2. สร้างภาพตัวเอง เป็นเศรษฐีใจบุญ ทำคุณให้กับแผ่นดิน
นายประสิทธิ์ มักจะสร้างภาพจำ ตอกย้ำอยู่บ่อยครั้งผ่านสื่อของตัวเอง (www.prasitjeawkok.com) ว่า ตนคือ แจ็ค หม่า 2 ของเมืองไทย โดยเมื่อกลางปี 2562 เขาได้ไปออกรายการโหนกระแส นำเสนอแอปพลิเคชั่น M Help Me เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาจราจร ซึ่งได้กล่าวในรายการช่วงหนึ่งว่า
"เราเป็นคนไทยที่อยากยิ่งใหญ่กว่ากูเกิล อาจไม่ถึงรุ่นผม แต่รุ่นต่อไปอาจจะใหญ่กว่าก็ได้ ทำทุกอย่างต้องมีเป้าหมาย ถ้าไม่มีเป้าหมายเลย ไม่มีประโยชน์กับการทำงานที่สมบูรณ์แบบ"
ซึ่งในช่วงปี 2562 – 2563 เขาได้ออกสื่อต่างๆ มากมาย รวมถึงรายการคนค้นฅน ที่หลังจากประสิทธิ์ ตกเป็นผู้ต้องหา ทางรายการก็ได้ถอดคลิปที่นำเสนอเรื่องราวของเขาออกจากสื่อโซเชียล
ที่พีคยิ่งขึ้นไปอีก ก็คือ การที่ แอ๊ด คาราบาว ได้แต่งและร้องเพลง “ประสิทธิ์ ผู้ให้” ที่มีเนื้อหายกย่องประสิทธิ์ว่าเป็นคนดี เป็นเศรษฐีที่ทำประโยชน์เพื่อสังคม (ประสิทธิ์ ผู้ให้)
แต่เมื่อประสิทธิ์ตกเป็นผู้ต้องหา ทางผู้จัดการของแอ๊ด ก็ได้ออกมาชี้แจงว่า เป็นการว่าจ้างผ่านเอเจนซี่ แอ๊ดไม่ได้รู้จักกับนายประสิทธิ์เป็นการส่วนตัว เป็นการทำงานตามที่ผู้ว่าจ้างบรีฟมาให้ และเพลงดังกล่าวเผยแพร่ตั้งแต่ปี 2562
ซึ่งก่อนหน้านี้ แอ๊ดก็เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จากกรณีแต่งเพลงอวยชัยวัฒน์ อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่มีข้อพิพาทกับกะเหรี่ยงบางกลอย
โดยช่วงที่มีข่าวการออกหมายจับนายประสิทธิ์ แอ๊ด คาราบาว ก็ได้โพสต์ข้อความว่า “ความขัดแย้งในสังคมไทยมันมากเหลือเกิน ขอยุติบทบาทเเต่เพียงเท่านี้ ดูแลตัวเองด้วยครับพี่น้อง”
ก่อให้เกิดคำถามตามมาว่า การขอยุติบทบาท เกี่ยวกับกรณีที่แอ๊ดเคยแต่งเพลงให้นายประสิทธิ์ หรือไม่ ? รวมถึงคำถามที่ว่า ปัจจุบัน แอ๊ดมีบทบาทอะไรในสังคมด้วยหรือ ?
3. ถูกพาดพิง อยู่เบื้องหลัง IO กองทัพ ก่อนแถ ถ้าตนเองเป็น IO ก็เป็นไอโอดี
เมื่อปลายปี 2563 น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า พาดพิงว่า นายประสิทธิ์ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการ IO หรือ Information Operation ของกองทัพ ด้วยการปั่นแท็กทั้งสายขาวและสายดำ โจมตีคนเห็นต่างๆ รวมถึงให้กองทัพใช้เซิร์ฟเวอร์ของบริษัท
ต่อมาประสิทธิ์ได้เข้าแจ้งความเอาผิดคณะก้าวหน้า ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญกรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) และชี้แจงว่า สิ่งที่ตนทำเป็นการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์และช่วยส่งเสริมให้ประชาชนได้รู้จักการใช้โซเชียล
และยอมรับว่า ให้ทางการทัพใช้เซิร์ฟเวอร์ของแอปฯ จริง แต่ตนสร้างแอปฯ นี้มาเพื่อสังคม และเห็นว่ากองทัพได้ขอใช้มาอย่างถูกต้อง...
โดยเขาได้กล่าวในรายการถามตรงๆ กับจอมขวัญว่า ตนให้ความรู้ด้านสื่อโซเชียลกับผู้ที่เข้าอบรมเท่านั้น ส่วนผู้อบรมจะนำไปใช้ทำอะไรนั้น ก็เป็นเรื่องของเขา และถ้าตนเป็นไอโอ ก็เป็นไอโอดี เพราะนำเสนอข้อมูลที่ดี ก่อนปลดกระดุมเสื้อโชว์รอยสักข้อความที่แสดงถึงความจงรักภักดี ปิดท้ายรายการ
4. จากคนดีของแผ่นดิน กลายเป็นผู้ต้องหาฉ้อโกง
ชื่อของประสิทธิ์ กลายเป็นข่าวดังอีกครั้ง เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2564 โดยกองบังคับการปราบปราม แถลงผลปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 9 จุด ทั้งใน กทม.และปริมณฑล เพื่อจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายบริษัทที่หลอกลวงนักลงทุน โดยมีการระบุว่า ประสิทธิ์ เจียวก๊ก เป็นหัวหน้าเครือข่ายดังกล่าว
ในวันนั้น เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย พร้อมตั้งข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน” โดยการชักชวนให้ผู้เสียหายนำบัตรเครดิต หรือเงินสด มาลงทุนซื้อแพ็กเกจทัวร์ ชักชวนให้ลงทุนโดยให้โอนเงินฝากเข้าบัญชีสหกรณ์ออมทรัพย์ อ้างผลตอบแทนร้อยละ 11.5 ถึงร้อยละ 15 ต่อการลงทุนในระยะเวลา 39 วัน
ผู้เสียหายบางรายก็ถูกชักชวนให้ลงทุนซื้อทองคำ และให้นำมาลงทุนตามโปรโมชันของบริษัท เสนอผลกำไรร้อยละ 43.5 รวมชักชวนให้ลงทุนเงินสดหรือทองคำในระบบกองทุนส่วนตัวของประสิทธิ์ ชักชวนให้ลงทุนซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม และให้ปล่อยเช่ากระเป๋า รวมมูลค่าความเสียหายกว่าพันล้านบาท
ต่อมาประสิทธิ์ได้เข้ามอบตัวในวันที่ 17 พฤษภาคม 2554 อ้างว่าตนถูกกลั่นแกล้ง ถูกนำชื่อไปโยงกับความขัดแย้งทางการเมือง ประกอบกับธุรกิจท่องเที่ยวของตัวเอง ก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19
ซึ่งหลังจากนั้นนายประสิทธิ์ไม่ได้รับการประกันตัว และถูกนำไปคุมขัง ก่อนกลายเป็นข่าวดังอีกครั้ง เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2565 หลังจากพยายามหลบหนี ระหว่างเจ้าหน้าที่นำตัวไปขึ้นศาล