ทช. เตือน นทท. ระวังการลงเล่นน้ำทะเล ฤดูแมงกะพรุนกล่อง
25 ต.ค. 2565

ทช. เตือน นทท. ระวังการลงเล่นน้ำทะเลฤดูแมงกะพรุนกล่อง สั่งเน้นย้ำดูแลความปลอดภัย พร้อมให้ความรู้ในการเอาตัวรอดจากสัตว์มีพิษร้ายแรงชนิดนี้
ข่าว
25 ต.ค. 2565

ทช. เตือน นทท. ระวังการลงเล่นน้ำทะเลฤดูแมงกะพรุนกล่อง สั่งเน้นย้ำดูแลความปลอดภัย พร้อมให้ความรู้ในการเอาตัวรอดจากสัตว์มีพิษร้ายแรงชนิดนี้
25 ตุลาคม 2565 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อทช.) ได้แสดงความเป็นห่วงประชาชน และนักท่องเที่ยว ในเรื่องความปลอดภัยในช่วงฤดูกาล ที่มี แมงกะพรุนพิษ ของพื้นที่ เกาะสมุย - พะงัน และ เกาะเต่า จังหวัดสุราษฏร์ธานี ในช่วงเดือนกรกฎาคม – ธันวาคม และพื้นที่เกาะหมาก - เกาะกูด จังหวัดตราด ในช่วงเดือน พฤศจิกายน - เมษายน
ในการนี้ อทช. ได้กำชับเจ้าหน้าที่ในสังกัด ทช. และขอความร่วมมือทุกสถานประกอบการ เฝ้าเตือนนักท่องเที่ยว เนื่องจากภูมิศาสตร์ของแต่ละหาด อาจไม่สามารถวางตาข่ายกั้น แมงกะพรุน ได้หมด ขอให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามคำแนะนำของ Life guard หน้าหาด หรือผู้ประกอบการ พร้อมทั้ง ห้ามลงเล่นน้ำทะเลตอนหลังฝนตก ตอนกลางคืน หรือเล่นนอกทุ่นกั้นแมงกะพรุน เนื่องจากจะทำให้เกิดอันตรายได้
นายอรรถพล เปิดเผยว่า พิษของแมงกะพรุนกล่อง มีผลต่อ ระบบในร่างกายหลัก ๆ 3 ระบบ ได้แก่ ระบบหัวใจและหลอดเลือด หากได้รับพิษเยอะจะทำให้หัวใจหยุดเต้นได้ภายใน 2 - 5 นาที และมีต่อระบบประสาท ทำให้หมดสติได้ ส่วนผลต่อระบบผิวหนังทำให้เป็นรอยไหม้ และเป็นแผลเป็นไปตลอด
หากสงสัยว่า สัมผัสพิษแมงกะพรุนพิษ ให้ราดด้วยน้ำส้มสายชูทันที น้ำส้มสายชูช่วยระงับการยิงพิษได้ ลดพิษเข้าสู่ร่างกาย การปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง จะป้องกันการเสียชีวิตได้ ห้ามราดด้วยน้ำเปล่า ห้ามเอาทรายถู เพราะอาจจะทำให้เพิ่มการยิงพิษได้ หากหมดสติ ไม่รู้สึกตัว การปั๊มหัวใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ทั้งนี้ หากพบผู้ที่สัมผัส หรือได้รับพิษจากแมงกะพรุนกล่อง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ในบริเวณนั้น และให้เร่งประสานสายด่วน ศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หมายเลข 1669 เพื่อให้การช่วยเหลือโดยด่วน
ทั้งนี้ประชาชน และนักท่องเที่ยว ยังคงสามารถท่องเที่ยวได้ปกติ แต่ขอให้เพิ่มความระมัดระวัง และอย่าออกนอกพื้นที่ทุ่นกั้นแมงกะพรุน พร้อมทั้งขอความร่วมมือทุกฝ่าย ในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อให้คงความอุดมสมบูรณ์ สืบต่อไป หากใครพบเห็นการกระทำความผิดสามารถแจ้งเบาะแสมายังสายด่วนพิทักษ์ป่าและรักษาทะเล โทร. 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละพื้นที่เข้าตรวจสอบได้ทันท่วงทีต่อไป
ข่าวล่าสุด