น.ส.ปัณณ์ปรุฬห์ กล่าวอีกว่า หลังได้รับหนังสือก็ตกใจมาก ว่าทำผิดอะไร และต่อมาได้มีการติดต่อไปยังผู้รู้กฎหมาย รวมทั้งเจ้าของร้านที่เชียงราย ที่ปรากฏอยู่ในสื่อต่าง ๆเพื่อหาทางออก ซึ่งทางร้านขอยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะละเมิดลิขสิทธิ์ หรือเครื่องหมายการค้าของร้านดังกล่าวแต่อย่างใด เพราะคำว่า "ปังชา" ทางร้านแค่เพียงใช้สื่อความหมายรวมถึงขนมปังและชาเอาไว้ในคำ ๆ เดียวเท่านั้น และแค่ติดสติ๊กเกอร์เอาไว้ที่ป้ายไฟที่วางหน้าร้านจุดเดียว ส่วนชื่อร้านชื่อ "ทางช้างเผือก" รวมทั้งลักษณะร้านก็คนละแนวกันด้วย
เบื้องต้นนั้นทางร้านได้ทำการลอกสิ๊กเกอร์สีฟ้าคำว่า "ปังชา" ออกไปจากป้ายไฟหน้าร้านแล้ว เพื่อตัดปัญหา รวมทั้งในเพจของทางร้านที่บางแฮทแท็กอาจจะมีคำว่า "ปังชา"รวมอยู่ด้วย ก็ได้ลบออกไปแล้วเช่นกัน เพราะไม่อยากมีปัญหา
ตอนนี้ได้ปรึกษาผู้รู้กฎหมาย ทนายความ รวมถึงช่องทางสื่อมวลชน เพื่อขอคำปรึกษา แต่ยังไม่ได้มีการดำเนินการในทางกฎหมาย หรือจะฟ้องร้องกลับ โดยรอดูท่าทีอีกครั้ง รวมทั้งขอให้ทางบริษัทใหญ่ดังกล่าวเห็นใจเจ้าของร้าน หรือผู้ประกอบการอื่น ๆ ด้วย อย่าใช้ข้อกฎหมาย หรือช่องโหว่ทางกฎหมายมารังแกกัน อีกทั้งขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบในข้อเท็จจริง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับเจ้าของร้านและผู้ประกอบอาชีพร้านชาและที่เกี่ยวข้อง