svasdssvasds
เนชั่นทีวี

เจาะประเด็นร้อน

"เลือกตั้ง66" เขย่า"ก้าวไกล" สาวไส้ก่อนสมานฉันท์ สัญญาณ บ่มรักในรอยร้าว

23 กุมภาพันธ์ 2566
เกาะติดข่าวสาร >> Nation Story
logoline

จบศึก "พิธา-ปิยบุตร" ฝ่ายหนึ่งซัด มือไม่พายเท้าราน้ำ ฝ่ายหนึ่งสวน จับเสือมือเปล่า วัดใจ"ก้าวไกล" เกาะกระแสแลนด์สไลด์ร่วมรัฐบาล หรือสานฝัน การเมืองในอุดมคติ ร้กในรอยร้าว เขย่า "เลือกตั้ง66" (มีคลิป)

"รายการคมชัดลึก" โดย "วราวิทย์ ฉิมมณี" ได้สัมภาษณ์ "รศ.สุขุม นวลสกุล" อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง "ภูวกร ศรีเนียน" อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จ.พะเยา และ "ชัยธวัช ตุลาธน" เลขาธิการพรรคก้าวไกล

อำนาจ vs อุดมการณ์ ทาง 2 แพร่ง “ก้าวไกล”

"วราวิทย์" ถามอาจารย์สุขุมเห็นภาพ "คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์" กับ"อาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล"จบง่ายแบบนั้นหรือไม่ครับ

"อ.สุขุม" ตอบ ง่าย ผมหมายความว่า จากนี้ไปจนถึงการเลือกตั้งคงจบ คือคนหลายคนที่เป็นแฟนอาจจะเป็นห่วงวาทะที่เผชิญหน้ากัน แต่พอเห็นภาพเมื่อวานเขาเชื่อว่าคุยกันรู้เรื่องแล้ว

 

\"เลือกตั้ง66\" เขย่า\"ก้าวไกล\" สาวไส้ก่อนสมานฉันท์ สัญญาณ บ่มรักในรอยร้าว

 

"วราวิทย์" ถามคือข้างในมันจะจบจริงหรือไม่จริงไม่รู้  แต่ถ้าแฟนคลับเชื่อ

"อ.สุขุม" ก็เอาแบบที่อ.ปิยบุตรพูดถ้าคนเชื่อมันก็เชื่อ

 

"วราวิทย์" ถามถ้าคนทำงานลงพื้นที่มีความรู้สึกว่ามันไม่มีอะไรสั่นคลอนในระดับผู้นำแล้วเขาก็ลุยกันเต็มที่

"อ.สุขุม" คือถ้าลงสวนกันแรงขนาดนั้นแล้วมาจับมือกันได้ ผมเชื่อว่าคนใจถึงด้วยกันทั้งคู่ในความรู้สึกของผมนะ เพราะงั้นไม่ว่ายังไงจะเกิดขึ้นก็แล้วแต่ จะผ่านการเลือกตั้งครั้งนี้ไปอย่างราบรื่น

"วราวิทย์" ถาม แล้วหลังเลือกตั้ง

"อ.สุขุม" อันนั้นอีกเรื่องหนึ่ง

 

"วราวิทย์" ถามอยู่ที่ตัวเลขของก้าวไกล

"อ.สุขุม" คือตัวเลขจะตอบคำถามแนวคิดของทั้งสองข้าง ว่าฝ่ายไหนเป็นฝ่ายถูกกันแน่ สมมติขึ้นจาก 80 ที่นั่งซึ่งเคยได้ครั้งที่แล้วไปเป็น 100 ทางฝ่ายกลุ่มที่กำลังดูแลพรรคอยู่ขณะนี้ก็จะรู้สึกว่าฝ่ายตัวเป็นฝ่ายถูก

 

"วราวิทย์" ถาม นี่คือผลงานของเขาไม่ใช่ 30 ที่อ.ปิยบุตรบอก ถ้ายังเดินในแนวทางนี้

"อ.สุขุม" แต่ถ้าลงไปเหลือต่ำกว่า 50 อ.ปิยบุตรเป็นคนถูก

 

\"เลือกตั้ง66\" เขย่า\"ก้าวไกล\" สาวไส้ก่อนสมานฉันท์ สัญญาณ บ่มรักในรอยร้าว

 

"วราวิทย์" ถามจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกรอบหนึ่งว่า ตกลงท่าทีของ"พรรคก้าวไกล"ควรจะเป็นอย่างไร

"อ.สุขุม" ใช่สิ ต้องตั้งหลักที่ตอนนั้น ตอนนี้ไม่มีเวลาจะคิดแล้ว วันนี้เป็นทางที่ถูกต้องแล้วหล่ะ ที่จะต้องปล่อยฝ่ายที่เขารันพรรคอยู่ลุยไปก่อน

 

