เมื่อถามว่า กระแสพปชร.ตกต่ำทำให้หวั่นไหวต่อการลงทำ"ศึกเลือกตั้ง66" หรือไม่
"ศิริพงษ์" บอกว่า "ไม่น่าหวั่น จากการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคมปี 62 เปรียบเป็นนักรบไปทำหน้าที่แทนประชาชน ผมว่าไม่มีอะไรหวั่น ครั้งที่แล้วมีการเลือกตั้ง ส.ก. จาก 50 เขตกทม. ปรากฎว่า พปชร.เหลือ 2 ที่นั่ง คือ "หนองจอก" และ"ดินแดง" เรายังผ่านมาได้ เพราะฉะนั้นการเลือกตั้ครั้งนี้ ผมลงเองในนามพปชร. และเป็นพรรครัฐบาลด้วย ผลงานมากมาย ไม่สามารถหวั่นได้ แต่ถามว่า อาจมีบาดแผลไหม นักรบย่อมมีบาดแผลเป็นเรื่องธรรมดา"
การที่พปชร.ได้ส.ก. 2 ที่นั่ง เป็นตัวชี้วัดถึงการเลือกตั้งระดับชาติได้หรือไม่
"ศิริพงษ์" กล่าวว่า การเลือกตั้ง ส.ก. คือการเมืองระดับท้องถิ่น โดยมีการเลือกตั้งผู้ว่ากทม. โดยช่วงนั้นอาจารย์ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ฟีเวอร์มาก มีการเลือกตั้งพร้อมกัน ในวันนั้น เรายังผ่านมาได้ แต่คราวนี้ เป็นการเลือกตั้งระดับประเทศ คือ ส.ส. เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งระดับประเทศในฐานะเป็นรัฐบาลมา แล้วตัวผมเอง ทุ่มเทมาเกือบสี่ปี ในปีหนึ่งมี 365 วัน ผมให้เวลากับสภา การทำงานนิติบัญญัติกับประชาชนโดยไม่มีวันหยุด ฉะนั้นผมกล้าพิสูจน์โดยเฉพาะ"เขตหนองจอก"
"ผมทำพื้นที่ขนาดนี้ พี่น้องรักขนาดนี้ ผมมั่นใจเกินร้อยเปอร์เซนต์" ศิริพงษ์ กล่าวด้วยความมั่นใจ
วิเคราะห์สถานการณ์เลือกตั้ง "เขตหนองจอก"
ประเพณีการเลือกตั้ง ใครอยากลงสมัครรับเลือกตั้งก็มาติดป้ายกัน แต่ที่ผ่านมา 4 ปี ไม่เห็นใครออกมาเดินเลยนะครับ นอกจาก "ศิริพงษ์ รัสมี" คนเดียว ที่ติดป้าย สักหกพรรคด้วยกัน คู่แข่ง มี"พรรคเพื่อไทย" "พรรคก้าวไกล" และไม่ได้มองข้ามพรรคอื่น อยู่ที่ประชาชนตัดสินใจ
เมื่อให้วิเคราะห์สนามเลือกตั้งส.ส.ในเขต กทม.
"ศิริพงษ์" กล่าวว่า ไม่มีพรรคใดเหนือพปชร. เนื่องจากเวลาที่ผ่านมา 4 ปีในกทม. เราทุ่มเททำงาน ผมจะไล่ให้ดูพรรคฝ่ายค้านทำอะไรให้ กทม.พรรครัฐบาลก็มีแต่พรรคพปชร. ที่มีโครงการช่วยชาวกทม.
การแยกย้ายของอดีตส.ส.กทม.พปชร.ไปสังกัดพรรคอื่น อีกทั้งแกนนำเพื่อไทยให้สัมภาษณ์กับ"เนชั่นทีวี" มีความมั่นใจได้ส.ส.กทม. เกือบ 20 ที่นั่ง ยิ่งสร้างแรงเขย่าขวัญกลับมาที่พปชร.หรือไม่
"ศิริพงษ์" บอกว่า การเลือกตั้งเมื่อปี 60 " พปชร." ได้ส.ส.กทม. 12 ที่นั่ง สำหรับการ"เลือกตั้ง66"จากเดิม 12 คน เหลืออยู่ที่นั่งเดียว คือ "ศิริพงษ์" พปชร. เพราะฉะนั้นถ้าเราจะเดินต่อไปในนามพปชร.เราคงไม่หวั่นอะไร เพราะกทม.คนที่แยกย้าย อาจไม่มั่นใจในตนเอง หรือไม่มั่นใจในพื้นที่ตลอดสี่ปีก็ได้ แต่ผมเองมั่นใจพื้นที่ของผม และมั่นใจในพื้นที่กทม. คนเลือดใหม่ที่เข้ามาเต็มแล้ว 33 เขต จากที่ผมสัมภาษณ์ พบว่า เป็นบุคคลที่ มีประสบการณ์ มีคุณภาพมากมาย อาจดีกว่า คนที่ย้ายออกไปก็ได้
"ในส่วนของเพื่อไทยที่ประเมินจะคว้าที่นั่งส.ส.กทม. 20 ที่นั่งนั้น "ศิริพงษ์" ไม่ขอวิจารณ์ แต่อย่างไรก็ตาม ในส่วนของพปชร.จากการเลือกตั้งเมื่อปี 2560 ได้รับเลือกตั้ง 12 ที่นั่ง ครั้งนี้น่าจะเกิน ดูจากกระแสผู้นำพรรค และดูจากคนรุ่นใหม่ กระแสตอบรับ บุคคลรุ่นใหม่ที่เข้ามา มีคุณภาพทั้งนั้น และวันเปิดตัวจะทำให้เห็นว่า คุณภาพคับแก้วของพปชร.เป็นอย่างไรในการทำหน้าที่แทนประชาชน และดูแลทั้งกทม."
การเลือกตั้ง กทม. และตจว. ต่างกันอย่างไร
"ศิริพงษ์" บอกว่า ในต่างจังหวัด ประชาชนทราบดี ยึดติด"บ้านใหญ่" ตัวบุคคล ส่วนมากอยู่กันหลายสมัย แต่ในกทม.อาศัยกระแส และความนิยมส่วนตัว เช่นกรุงเทพฝั่งตะวันออก ลาดกระบัง หนองจอก มีนบุรี คลองสามวา ส่วนมากยึดติดตัวบุคคล เพราะว่าเป็นพื้นที่คล้ายต่างจังหวัด โดยเฉพาะหนองจอก พื้นที่ต่างจังหวัดร้อยเปอร์เซนต์ ในเมืองส่วนกลาง กระแสส่วนหนึ่ง ความขยัน ประสบการณ์ หลายสิ่งเป็นตัวตัดสินใจ
ความเป็น"บิ๊กเนม" ช่วยได้ไหมกับการเลือกตั้งส.ส.กทม.
"ผมก็อยู่กับส.ส.ที่เคยเป็นบิ๊กเนมมาในกทม เห็นว่าไม่มีอะไรเลย นอกจากการใช้โซเชียล นอกจากใช้คำพูดวาทกรรมในสภา สัมผัสพื้นที่ ไม่มีแต่บุคคลที่จะลงใหม่ของพปชร. ยึดติดพื้นที่มาโดยตลอด
ผลการเลือกตั้ง แน่นอนสวิงจากสิบสองที่นั่ง ในการเลือกตั้งครั้งใหม่ การใช้กระแสกทม.ของใหม่ต้องดีกว่าของเก่าอยู่แล้ว ขอใหม่เข้ามาพปชร.มีความตั้งใจเกินร้อยเปอร์เซนต์
ถาม "ลุงป้อม" ช่วยได้ไหม
"ศิริพงษ์" ตอบ "ช่วยได้ ลุงป้อมน่ารักมาก"
กระแสพล.อ.ประยุทธ์ที่แรงเมื่อปี 62 แต่เมื่อย้ายไปรทสช. แล้ว
"ศิริพงษ์" กล่าวว่า เราคงยืนยัน เกิน 12 ที่นั่ง จากการทำพื้นที่ โดยเฉพาะคุณสกลธี ภิภัทธิยกุล มีประสบการณ์ในกทม.มีผลงานมากมาย ผมถามว่า พรรคอื่นทำอะไรให้ประชาชน กทม.เมื่อเทียบกับพปชร. เหนือกว่าอยู่แล้ว โดยเฉพาะเขตหนองจอก ผมมั่นใจเกินร้อยเปอร์เซนต์
นอกจากนี้ ในส่วน"เขตมีนบุรี" ค่อนข้างมั่นใจ เนื่องจากคู่แข่งเพื่อไทย อายุมากแล้ว และผมได้ส่ง "พีระพงษ์ รัสมี " ลูกชายลงแข่งขัน เขารักการเมือง รักพื้นที่ พื้นที่หนองจอกทั้งหมด เป็นกำนันผญบ. เป็นพื้นที่ลูกชายช่วยวางแผนดูแลประชาชนทั้งนั้น เขาทุ่มเทในเขตมีนบุรี เป็นคนุร่นใหม่ ใช้สโลแกน "คนรุ่นใหม่ พร้อมรับทุกช่วงวัย"
นอกจากกระแสในกทม."กระสุน"มีความจำเป็นแค่ไหน
"ศิริพงษ์" หยุดคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบว่ากระสุนไม่น่าใช้ได้ในกทม. เราคงไม่ดูถูกชาวกทม. เรื่องกระสุน ต้องใช้ฝีมือความสามารถล้วนๆ แต่ในต่างจังหวัดไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น
เมื่อถามความเป็นบ้านใหญ่ ตระกูลการเมือง มีบทบาทสำคัญต่อการเลือกตั้งกทม.หรือไม่"ศิริพงษ์" กล่าวว่า ตระกูลการเมือง ใช้ยากกับ คนกทม.
"ผมยกตัวอย่าง ปี 62 ตระกูลมีนชัยอนันต์ ใครรู้จักตระกูลรัฐมนตรี คราวที่แล้วยังสอบตก ท่านไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ครองแชมป์มานานเขตหนองจอกก็ยังสอบตก ฉะนั้นชาวกทม.ไม่ได้ดูที่ตระกูล บ้านเล็กบ้านใหญ่ ดูคนทำงานช่วยเหลือ ฝ่ายนิติบัญญัติดูแลประเทศชาติได้"
ช่วงสี่ปีกับการทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร "ศิริพงษ์" สะท้อนบทบาทการทำงานว่า ผมเต็มที่อยู่แล้ว ประชุมไม่เคยขาด ไม่ค่อยหนีโหวต การออกกฎหมาย หรือแม้กระทั่งอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ผมอยู่พรรคพปชร. รัฐบาล มีพรรคภูมิใจไทยร่วมรัฐบาล แต่ตรงไหนก็แล้วแต่ไม่ถูกต้อง ประชาชนเสียประโยชน์ ผมพร้อมที่จะโหวตสวนในทางที่ถูกต้องแม้จะถูกพปชร.ทำโทษก็ตาม แต่ผมคิดว่าสิ่งที่ผมโหวต ประชาชนได้ประโยชน์ในคราวนั้น
"ในเรื่องรถไฟฟ้า หรือข้อพิพาทที่ดินการรถไฟบริเวณเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ เป็นความไม่ค่อยถูกต้อง ประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบ ฃหรือ อย่างเรื่องรถรถไฟฟ้ามีการประมูลและเลื่อนประมูลออกไป พี่น้องประชาชนมีนบุรี หนองจอก ต้องใช้รถไฟฟฟ้าเดินทาง เลื่อนออกไปมีการขยับเวลาออกไป ไม่รู้จะใช้เมื่อไหร่ แต่ประชาชนเสียประโยชน์ เพราฉะนั้นผมจะโหวตตามที่ประชาชนเสียประโยชน์ แล้วนักการเมืองได้ประโยชน ผมไม่ทำ ผมจะโดนทำโทษอย่างไรก็แล้วแต่ ผมไม่แคร์ แต่ผมถือว่าทำให้กับพี่น้องประชาชน เพราะว่าเรา รมต.ก็ดี นายกฯ ก็ดี ส.ส.ก็ดี กินเงินเดือนภาษีประชาชนทั้งนั้น"
พร้อมกัน การดูแลพื้นที่หนองจอก นักการเมืองที่ผ่านมาไม่ค่อยนำปัญหาต่างๆในเขตหนองจอกเข้าไปอภิปรายในสภา การหารือ ตั้งกระทู้ถาม ซึ่งต้องยอมรับว่าพื้นที่หนองจอกคล้ายบ้านนอกกทม. มีความเดือดร้อนมากมาก น้ำประปา เข้าไม่ถึง ถนนหนทางมากมายไม่ได้ดูแล แต่ผมจับประเด็นเหล่านี้
"ผมตั้งกระทูถามรมต.มหาดไทย ถึงสองครั้ง เกี่ยวกับถนนโลกพระจันทร์ 80 เส้นทางของหนองจอก เส้นทางสยอง นักเรียนเดินทางไม่ค่อยสะดวก เวลาอภิปรายขึ้นชาร์ต พออภิปรายเสร็จ เพื่อนในสภาโทรถาม นี่หรือกทม.เป็นอย่างนี้ด้วยหรือ ไร่อ้อยต่างจังหวัดยังจะดีกว่า ปรากฎว่า ได้รับการปรับปรุงแก้ไขจำนวนมาก ในสามปีที่ผ่านมา"
นอกจากนี้ พี่น้องประชาชนยังจำเป็นต้องใช้ศาลาผู้โดยสาร ผมหารือ 3 ครั้งในสภา จากศาลาที่พังทั้งหมดได้มีการปรับปรุงทั้งหมด 55 ศาลา ส่วนที่สามหนองจอกมีคลองมากที่สุด 104 คลอง สะพานไม้ ประมาณ 50 กว่าสะพานได้รับการปรับปรุงไปแล้ว 40 กว่าสะพาน เป็นสะพานปูนเกือบทั้งหมด และทีเด็ดเลย ใช้กระบวนการกรรมาธิการ แก้ปัญหาประชาชนสในเรื่องการสร้างเขื่อน คลองนครเนื่องเขตกับคลองแสนแสบสร้างแล้วทำให้มัสยิดและหมู่บ้านที่พังชำรุด ได้รับการชดเชยจากบริษัทเอกชน ห้าสิบกว่ารายเกือบยี่สิบกว่าล้านและอีกหลายอย่าง
"ใครที่จะมาเป็นผู้แทน ต้องเป็นผู้มีประสบการณ์ ผมเป็นกำนัน ผญบ. เป็นประธานสภาเขต และเป็นส.ส.ผมรู้ทั้ง236 ตร.กมการแก้ปัญหาหนึ่งสองสามสี่จะแก้ไขอย่างไร ถึงให้ประชาชนอยู่อย่างมีความสุขในเขตหนองจอก" ศิริพงษ์ ย้ำส่งท้าย
คลิป >>> ผ่าสมรภูมิเลือกตั้ง " ศิริพงษ์ รัสมี"ส.ส.เนื้อหอมหนองจอก