ทั้งนี้ อธิบการบดีอุเทนถวาย บอกด้วยว่า เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการ อว. ไม่ได้พูดถึงเรื่องย้าย แต่พูดถึงการขยายพื้นที่และยกระดับ และจะต้องไปรอดูว่า ทางออกเป็นอย่างไร ซึ่งเชื่อว่าประเทศไทยมีทางออกที่สบายใจเสมอ โดยรัฐมนตรี อว.จะทำให้เกิดความชัดเจน ตามที่มีการหารือ ในการตั้งคณะกรรมการ และวันนี้จะต้องเริ่มเดินด้วยกัน
ส่วนกรณีคำสั่งของศาลปกครอง ที่ให้อุเทนถวายต้องย้ายนั้น มองว่า รัฐมนตรีฯ มองไกลกว่านั้น ในการขยายพื้นที่หากทุกอย่างลงตัว ทางออกก็จะออกมาดีที่สุด วันนี้เป็นการมาคุยเรื่องอุเทนถวาย เป็นสมบัติของชาติมากกว่า
“ไม่ได้บอกว่าจะย้าย ท่านบอกว่าเป็นการขยาย และท่านก็ไม่ได้ฟันธง เป็นการเริ่มต้นในการพูดคุยกัน ถ้าถามใจทุกคนรักที่นี่ แต่จะเดินอย่างไรอีกเรื่อง"
อธิการบดีอุเทนถวาย ยังระบุอีกว่า สำหรับความชัดเจนที่ให้ความมั่นคงได้ก็คือ นักศึกษาที่เข้ามาอุเทนถวาน ก็จะได้รับการศึกษาที่ถูกต้องตามมาตรฐาน และคงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของอุเทนถวายอย่างแน่นอน ส่วนการขยายในพื้นที่เดิมหรือพื้นที่ใหม่อย่างไรนั้น ตนคงตอบไม่ได้ แต่ต้องขยายเรื่องเชิงโครงสร้างอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ ยังยืนยันด้วยว่า อุเทนถวายไม่ได้ทะเลาะกับจุฬาลงกรณ์ และสามารถพูดคุยกับจุฬาฯ ได้ เพราะเป็นพี่น้องกันรั้วเดียวกัน ส่วนการแสดงออกของศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันนั้น ก็เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย และเชื่อว่า อุเทนถวาย มีความเป็นลูกผู้ชายมากพอ
“อุเทนถวายควรเป็นสถาบันก่อสร้างหลักของประเทศไทย เป็นมรดก เป็นสิ่งที่ใครก็ซื้อเวลา 90 กว่าปีมาไม่ได้ ส่วนจะเดินต่อไปอย่างไร คงต้องรอการประชุม”
ทั้งนี้ระหว่างการประชุม และรอฟังผลการหารือนักศึกษาศิษย์ปัจจุบัน และศิษย์เก่า ต่างก็แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง ถึงที่มาที่ไปอุเทนถวาย และเหตุผลที่ไม่ต้องการย้ายออกจากพื้นที่ พร้อมกับมีการนำป้ายข้อความ มาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ในการคัดค้านการย้ายออกจากพื้นที่ โดยหลังจากประชุมเสร็จสิ้น ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันได้รวมตัวกันชูป้ายแสดงออกยืนยันคัดค้ายการย้ายอุเทนถวาย
ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน ย้ำจะไม่ย้ายออกจากพื้นที่
นายเดชา เดชะตุงคะ อุปนายกสมาคมศิษย์เก่าอุเทนถวาย เป็นตัวแทนชี้แจงว่า การประชุมในครั้งหน้ากับคณะกรรมการ ตัวแทนอุเทนถวายฯ จะไปเสนอเรื่องของการปรับแก้กฎหมาย ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น รวมถึงประชุมสมาคม ภาคประชาชน ในการล่ารายชื่อทั้งศิษย์เก่า ปัจจุบัน และประชาชนที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องดังกล่าว ให้มาลงประชามติ
ซึ่งการหารือ ที่มีการพูดว่า จะขยายและยกระดับอุเทนถวาย ให้สมศักดิ์ศรี ตนยืนยันว่า สามารถย้ายได้ถ้ามีมติ แต่เป็นการขยายพื้นที่การศึกษา ไม่ใช่ย้ายออกไปจากที่เดิม และจุดหลักจะยังคงอยู่ที่เดิม และจะไม่มีการย้ายไปไหน
ส่วนที่ว่าจะมีปัญหากับทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยืนยันย้ำว่า ไม่ได้มีปัญหา และไม่ได้ขัดแย้งกัน เพราะก็อยู่รั้วเดียวกัน มานาน 93 ปี และสุดท้ายหากมีมติ จะต้องคืนที่ดินดังกล่าวนั้นจริง ๆ ทั้งศิษย์เก่าและปัจจุบัน จะไม่ยอมคืนให้จุฬาฯ แต่จะยินยอมคืนให้สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เท่านั้น