"วราวิทย์" ไม่ยอมเอาพ.ร.ก.ให้สภาพิจารณา
"อ.สมชัย" พอแถลงตกเย็นวันที่ 23 ก.พ.สภาเกือบจะปิดประชุมอยู่แล้ว ปรากฎว่าหนังสือจากรัฐบาลส่งเข้ามาที่สภาเวลา 16:05 น. แล้วบันทึกว่าให้ฝ่ายต่างๆที่จะต้องรับเรื่องต่างๆเหล่านี้ไปประมาณ 16:30 น.ส่งบันทึกถึงท่านประธานชวน ประธานชวนได้ประมาณ 18:05 น.ท่านไปปรึกษาว่าปิดประชุมสภาไม่ได้แล้วหล่ะ จะต้องมีนัดประชุมใหม่ภายในวันที่ 28 ก.พ. นี่คือเหตุการณ์ที่ลำดับมา เหมือนกับว่ารัฐบาลถ้าไม่จี้ไม่บอกไม่บังคับก็ทำเฉื่อย ปล่อยให้เลยไปกลายเป็นว่าสภาไม่สามารถประชุมได้เสร็จ แล้วก็ไปรอเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม
"วราวิทย์" เพราะจริงๆเข้าเขียนไว้ว่าไม่ชักชา และระบุว่า ถ้าอยู่ช่วงปิดสมัยประชุมให้เรียกสมัยวิสามัญด้วยซ้ำ คือต้องเรียกเปิดเดี๋ยวนั้นเลยเพื่อพิจารณาพ.ร.ก.เพราะมันจำเป็นรีบด่วนอย่างที่คณะรัฐมนตรีออกกฎหมายมาหรือไม่ "คุณนิกร"ช่วยขยายความตรงนี้พอมาเข้าสภาวันนี้ผลจะออกหน้าไหนได้บ้าง และการที่สุดท้ายยื่นศาลรัฐธรรมนูญทำให้การพิจารณาต้องยุติลงปิดประชุมไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ในทางกฎหมายคืออะไรครับ
"นิกร" ผมทวนเรื่องกฎหมายนี้ผมก็โหวตเห็นด้วย ในทางกฎหมายผมเห็นว่าการออกพระราชกำหนดผมไม่เห็นด้วย ผมเห็นว่าเป็นประเด็นย่อย เพราะว่าถ้าเป็นประเด็นหลักกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายของ ครม.เป็นหลัก แล้วในกรรมาธิการเราทำกฎหมายไม่รู้กี่ฉบับแล้ว ท่านประธานสภาถ้าจะประเมินไม่บรรจุผิดแล้ว เพราะยังไงท่านต้องยืนอยู่จนถึงนาทีสุดท้ายอยู่แล้ว ประเด็น คือ รายละเอียด ผมก็ไม่เห็นด้วยเนื่องจากการออกพ.ร.ก.ฉบับนี้ขัดรธน.มาตรา 172 ว่าการตราพระราชบัญญัติในตามวรรคหนึ่ง ถ้าเห็นว่าเกี่ยวความปลอดภัยของประเทศก็ให้ออกได้
แต่ตรงนี้บอกว่าให้กระทำได้เฉพาะคณะรัฐมนตรีเห็นว่าเหตุกรณีฉุกเฉินมีความจำเป็นไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ มันหลีกเลี่ยงได้เพราะว่ารายละเอียดของการไม่มีกล้อง เป็นประเด็นย่อยความเห็น ผมเห็นว่าไม่เข้าข่ายในการออกพ.ร.ก. เมื่อนำเข้าสภาฯ ก็เกิดปัญหา ถ้าหากว่าฝ่ายค้านฝ่ายเดียวไม่เห็นด้วยก็แล้วไป เพราะเสียงรัฐบาลยังเยอะอยู่ ลาออกไปเยอะตัวเลขลดลงเหมือนกันก็ยังชนะอยู่ แต่ปัญหาคือเนื้อในของพระราชกำหนดตรงนี้ขัดหรือไม่ขัด
"วราวิทย์" ฝ่ายรัฐบาลก็ไม่เห็นด้วยหลายพรรค
"นิกร" หลายพรรคแล้วทำท่าโหวตไม่เห็นด้วย ซึ่งตรงนั้น มีประเด็นพอมีประเด็น ถ้าเกิดไม่ผ่านก็มีอาจารย์สมชัยบ้าง ใครบ้าง ไปให้ความเห็นไว้ว่าถ้าไม่ผ่านตายแน่นะ ต้องยุบสภาหรือลาออก ที่นี้กลายเป็นผลักให้ฝ่ายรัฐบาล ครม.ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว เพราะส่งมาแล้ว ทำให้ฝ่ายรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลต้องคิดใหม่คงปล่อยอย่างนั้นไม่ได้ก็เลยคิดว่าถ้าอย่างนั้นให้ศาลรธน.ตีความไป เพราะว่ามันจะออกกลาง
"วราวิทย์" คุณจิรายุมองอย่างไรกับการที่สุดท้ายแล้วทางฝ่ายรัฐบาลเองเป็นฝ่ายที่ยื่นตีความพ.ร.ก.ฉบับนี้
"จิรายุ" ผมเสียดายถ้ายื่นช้ากว่านี้สักชั่วโมงสองชั่วโมงคงได้ฟังผมแฉในสภา ว่ากรณีนี้ ผิดปกติผมเตรียมข้อมูล เตรียมภาพโยงนายพล จ. บริษัท s เยอะแยะมากมาย คือกรณีที่รัฐบาลอ้างเตรียมอุปกรณ์ไม่ทัน เป็นเรื่องที่รัฐบาลโกหกประชาชน ที่พูดอย่างนี้ เพราะว่าเมื่อปี 63-64 สถานีตำรวจทั่วประเทศได้รับมอบวิทยุสื่อสารระบบใหม่เขาเรียกว่ารุ่นจ่ากับรุ่นนายร้อย รุ่นจ่าราคาเครื่องละ 67,000 บาท ส่วนรุ่นนายร้อยราคาเครื่องละ 91,000 บาท คำถามคือในกรุงเทพมหานครมีตำรวจอยู่กี่โรงพัก โรงพักละ 100 เครื่อง
ที่ผ่านมาใช้เงินไปประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท อุปกรณ์ดังกล่าวนี้ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หมายความว่าเวลาท่านจะจับกุม จะเห็นว่า ถ่ายทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังได้บันทึกวิดีโอได้ครบหมดราคาเครื่องละ 67,000 บาท กรณีดังกล่าว ถ้าจะมาอ้างว่าไม่สามารถใช้อุปกรณ์สื่อสารตำรวจมีไม่พร้อมไม่ได้ เพราะว่ามีครบกระบวนการทุกอย่างแล้ว
เพราะฉะนั้นก็เลยเสียโอกาสในการอภิปรายวันนี้ไม่ได้แฉให้เห็นว่า 4,000 กว่าล้านใครจะเข้าไปเกี่ยวข้อง แล้วเกี่ยวข้องกับพ.ร.ก.นี้แบบไหนอย่างไร เพราะไม่มีเหตุผลในการเลื่อนพ.ร.ก.ครับ
คลิป >>> เบรกเกมคว่ำประยุทธ์ ชิงพ.ร.ก.อุ้มหาย ยื่นศาลรธน.