"วราวิทย์" ถาม"คุณภูวกร"มองอย่างไร ในฐานะอดีตคนในมาก่อนครับ

"ภูวกร" คือจริงๆสมมติว่าแฟนคลับทั่วไปหรือคนที่เป็น voter เห็นเหตุการณ์แล้วจะตกใจ แต่ถ้าเป็นผมหรือหลายคนไม่รู้สึกแปลกใจอะไรมาก มองไม่ได้มีความขัดแย้ง แต่ละฝ่ายไปมีประโยชน์หรืออะไรทับซ้อนแล้วปกป้องผลประโยชน์ตัวเองอยู่ มองง่ายๆเขาก็เหมือนเป็นนักฟุตบอลในทีมแล้วกำลังมุ่งหน้าไปสู่ชัยชนะด้วยกัน แต่เล่นจังหวะบางทีไม่เข้าขากัน แล้วพอนานๆเข้า สุดท้ายก็ขอฟาดปากสักหน่อย พอฟาดกันเสร็จก็จบ เพราะฉะนั้นการออกมาพูดในที่สาธารณะดังๆให้สังคมได้ยินไปพร้อมกันของทั้งสองฝ่าย ก็มีข้อเสียและข้อดี  ข้อดี คือคนไม่ต้องอึมครึมให้เห็นเลยว่าคิดอะไรเป็นเรื่องทางความคิดเท่านั้น ชัดเจนว่าทั้งคู่ไม่ได้มีอะไรซ่อนอยู่ เป็นความคิดที่จะไปข้างหน้าที่อาจจะแตกต่างกัน

"วราวิทย์" ถามคือมองวิธีการแตกต่างกันเท่านั้นเอง แต่วิธีการแตกต่างกันพอใช้ถ้อยคำรุนแรงเช่น "อ.ปิยบุตร" บอก "คุณพิธา"จับเสือมือเปล่า ทำขาวให้เป็นดำทำดำให้เป็นขาว ส่วน"คุณพิธา"บอก"อ.ปิยบุตร" เลิกพฤติกรรมเอามือไม่พายเอาเท้าราน้ำสักที จะง่ายจบใน 24 ชั่วโมงแบบนั้นเลยหรอครับ

 

\"เลือกตั้ง66\" เขย่า\"ก้าวไกล\" สาวไส้ก่อนสมานฉันท์ สัญญาณ บ่มรักในรอยร้าว

"ภูวกร" โลกสมัยนี้พอมันเป็นโลกออนไลน์อะไรมันก็ใส่อารมณ์ออกมาง่ายๆ ลองนึกสภาพถ้าเป็นสมัยก่อนมันไม่สามารถถ่ายทอดอารมณ์แบบนี้ออกมาได้นะเก็บไว้ข้างใน มันไม่ใช่ยุคมาทะเลาะกันและมันแค่เขียนออกมาแต่แน่นอนอาจจะมีอารมณ์แต่ก็ไม่แปลกอะไร เพราะสุดท้ายคือต้องการไปสู่จุดหมายปลายทางที่เดียวกัน แต่วิธีอาจจะยังคิดไม่เหมือนกัน แล้วคนหนึ่งรู้สึกว่าถ้าคิดแบบนี้อาจจะเป็นปัญหา อีกคนรู้สึกคิดแบบนี้เป็นปัญหาแต่ทั้งคู่ล้วนปรารถนาดี อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นสำหรับเรื่องนี้นะครับ

000000

เปิดใจเลขาธิการพรรคก้าวไกลกับเบื้องหลังการจับมือกันของ "ปิยบุตร" และ "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" หัวหน้าพรรคก้าวไกล

 

\"เลือกตั้ง66\" เขย่า\"ก้าวไกล\" สาวไส้ก่อนสมานฉันท์ สัญญาณ บ่มรักในรอยร้าว

 

"วราวิทย์" ถามว่า เมื่อวานการเคลียร์ใจกันระหว่าง พิธา กับ ปิยบุตร ด้วยการปิดห้องคุยกันสองต่อสอง ได้อยู่ด้วยหรือไม่

"ชัยธวัช ตุลาธน" เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ไม่ได้ร่วมห้องด้วยกัน เขาอยากเปิดใจคุยกันสองคนแบบเปิดอก ซึ่งทั้งแกนนำพรรคและคุณธนาธร อยากให้สองคนปรับความเข้าใจกัน เพราะมองเห็นว่า ปัญหาเกิดจากช่องว่างในการสื่อสารกัน เพราะหลังจากยุบพรรคอนาคตใหม่จะมีความห่างกันมาก โดย อ.ปิยบุตรห่างออกไป จึงไม่ได้ทราบว่า ข้างในของพรรคก้าวไกล ประเมิน และวางยุทธศาสตร์อย่างไร ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุด "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" สนับสนุนให้หันหน้ามาพูดคุยกัน

 

"วราวิทย์" ถ้อยคำของ "พิธา" มีอะไรที่เป็นเบื้องลึกเบื้องหลัง มากกว่านั้นหรือไม่

 

"ชัยธวัช" ตอบว่า ไม่มีเบื้องหลัง แค่ไม่ได้คุยกัน และ "อ.ปิยบุตร" อาจจะไม่เข้าใจเจตนา หรือรายละเอียดทั้งหมดว่าต้องการสื่อสารอะไร

