โดยปัจจุบัน โครงการอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มต่างๆ เช่น นักลงทุนต่างชาติในสายการเดินเรือต่าง ๆ ผู้ประกอบการชาวไทยและชาวต่างชาติ การมีส่วนร่วมของประชาชน รวมทั้งยังดำเนินการศึกษาความเหมาะสม ประเมินผลกระทบสิ่งเเวดล้อม เเละวิเคราะห์รูปเเบบโมเดลการพัฒนาการลงทุน ควบคู่ไปกับการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะอย่างรอบด้าน
โดยกระทรวงคมนาคมเล็งเห็นว่า หากโครงการ Landbridge แล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ในพื้นที่ภาคใต้จากร้อยละ 2 เป็นร้อยละ 10 เป็นระยะเวลาต่อเนื่องอย่างน้อย 10 ปี สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้เกือบ 500,000 ล้านบาท รวมทั้งจะเกิดโอกาสการจ้างงาน เพิ่มอาชีพใหม่ๆ ในชุมชน เพิ่มรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตในทุกพื้นที่
“นายกรัฐมนตรีวางยุทธศาสตร์ การทำงานเพื่อวางรากฐาน พัฒนา เตรียมความพร้อมประเทศ และริเริ่มโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างไร้รอยต่อ เชื่อมโยงแต่ละภาคของประเทศ และเชื่อมต่อไปยังภูมิภาคอาเซียน ทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ อย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ และเป็นจุดศูนย์กลางที่สำคัญของภูมิภาค ซึ่งรวมทั้งการสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจ ทั้งภาคเกษตรกรรม ภาคการท่องเที่ยว และภาคอุตสาหกรรมของประเทศให้มีประสิทธิภาพ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไปพร้อมกันด้วย” นายอนุชาฯ กล่าว