1. "บิ๊กตู่" ได้เข้าสภา แต่ต้องไปทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เจ้าตัวจะรับได้หรือไม่ ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วตัดสินใจลาออก จะโดนโจมตี เยาะเย้ยหรือไม่
2. เปลืองที่นั่งปาร์ตี้ลิสต์ไปอีก 1 ที่นั่ง เพราะ "บิ๊กตู่" ตั้งใจเป็นนายกฯอีก 1 สมัยเท่านั้น ไม่ได้ต้องการเป็นฝ่ายค้าน ถ้าต้องการแบบนี้ ก็แค่รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯก็เพียงพอ สามารถเดินสายกับพรรคไปหาเสียงตามที่ต่างๆได้ หากไปลงปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 จะเสียโควต้าไปอีก 1 ที่นั่งฟรีๆ ทำให้คนอื่นๆ ต้องขยับลำดับลงไป หากพรรคได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์น้อย สมมติได้ประมาณ 3 ล้านคะแนน จะได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ราวๆ 8-9 คนเท่านั้น แกนนำพรรคคนสำคัญอาจไม่ได้เป็น ส.ส. และอาจสร้างความขัดแย้งภายในพรรคได้
3.ยุทธศาสตร์การลงพื้นที่ ดูล่าช้ากว่าคู่แข่งสำคัญ โดยเฉพาะพลังประชารัฐ
-โดน "บิ๊กป้อม" ปาดหน้าลงพื้นที่สำคัญอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นราชบุรี นครสวรรค์ หรือแม้แต่เยาวราชในวันตรุษจีน
-โดน "บิ๊กป้อม" แย่งซีนลงพื้นที่ที่สามารถสร้างกระแสฮือฮาได้มากกว่า เช่น ไปตลาด อ.ต.ก. ไปสวนลุมฯ ไปสถานสงเคราะห์เด็กชายปากเกร็ด แถมไปร่วมเต้นเพลง "ทรงอย่างแบด"
4. การเปิดตัว ส.ส.เข้าพรรค เพื่อความชัดเจนในการหาเสียงในระดับพื้นที่ ยังล่าช้า
-อาจเป็นเพราะนโยบาย "บิ๊กตู่" หวังดี ต้องการรักษาสถานะของสภาให้ยังสามารถทำหน้าที่ได้ จึงไม่เร่งรัดให้ ส.ส.ลาออก แล้วเปิดตัวกับพรรคอย่างรวดเร็ว ซึ่งถือว่าเป็นท่าทีที่ดีของท่านนายกฯ
แต่ปัญหาคือ ประชาชนในพื้นที่เลือกตั้งอาจจะยังไม่ทราบ หรือคิดว่า ส.ส.ที่ตนจะเลือกยังไม่ชัดว่าจะอยู่พรรคไหน และที่สำคัญอาจจำชื่อ "รวมไทยสร้างชาติ" ซึ่งยาวถึง 4 พยางค์ได้ยาก เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะฐานเสียงของพรรคและของ"ลุงตู่" เป็นกลุ่มคนมีอายุเป็นส่วนใหญ่ ยิ่งสร้างความชัดเจนได้เร็ว จะยิ่งจำได้ง่ายขึ้นมากขึ้น
ผลสำรวจพฤติกรรมของคนไทยต่อการเลือกตั้ง ของ "ดร.ถวิลวดี บุรีกุล" รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ชัดเจนว่า ประชาชนต้องการเห็นความชัดเจนโดยเร็วที่สุดว่าผู้สมัครที่ตนเองจะเลือก สังกัดพรรคไหนกันแน่ เพราะคนไทยไม่ชอบความสับสน
มองอีกมุมหนึ่ง "พรรครวมไทยสร้างชาติ" เริ่มรู้ตัวแล้วว่าตัวเองช้า หรืออาจจะเป็นเพราะตัวเอง "เครื่องร้อนช้า" ก็เป็นได้ แต่ล่าสุดก็พยายามเร่งเครื่อง เปิดกำหนดการทั้งการลงพื้นที่ และการเปิดนโยบาย โดยมีกำหนดเวลาที่แน่นอน
"ดร.แด๊ก" ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ คนสนิท"นายกลุงตู่” จึงเริ่มออกมาแย้มพราย
-20 ก.พ.ลงพื้นที่นครศรีธรรมราช
-25 ก.พ. ปราศรัยเปิดประตูสู่ภาคอีสานที่โคราช (ไปในนามพรรค เพราะเป็นวันเสาร์) ดร.แรมโบ้ เตรียมการไว้หมดแล้ว จะมีประชาชนมารอฟัง 4-5 หมื่นคน แถมคุยฟุ้งจะมีประชาชนติดตามรับชมเรือนแสน (เตรียมการไว้หมดแล้ว รู้จำนวนคนล่วงหน้า แปลว่า....??? )
"มั่นใจว่าประชาชนจะเข้ารับฟังการปราศรัยกว่าครึ่งแสน และอาจจะทะลักเป็นแสนคนแน่ ๆ เนื่องจากเป็นบ้านเกิดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงในฐานะคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธ์ศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ"
หมายเหตุ เสกสกล อัตถาวงศ์ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 16 ก.พ.66
-การลงพื้นที่ของนายกฯ สร้างเซอร์ไพรส์อย่างมาก (ในความเห็นของ ดร.แด๊ก) เพราะคนทุกวัยเข้าหานายกฯ ไม่เว้นแม้แต่เด็กและเยาวชน
สำหรับนครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่ความหวังอีกหนึ่งพื้นที่ของรวมไทยสร้างชาติ เพราะการเลือกตั้งปี 66 มีจำนวน ส.ส.มากที่สุดในภาคใต้ คือ 9 ที่นั่ง เท่ากับสงขลา
เลือกตั้งปี 62 กระแส "ลุงตู่" และระบบการจัดการที่ดีของบรรดา "ทีมเสธ." ทำให้พลังประชารัฐ ซึ่งวันนั้นมี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดต เจาะไข่แดงประชาธิปัตย์ได้ถึง 3 เขต จาก 8 เขต และต่อมามีการเลือกตั้งซ่อมปี 64 (แทน คุณเทพไท เสนพงศ์) ยังชนะมาอีก 1 เขต เป็น 4 ต่อ 4
ล่าสุด "ดร.แด๊ก" วาดหวังกวาด ส.ส.ยกจังหวัด เพราะย้อนไปปี 62 คะแนนเฉลี่ยทุกเขตของผู้สมัครพลังประชารัฐ ราวๆ 25% หรือ 25,000 คะแนน จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งรายเขต เขตละ 100,000 คน ถือเป็นคะแนนรองรัง คะแนนติดตัว ปีนี้คะแนนนิยม "บิ๊กตู่" ในพื้นที่ดีวันดีคืน น่าจะดันผู้สมัครเข้าวินได้ยกจังหวัด 9 คน
"ดร.แด๊ก" ออกตัวว่า ที่พูดแบบนี้ "ไม่ได้คุยนะ" (คล้ายๆ วาทะคุณสมรักษ์ คำสิงห์ "ไม่ได้โม้")ซึ่งสอดคล้องกับนิด้าโพล ที่สำรวจคะแนนนิยม รายจังหวัด ที่นครศรีธรรมราชพอดี คะแนนนิยมของ "พล.อ.ประยุทธ์" อันดับ 1 อยู่ที่ 29.08% โดยมี "อุ๊งอิ๊งค์" ตามมาห่างๆ 21.07% และยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ 10.53% (สูงกว่า"จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ที่ได้ 7.33% และ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ได้ 8.93%)
ส่วนพรรครวมไทยสร้างชาติ แม้คะแนนนิยมจะมาอันดับ 3 ได้ราวๆ 20-21% แต่ก็ไล่จี้ทั้งประชาธิปัตย์และเพื่อไทย ที่ได้อยู่ 22% กับ 21% แบบหายใจรดต้นคอ
อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับนครศรีธรรมราช และอาจเป็นการเสริมกระแส "บิ๊กตู่" เตรียมลงพื้นที่ 20 ก.พ.นี้ ก็คือ "คุณปุ้ย" "พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล" อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งยื่นใบลาออกจากพรรคก่อนหน้านี้ ได้เปิดตัวเข้าพรรครวมไทยสร้างชาติอย่างเป็นทางการ
ต้องบอกว่าแม้จะช้า แต่ยังดีกว่าไม่มา บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น
"คุณปุ้ย" พิมพ์ภัทรา เป็นลูกสาวของ มาโนชญ์ วิชัยกุล อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช 9 สมัย สำหรับตัว "ปุ้ย" แม้จะมีภาพเป็น ส.ส.หญิงรุ่นใหม่ แต่เธอเป็น ส.ส.มาถึง 3 สมัยแล้ว และทำงานในสภาอย่างเข้มแข็ง
-ส่วนเรื่องการเปิดนโยบายเด็ด ก่อนหน้านี้ "ขิง" เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค เคยออกมาเผยว่าจะเริ่มทยอยเปิดในสัปดาห์หน้า วันนี้ "ดร.แด๊ก" ออกมาย้ำอีกแรง โดยบอกว่า
-เมื่อวานซืนมีการประชุมคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรคการเมืองแล้ว (ถูกมองว่าเป็น โปลิต บูโร)
-สรุปความคืบหน้าจัดตัวผู้สมัคร ส.ส.เรียบร้อยไปแล้วกว่า 90% เขตไหนตกลงกันไม่ได้ ตัดสินด้วยโพล ไม่มีเด็กเส้น
- เตรียมเปิดนโยบายอย่างเป็นทางการได้ ไม่เกินวันที่ 20 ก.พ.
-"ดร.แด๊ก" ออกตัวว่า นี่ไม่ใช่เรื่องของ "เครื่องร้อนช้า" หรือ "มาช้ายังดีกว่าไม่มา" แต่เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ของพรรค คือ
ระยะแรก เน้นนำเสนอภาพลักษณ์ของนายกฯประยุทธ์ ที่มีจุดขาย ใจซื่อมือสะอาด เชิดชูสถาบัน เพื่อเรียกความเชื่อมั่น
ระยะที่ 2 ประชาสัมพันธ์นโยบาย
โดยกิจกรรมที่จะทำควบคู่กันไป คือ Big Event สร้างกระแสพรรคไปทั่วประเทศ เหมือนกับการเปิดเวทีที่ชุมพร 28 ม.ค. และเวทีโคราช 25 ก.พ. ซึ่งแต่ละเวทีจะเน้นความ Grand เหมือนกับเวทีที่ศูนย์สิริกิติ์ 9 ม.ค. วันราชาฤกษ์ "บิ๊กตู่" เข้ารวมไทยสร้างชาติ