โดยล่าสุด ในขณะนี้มี 12 บริษัทฯ ที่แจ้งความประสงค์เข้ามา ซึ่งเข้าเงื่อนไขที่กองทัพเรือต้องการ คือจะต้องรักษาสภาพเรือให้สามารถใช้งานต่อไปได้ โดยไม่มีการแยกส่วน หรือตัดชิ้นแยกเรือเพื่อนำขึ้นมา ซึ่งประมาณการว่าจะใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท ดังนั้น กองทัพเรือต้องดำเนินการตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง และนำเสนอกระทรวงกลาโหม เพื่อพิจารณากรอบวงเงินต่อไป
นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่า บริษัทเอกชนที่แจ้งเข้ามา ต่างเชื่อมั่นว่าจะสามารถนำเรือขึ้นมาได้ทั้งลำ โดยใช้เทคนิคและอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพ อย่างเช่นเครน หรือการใช่ทุ่นเพื่อพยุงเรือ ซึ่งอุปกรณ์บางอย่างต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ อาจต้องใช้เวลาดำเนินการพอสมควร
ในเบื้องต้น จากคำให้การของ ผู้บังคับการเรือหลวงสุโขทัย ยืนยันว่า
ไม่มีลูกเรือหรือกำลังพลคนใดอยู่ในเรือแล้ว หลังจากมีคำสั่งสละเรือ ขณะที่นักประดาน้ำที่ลงไปสำรวจ และวางแผนในการกู้เรือ ก็ไม่สามารถเข้าไปในตัวเรือได้ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่เรือจะเอียง หรืออาจมีการหลงพื้นที่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของนักประดาน้ำด้วย
ชมคลิปการค้นหาวันที่ 25 ภารกิจค้นหากำลังพลเรือหลวงสุโขทัย >>