กรมทรัพย์สินทางปัญญา อธิบายชัดร้านอื่นสามารถใช้ข้อความ"ปังชา" ได้
จากดรามาดังกล่าว "กรมทรัพย์สินทางปัญญา" ได้ออกมาไขข้อสงสงสัยคำว่า "ปังชา" คนทั่วไปสามารถใช้ได้หรือไม่ ดังนี้
ลิขสิทธิ์ คือความคุ้มครองทางกฎหมายที่ให้แก่เจ้าของผลงาน ที่เกิดจาการใช้ความคิดสร้างสรรค์ และการคุ้มครองลิขสิทธิ์จะเกิดขึ้นทันที่ที่มีการสร้างสรรค์ผลงานโดยไม่ต้องจดทะเบียน
ประเภทของงานที่ถือว่ามีลิขสิทธิ์ ได้แก่ วรรณกรรม งานนาฏกรรม งานศิลปกรรม งานดนตรีกรรม งานโสตทัศนวัสดุ งานภาพยนตร์ งานสิ่งบันทึกเสียง งานแพร่เสียงแพร่ภาพ และงานอื่น ๆ ในแผนกวรรณคดี วิทยาศาสตร์ หรือศิลปะ
ตัวอย่างลิขสิทธิ์ในธุรกิจอาหาร เช่น ภาพถ่ายที่แสดงสินค้า ลวดลาย และรูปเล่มเมนูอาหาร ลวดลายหรือภาพวาดบนภาชนะใส่อาหาร เป็นต้น
ทั้งนี้ การนำภาพวาดหรือภาพถ่ายของผู้อื่นไปใช้ ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อนเสมอ ภาพวาดหรือภาพถ่ายที่ทำขึ้นด้วยตัวเอง แม้จะออกมาคล้ายกันเพราะเป็นมุมเดียวกัน แนวคิดเดียวกัน ก็ไม่ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของใคร
สิทธิบัตร คือการขอรับความคุ้มครองผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นสูตรการทำ กรรมวิธี รูปร่างของอาหาร ไปจนถึงรูปร่าง ลวดลาย หรือสี ของผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเหล่านี้จะถูกจัดให้อยู่ในสิทธิบัตรต่างชนิดกัน ได้แก่
- สิทธิบัตรการประดิษฐ์ : การประดิษฐ์ขึ้นใหม่ที่มีความซับซ้อน หรือมีการแก้ไขปัญหาทางเทคนิค เช่น กระบวนการฆ่าเชื้อสเตอริไลซ์สำหรับอาหาร นมปราศจากแลคโตส ฯลฯ
- อนุสิทธิบัตร : การประดิษฐ์ขึ้นใหม่ที่มีประโยชน์ใช้สอยมากขึ้น แต่ไม่มีความซับซ้อนทางเทคนิคมากนัก เช่น สูตรเจลสำหรับพกพา เครื่องผลิตน้ำแข็งไสแบบเกล็ดละเอียด ฯลฯ
- สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ : การคุ้มครองรูปร่าง ลวดลาย หรือองค์ประกอบของสี เช่น รูปร่างของขนมที่มีลักษณะพิเศษ ลวดลายของกล่องบรรจุอาหาร ฯลฯ
สำหรับกรณีดรามาปังชาที่เกิดขึ้น กรมทรัพย์สินทางปัญญา ระบุว่า "น้ำแข็งไสราดชาไทยมีขายมานานแล้ว จึงไม่มีใครสามารถจดสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตร แล้วเป็นสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในเมนูนี้ได้ แต่ภาชนะที่ใช้ใส่ปังชาของแบรนด์ที่เป็นข่าว มีการจดสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์เอาไว้"
โดยมีคำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการ คือ เมนู้ำแข็งไสราดชาไทยใครก็ขายได้ แต่อย่านำลวดลายหรือรูปแบบภาชนะที่คนอื่นจดสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ไว้ไปผลิต แต่ถ้าคิดค้นสูตรขนมขึ้นใหม่ ซึ่งยังไม่เคยปรากฏในที่ใดมาก่อน สามารถนำมาขอจดอนุสิทธิบัตรได้
เครื่องหมายการค้า คือ ชื่อ ข้อความ โลโก้ ภาพ กลุ่มของสีหรือเสียง อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน ที่นำมาใช้เพื่อสร้างความจดจำของผู้บริโภคในการแยกแยะแบรนด์ต่าง ๆ
แต่เครื่องหมายการค้าคุ้มครองได้ตามรูปแบบที่จดทะเบียนไว้เท่านั้น หากข้อความหรือภาพบางส่วนที่สื่อถึงคุณสมบัติหรือคุณภาพของสินค้าและบริการ ข้อความหรือภาพนั้นต้องถูกสละสิทธิ แต่ยังปรากฏบนเครื่องหมายการค้านั้นได้
การสละสิทธิ หมายถึง ไม่สามารถห้ามคนใช้ข้อความหรือภาพนี้ในลักษณะอื่น แต่ถ้านำมาจัดวางในรูปแบบที่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเอาไว้ และเป็นสินค้าหรือบริการที่ใกล้เคียงกัน ยังสามารถห้ามได้อยู่
ข้อความหรือภาพ ที่แม้จะสื่อถึงคุณสมบัติหรือคุณภาพของสินค้าอาจเป็นครื่องหมายการค้าก็ได้ หากนำสืบได้ว่ามีการใช้มาต่อเนื่องยาวนานจนผู้บริโภคจดจำและแยกได้ว่าเป็นแบรนด์ของสินค้า
การใช้คำว่า "...ปัง...ชา..." หรือ "...ปังชา..." กับเมนูน้ำแข็งไสราดชาไทย ยังทำต่อไปได้ แต่ไม่ควรใช้รูปแบบฟอนต์ตัวหนังสือที่ทำให้นึกถึงแบรนด์นั้น ๆ
ร้านดังขออภัยสื่อสารคลาดเคลื่อน ขอน้อมรับทุกคำติชม
ขณะเดียวกันเมื่อวานนี้ (29 สิงหาคม) เพจ "Lukkaithong - ลูกไก่ทอง Thai Royal Restaurant" ออกประกาศชี้แจงจากร้านอาหารลูกไก่ทองและร้านปังชา โดยได้ระบุข้อความว่า
ร้านอาหารลูกไก่ทอง และร้านปังชา ขอประกาศขอชี้แจงถึงกรณีข้อความในโพสต์ที่ได้มีการโพสต์ผ่านทางโซเชียลมีเดียของทางร้าน ทางร้านขออภัยที่มีการสื่อสารและทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
ทางร้านขอน้อมรับทุกคำติชม คำแนะนำ และจะปรับปรุง พัฒนาทั้งในการสื่อสาร การบริการ สินค้าต่อไป
ขอขอบคุณกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้ให้ข้อมูลและหาแนวทางร่วมกันในการชี้แจงเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจทางแบรนด์เป็นอย่างดีที่สุด
ที่สำคัญที่สุด กราบขอบพระคุณด้วยความเคารพจากใจในทุก ๆ ท่านที่ร่วมกันโพสต์แสดงความคิดเห็นให้แนวทาง อธิบายในข้อมูลที่มีเพื่อเป็นความรู้กับปังชาเป็นอย่างดีที่สุด ขอบพระคุณจริง ๆ ค่ะ
ที่ผ่านมาจากกระแสที่เกิดขึ้น ทางร้านลูกไก่ทอง และ ปังชา มิได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด แต่ได้มีการสอบถามและหาปรึกษาแนวทางร่วมกันชี้แจงกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา จึงออกมาชี้แจง ณ ที่นี้พร้อมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา