แต่ใครจะคาดคิดว่า เธอจะได้รับโทรศัพท์แจ้งจากเจ้าหน้าที่ แจ้งข่าวช็อกว่าบ้านหลังใหม่ของเธอกำลังตกอยู่ในกองเพลิง ห้องครัวถูกเผาวอด และห้องนั่งเล่นก็ได้รับความเสียหายหนักเช่นกัน ซึ่ง แคธรีน ได้เปิดเผยว่าเธอยังไม่ทันได้ค้างคืนที่บ้านเลยด้วยซ้ำ ไม่แม้แต่สัก 10 นาที
ยิ่งไปกว่านั้นในตอนที่ แคธรีน ตกลงเซ็นสัญญาซื้อบ้าน และย้ายข้าวของเข้าไปนั้น เธอยังไม่ทันได้ทำประกันภัยบ้าน ในแบบประกันภัยสรรพภัยเจ้าบ้าน (Homeowners’ Insurance) ซึ่งครอบคลุมภัยต่างๆที่จะเกิดขึ้นกับบ้าน รวมถึงอัคคีภัย ซึ่งนั่นทำให้เธอต้องรับผิดชอบสิ่งที่ตามมาทั้งหมดด้วยตัวเอง ทำให้เธอต้องจ่ายค่าซ่อมแซมเองทั้งหมดเป็นเงินกว่า 150,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 5.1 ล้านบาท) ซึ่งเธอได้แต่กล่าวโทษว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ไม่รอบครอบ โดยเฉพาะเรื่องการทำประกันภัย เนื่องจากตอนนั้นวุ่นอยู่กับการรักษาอาการป่วยของตัวเองอยู่ด้วยเหมือนกัน
แม้จะต้องซ่อมบ้านก่อนถึงจะสามารถทำประกันภัยบ้านได้ แต่ปัญหาคือในขณะนี้เธอเหลือเงินในชื่อของตัวเองเพียงแค่ 300 ดอลลาร์สหรัฐ (ราวๆ 10,000 บาท) เท่านั้น เพราะเธอได้ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างไปกับบ้านใหม่หลังนี้แทบจะหมดเกลี้ยงแล้ว อีกทั้งเธอยังไม่มีงาน เนื่องจากมีปัญหาสุขภาพ ไหนจะมีค่าซ่อมแซมบ้านอีก แถมตอนที่แคธรีนได้รับเงินมาแรกๆ เธอแบ่งเงินส่วนหนึ่งบริจาคให้แก่ชุมชน และโบสถ์ที่ลูกชายเป็นบาทหลวง
สำหรับสาเหตุของไฟไหม้ในครั้งนี้ หน่วยดับเพลิง ระบุว่า สาเหตุของเพลิงไหม้เกิดจากในครัว แคธรีน จึงได้กล่าวโทษพนักงานขนย้าย ที่ได้วางกล่องของเธอทิ้งไว้บนเตาไฟฟ้าที่มีด้านหน้าเป็นแผ่นกระจก แต่ทางด้านบริษัทที่ขนย้าย ยืนยันว่าพวกเขาจะไม่รับผิดชอบเรื่องดังกล่าว เพราะทางบริษัทฯ มีนโยบายห้ามพนักงานนำของไปวางไว้บนเคาน์เตอร์ของบ้านทุกหลังอยู่แล้ว
แคธรีน เผยอีกว่า เส้นทางชีวิตนับจากนี้ เธอยังคงตั้งคำถามว่า โชคร้ายที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการถูกลอตเตอรี่หรือไม่
"ฉันไม่รู้สิ หรือนี่คืออาถรรพ์ลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 หรือเปล่า" แคธรีน กล่าวทิ้งท้ายอย่างสุดเศร้า
ขอขอบคุณที่มา: Thainews