เนชั่นทีวี

ข่าว

“สีหศักดิ์” ย้ำเขมรต้องหันหน้าคุยหาทางออก-ไม่ใช่มาเรียกร้อง

24 ก.ค. 2569 | katchatapong_lee

“สีหศักดิ์” ย้ำเขมรต้องหันหน้าคุยหาทางออก-ไม่ใช่มาเรียกร้อง

“สีหศักดิ์” แจงปม “ไทย-กัมพูชา” บนเวทีอาเซียน ย้ำต้องหันหน้ามาคุยร่วมหาทางออก-ไม่ใช่เป็นฝ่ายมาเรียกร้องไทย - เหน็บ “ปรัก สุคน” ยังเดินหน้าเล่าเรื่องเดิมทุกเวที

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางเยือน กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน เข้าร่วมการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอกเชีย-แปซิฟิก หรือ ARF ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนว่า ได้มีการสอบถามถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาด้วย โดยยืนยันว่า ฝ่ายไทย พยายามแก้ปัญหา แต่กัมพูชาต้องร่วมมือด้วย และมีการตกลงแนวทางไว้แล้วในการหารือระหว่างผู้นำทั้ง 2 ฝ่ายที่ เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ว่า จะหารือทวิภาคีทุกเรื่อง พร้อมกับการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งจะทำให้ความสัมพันธ์ ได้รับการฟืนฟู โดยเชื่อว่า ทุกประเทศ ต้องการให้ไทย-กัมพูชาแก้ปัญหาให้ได้ พร้อมย้ำว่า ฝ่ายไทย ไม่ได้เป็นผู้ปิดประตูการเจรจา เพราะได้เสนอให้มีการเจรจาทวิภาคี เรื่องเขตแดนทั้งทางทะเลและทางบกแล้ว แต่กัมพูชาไม่คุย กลับดึกเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ ซึ่งถือว่า กัมพูชาเป็นฝ่ายปิดประตูการเจรจาเอง

“สีหศักดิ์” ย้ำเขมรต้องหันหน้าคุยหาทางออก-ไม่ใช่มาเรียกร้อง

นายสีหศักดิ์ ยังระบุว่า นายปรัก สุคน รัฐมนตรีต่างประเทศและความร่วมมือของกัมพูชา ได้เข้าร่วมทุกการประชุมและได้ใช้โอกาสนี้ ชี้แจงสถานการณ์ระหว่างไทย-กัมพูชา ในมุมของกัมพูชา ซึ่งเหมือนกับที่เคยพูดในหลาย ๆ เวที แต่ไม่ได้เป็นการพูดหักล้างกับไทย เป็นการย้ำข้อเรียงร้องของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งส่วนตัวมองว่า เรื่องแบบนี้ จะเรียกร้องอย่างเดียวไม่ได้ เพราะกัมพูชา ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดการสู้รบ และการยั่วยุ ดังนั้น ต้องพูดคุยกัน เพื่อร่วมกันหาทางออก ไม่ใช่มาเรียกร้องให้ไทยทำอะไรให้ 

นายสีหศักดิ์ ยังได้สรุปภาพรวมการเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องว่า อาเซียนยังเนื้อหอม ยังเป็นที่ยอมรับจากประชาคมโลก เพราะถือว่า อาเซียนเป็นองค์กรระดับภูมิภาค ที่ประสบความสำเร็จเป็นอับดับ 2 รองจากสหภาพยุโรป (EU) อีกทั้งอาเซียนได้รับคำชื่นชมว่า เป็นแกนกลางในภูมิภาค เป็นเสาหลักแห่งสันติภาพ และความมั่นคงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังมีอีกหลายเรื่องที่อาเซียนมีบทบาทในเวทีระหว่างประเทศด้วย

“สีหศักดิ์” ย้ำเขมรต้องหันหน้าคุยหาทางออก-ไม่ใช่มาเรียกร้อง

โดยประเด็นหลักที่หารือกันส่วนใหญ่ เป็นสถานการณ์ในภูมิภาค และ สถานการณ์โลก ความผันแปร ที่ดูเหมือนโลกจะไร้ระเบียบ ไม่เคารพกติกาและเกิดปัญหาความขัดแย้ง และการสู้รบหลายแห่ง ที่ทำให้เกิดความกังวลอย่างมาก ซึ่งนอกจากสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนแล้ว ยังมีการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ด้วย ที่ส่งผลกระทบไปยังประเทศอื่นในภูมิภาคตะวันออกกลาง แม้จะมีการหยุดยิง เพื่อนำไปสู่สันติภาพ แต่การสู้รบเกิดขึ้นอีกครั้ง ทำให้การประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมต่างพูดถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่นำไปสู่ความมั่นคงทางทะเล ความห่วงในในเสรีภาพการเดินเรือ ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ แต่กลับมาการปิดล้อม และใช้ปฏิบัติการห้ามเดินเรือ จึงทำให้เกิดประเด็นเรื่องความมั่นคงทางทะเล และความมั่นคงด้านพลังงาน และ ด้านอาหาร

ส่วนเรื่องที่หารือเกี่ยวกับอาเซียนมีทั้งปัญหาทะเลจีนใต้ ที่ยังมีความเป็นห่วงเรื่องเสรีภาพการเดินเรือ และความมั่นคงทางทะเลเช่นกัน เพราะทะเลจีนใต้ยังมีความขัดแย้งเรื่องการอ้างสิทธิทางทะเล อีกทั้งบางประเทศยังเป็นห่วงบทบาทของจีน ในทะเลจีนใต้ ขณะที่บางประเทศห่วงใยการแข่งขันด้านภูมิรัฐศาสตร์ในทะเลจีนใต้

“สีหศักดิ์” ย้ำเขมรต้องหันหน้าคุยหาทางออก-ไม่ใช่มาเรียกร้อง

นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงสถานการณ์ในเมียนมา ที่ตนได้เน้นย้ำในหลายการประชุมว่า ไทยต้องการเห็นการพูดคุยของผู้ที่เกี่ยวข้อง และต้องเพิ่มการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประชาชนเมียนมาที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งได้นำเสนอ การมีปฏิสัมพันธ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะไทยเป็นเพื่อนบ้านเมียนมา จึงรอต่อไปไม่ได้อีกแล้ว เพราะได้รับผลกระทบโดยตรง โดยที่ไม่ได้ให้ความชอบธรรมกับรัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมา แต่อยากให้เกิดความปรองดอง การพูดคุย และสร้างสันติภาพในเมียนมา สิ่งเหล่านี้ถือเป็นนโยบายที่เรียกว่า “การเดินสองเส้นทาง”  ทั้งนี้การหารือ เรื่องสถานการณ์ในเมียนมาในเวทีต่าง ๆ ไม่รุนแรงเหมือนครั้งก่อน ๆ

 

ที่ประชุมวงต่าง ๆ ยังหารือเรื่องการหลอกหลวงออนไลน์ด้วย แม้กระทั่งนายมาร์โค แอนโทนีโอ รูบีโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ยังระบุว่า เรื่องนี้ถือเป็นภัยที่น่ากลัว เพราะประชาชนในสหรัฐฯ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เก็บเงินมาทั้งชีวิต ก็ถูกหลอกลวง ทำให้เสียเงินไปจนหมด ทางสหรัฐฯ จึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ส่วนตัวเชื่อว่า ทางสหรัฐฯ จะเดินหน้าแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง โดยต้องการร่วมมือกับฝ่ายไทย เพราะเห็นว่า ไทยเอาจริงเอาจังกับปัญหานี้

ข่าวล่าสุด