาติ” สั่งเร่งเดินหน้า 2 โครงการสำคัญ  

 

ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ความร่วมมือด้านการเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Finance) เป็นเรื่องสำคัญที่ไทยต้องเร่งดำเนินการ เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับที่ 3 (NDC 3.0) และเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593

 

การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำต้องดำเนินการอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ตามแนวทาง Just Transition โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อแรงงาน ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ชุมชน และกลุ่มประชากรเปราะบาง ขณะที่การได้รับเงินสนับสนุนจากธนาคารโลกสะท้อนถึงความสอดคล้องของแนวทางดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศของไทยกับทิศทางระดับโลก

ธนาคารโลกหนุน 2 โครงการ วงเงินรวม 81.6 ล้านบาท

 

ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ในการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026) เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ไทยได้เจรจาทวิภาคีกับนายเจมี เฟอร์กูสสัน (Jamie Fergusson) ผู้อำนวยการด้านภูมิอากาศของธนาคารโลก และนางจูเลีย เอ็ม. เฟรเซอร์ (Julia M. Fraser) ผู้อำนวยการระดับภูมิภาคด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก เพื่อสรุปข้อตกลงรับเงินสนับสนุนแบบให้เปล่ารวมประมาณ 81.6 ล้านบาท หรือ 2.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับ 2 โครงการ ได้แก่

 

1. โครงการ Partnership for Market Implementation (PMI)

 

ได้รับเงินสนับสนุนประมาณ 68 ล้านบาท หรือ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อศึกษาการพัฒนาเครื่องมือกำหนดราคาคาร์บอน (Carbon Pricing Instruments) รวมถึงออกแบบเครื่องมือเชิงนโยบายและกลไกทางเศรษฐศาสตร์ที่เหมาะสมกับบริบทของไทย

 

โครงการนี้มุ่งสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการนำกลไกดังกล่าวมาใช้ภายใต้กรอบกฎหมายที่จะมีผลบังคับใช้ในอนาคต

 

2. โครงการ Thailand’s Long-Term Climate Strategies (LTS)

 

ได้รับเงินสนับสนุนประมาณ 13.6 ล้านบาท หรือ 400,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพัฒนาและประยุกต์ใช้แบบจำลองทางเศรษฐกิจสำหรับวิเคราะห์แนวทางการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ของไทย ควบคู่กับการวางแผนการลงทุนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว

 

ผลจากโครงการจะช่วยให้ไทยมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการจัดลำดับความสำคัญของมาตรการและการลงทุนที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

 

เร่งพัฒนากลไกการเงิน รับมือความท้าทายสภาพภูมิอากาศ

 

ดร.พิรุณ กล่าวเพิ่มเติมว่า การได้รับเงินสนับสนุนกว่า 80 ล้านบาทเป็นผลจากการทำงานและเจรจาอย่างต่อเนื่อง โดยสะท้อนว่าธนาคารโลกเห็นถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นของไทยในการพัฒนากลไกทางกฎหมายเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

นอกจากเงินทุนสำหรับดำเนินโครงการแล้ว ไทยยังมีโอกาสได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อนำไปพัฒนาระบบการเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้มีประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

นายสุชาติ ย้ำว่า การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นธรรมจำเป็นต้องมีกลไกทางการเงินที่ช่วยสนับสนุนการปรับตัวของภาคธุรกิจ การพัฒนาทักษะและอาชีพใหม่ของแรงงาน ตลอดจนการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ

 

เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ไทยสามารถบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ ควบคู่กับการรักษาความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

ต่อมา นายสุชาติ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เผยถึงดีลครั้งนี้ ระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับ Professor Rachel Kyte ผู้แทนพิเศษด้านสภาพภูมิอากาศแห่งสหราชอาณาจักร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่า ทั้งสองฝ่ายได้หารือประเด็นสำคัญในการประชุม COP31 อาทิ การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นธรรม การติดตามความก้าวหน้าในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสนับสนุนเงินทุน เพื่อรับมือกับภาวะโลกร้อน รวมถึงแนวทางลดการปล่อยก๊าซมีเทน และการส่งเสริมเทคโนโลยีลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม

 

การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนบทบาทของ ทส. ในการเชื่อมโยงความร่วมมือระดับนานาชาติกับการพัฒนาประเทศ มุ่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และสร้างภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและสร้างประโยชน์แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน 

 

ข่าวล่าสุด