"วราวิทย์" ถามว่าเป็นแค่เรื่องคนสองคนนี้เท่านั้นไม่มีใครอยู่เบื้องหลังใช่หรือไม่

 

"ชัยธวัช"  ตอบว่า ไม่มี

"วราวิทย์" ถามว่า นี่เป็นทางสองแพร่ง ของ"พรรคก้าวไกล" เมื่อ ถอดรหัสจากข้อเขียนของ "อ.ปิยบุตร" หลายคำ ที่มองว่าก้าวไกลประคับประคองตัวของเป็นรัฐบาล โดยใช้คำว่า "ผู้ประกอบอาชีพของการแบ่งอำนาจรัฐ" หรือขอให้ทำจุดเด่นให้เป็นพรรคที่เป็นพลังใหม่จริงๆโดยไม่จำเป็นต้องมีอำนาจรัฐ ซึ่งอาจมองต่างจากผู้บริหารพรรคปัจจุบันลดเพดานลงมาเพื่อไปมีอำนาจรัฐจะได้สร้างการเปลี่ยนแปลงได้

 

"ชัยธวัช" บอกว่า นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งว่าเราไม่ได้มองต่างกันเลย เพียงแต่เราไม่ได้คุยหรืออธิบายกัน เพราะการเข้าสู่สนามการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคไม่ได้วางตัวให้เป็นไม้ประดับทางการเมือง ทำอย่างไรก็ได้ให้ร่วมรัฐบาลอยู่แล้ว ซึ่งเราไม่ได้ทำแบบนั้น แต่เราเสนอตัวเองว่าหากอยากให้ประเทศเปลี่ยนแปลงต้องเลือกก้าวไกล และเป็นจุดแข็งของพรรคก้าวไกล

 

"วราวิทย์" ถามว่า แต่ก็มีบางคนเสนอตัวร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ยอมเกมแลนด์สไลด์ของพรรคเพื่อไทยเพื่อยอมเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้น

"ชัยธวัช" คิดว่า เวลาเราพูด คงไม่มีครั้งไหนที่บอกว่า สยบยอม แต่บางครั้งให้ความเห็นไปว่า ประชาชนส่วนใหญ่มองว่า หากพลิกขั้วฝ่ายค้านได้เป็นรัฐบาล ซึ่งพรรคก้าวไกล เสนอตัวเป็นรัฐบาลที่ปิดสวิตซ์ 3 ป. เราจะไม่ตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคทหารทุกพรรค และหากจะจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ หรือพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อเป็นรัฐบาล ก้าวไกลจะไม่เลือกแบบนั้น

 

\"เลือกตั้ง66\" เขย่า\"ก้าวไกล\" สาวไส้ก่อนสมานฉันท์ สัญญาณ บ่มรักในรอยร้าว

 

"วราวิทย์" ถามว่า ในความคาดหวังของ "อ.ปิยบุตร" ประสงค์ให้ชัดเจนในพลังใหม่ไม่ใช่แค่ ไม่เอา"ประยุทธ์" หรือ เอา"ทักษิณ" หรือไม่เอาเผด็จการทหาร แต่ต้องเป็นประชาธิปไตยเท่านั้น ซึ่งต้องโดดเด่นแตกต่างคิดว่า พรรคก้าวไกล ทำเหมือนที่"อ.ปิยบุตร"คาดหวังหรือยัง

 

"ชัยธวัช" ตอบว่า แนวคิดสอดคล้องกัน เป็นแนวทางนั้น เพราะเราไม่คิดว่าจะทำให้การเมืองเดิมกลับไปสู่รัฐประหาร แต่เราต้องการไปข้างหน้า คือการเอาทหารออกจากอำนาจรัฐให้ได้ ผลักดันการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เราชัดเจนว่าเราแตกต่างจากพรรคการเมืองที่มีอยู่ และมีอุดมการณ์ทางการเมือง เราต้องการอำนาจรัฐอยู่แล้วเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศ แต่เราไม่ได้ต้องการเพียงการแบ่งอำนาจรัฐ มีส.ส. หรือมีงบประมาณ แต่เราต้องการเปลี่ยนแปลง ยอมรับว่านโยบายอาจทำให้สำเร็จต้องเป็นฝ่ายบริหารรัฐบาล ซึ่งการเปลี่ยนแปลงประเทศต้องทำอะไรหลายอย่าง ต้องจัดลำดับความสำคัญตามสถานการณ์การเมืองแต่ละช่วงไม่สามารถทำพร้อมกันได้แน่นอน แต่ไม่ได้หมายความว่าเราละทิ้งอุดมการณ์ทางการเมืองในการเริ่มต้นตั้งพรรคใหม่ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน

 

"วราวิทย์" ถาม นั้นหมายถึงว่า การปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์การเมืองไทยใช่หรือไม่

"ชัยธวัช" บอกว่า เราต้องเข้าใจสภาพความเป็นจริงทางการเมือง ไม่ใช่ไร้เดียงสา และมองเห็นเป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่คิดแค่การเลือกตั้ง
 

ชมคลิป >>>> ทางสองแพร่ง"ก้าวไกล" 

logoline