เนชั่นทีวี

ข่าว

จังหวะก้าว"ลุงตู่" การขยับ "รทสช." ใช้โอกาสเปลืองหรือเครื่องร้อนช้า? 

16 ก.พ. 2566 | thamsathit_pol

จังหวะก้าว"ลุงตู่" การขยับ "รทสช." ใช้โอกาสเปลืองหรือเครื่องร้อนช้า? 

การขับเคลื่อนแต่ละพรรคการเมืองบน"สมรภูมิเลือกตั้ง66" ยามนี้ ต้องยอมรับว่า "พรรครวมไทยสร้างชาติ" ติดกลุ่มพรรคขยับตัวช้า เมื่อเทียบกับคู่แข่งสำคัญ หรือว่า ช้าๆแต่ได้พร้าเล่มงาม ติดตาม อินไซต์การเมืองโพลิทิกส์พลัส

พูดถึงความล่าช้าในทางการเมือง ต้องบอกว่า"พรรครวมไทยสร้างชาติ"ติดกลุ่มช้า โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับคู่แข่งสำคัญๆ ซึ่งมีเป้าหมายเป็นคู่ชิงเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และชิงเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ 


1.เริ่มจากเรื่องนโยบาย จนถึงขณะนี้ยังไม่เปิดนโยบายเด็ดๆ อย่างเป็นทางการ ขณะที่คู่แข่งเปิดกันไปเป็นส่วนใหญ่แล้ว 

 

-เพื่อไทย ค่าแรง 600 / ปริญญาตรี 25,000 - โดนใจคนจำนวนมาก ติดปาก คนจำได้ เน้นคนชั้นกลาง วัยทำงาน คนรุ่นใหม่ + ชนชั้นแรงงาน (กลุ่มเป้าหมายกว้าง) 

 

ป้ายพรรคพลังประชารัฐ โชวสโลแกน ป้อม700

 

-พลังประชารัฐ ป้อม 700 (เติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ) ไม่มีลุงไม่มีแล้ง มีลุงมีที่ดิน มีลุงมีรัก มีลุงไม่มีจน - มุ่งแก้ปากท้อง ที่ดินทำกิน เน้นคนชั้นล่าง สอดคล้องกับภาพลักษณ์ ลุงป้อม “คุณลุงใจดี” จัดการปัญหาทุกอย่างที่ยากๆ ได้ 

 

-ภูมิใจไทย พักหนี้ทั้งต้นทั้งดอก 3 ปี / ตั๋ววัน (รถไฟฟ้า ต่อรถเมล์ ต่อเรือ) / ฟรีหลังคาโซลาร์เซลล์ ลดค่าไฟเดือนละ 450 บาทต่อหลังคาเรือน / มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ผ่อนเดือนละ  100 บาท 60 งวด / ฉายรังสีรักษามะเร็งฟรีทุกจังหวัด / ฟอกไตฟรีทุกอำเภอ ฯลฯ - มุ่งลดรายจ่ายประชาชน ช่วยทั้งคนชั้นล่าง คนชั้นกลาง และดูแลด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นจุดเด่นภูมิใจไทย ซึ่งดูแลกระทรวงสาธารณสุขมา 4 ปี (เป็นภาพจำของประชาชน)

 

-ไทยสร้างไทย บำนาญ 3,000 / กองทุนเพื่อคนตัวเล็ก - มุ่งช่วยผู้สูงอายุ คนชรา ธุรกิจเอสเอ็มอี พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย (แคมเปญสั้น ชัดเจน คนจำได้) 

 

แต่"รวมไทยสร้างชาติ"ยังไม่คลอดนโยบายออกมาอย่างเป็นรูปธรรมเลย 

2.ความชัดเจนเรื่องตัวบุคคลที่จะเป็นแคนดิเดตนายกฯอย่างเป็นทางการ และปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 ยังไม่มี 

 

-พรรคอื่นเริ่มทยอยเปิดตัวไปบ้างแล้ว เช่น ประชาธิปัตย์ล่าสุด / ก่อนหน้านี้ก็มีภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา ซึ่งเดี๋ยวเราจะไปขยายความในวอลล์ที่ 2 

 

"พรรครวมไทยสร้างชาติ"  ย่านซอยอารีย์  ถนนพหลโยธิน  กทม.

 

-มีข่าวที่สร้างกระแสฮือฮาในช่วงแรก แต่ภายหลังกลายเป็นความสับสน ว่านายกฯจะลงสมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 ของรวมไทยสร้างชาติหรือไม่ ตอนแรกมีข่าวออกมาจาก "ไตรรงค์ สุวรรณคีรี" ที่ปรึกษานายกฯและแกนนำ"พรรครวมไทยสร้างชาติ" ว่า นายกฯเตรียมลงปาร์ตี้ลิสต์ลำดับที่ 1 ของพรรค ปรากฏว่ามีกระแสตอบรับอย่างกว้างขวางแต่ตอนหลัง "นายกฯ" กลับออกมาปฏิเสธว่ายังไม่ได้ตัดสินใจ 

 

ปมปัญหาที่ "เนชั่นทีวี" ไปสืบมา คือ การลงปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 หากพรรคไม่ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งจะก่อปัญหา 2-3 ประการ กล่าวคือ

1. "บิ๊กตู่" ได้เข้าสภา แต่ต้องไปทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เจ้าตัวจะรับได้หรือไม่ ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วตัดสินใจลาออก จะโดนโจมตี เยาะเย้ยหรือไม่ 

 

2. เปลืองที่นั่งปาร์​ตี้ลิสต์ไปอีก 1 ที่นั่ง เพราะ "บิ๊กตู่" ตั้งใจเป็นนายกฯอีก 1 สมัยเท่านั้น ไม่ได้ต้องการเป็นฝ่ายค้าน  ถ้าต้องการแบบนี้ ก็แค่รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯก็เพียงพอ สามารถเดินสายกับพรรคไปหาเสียงตามที่ต่างๆได้ หากไปลงปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 จะเสียโควต้าไปอีก 1 ที่นั่งฟรีๆ ทำให้คนอื่นๆ ต้องขยับลำดับลงไป หากพรรคได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์น้อย สมมติได้ประมาณ 3 ล้านคะแนน จะได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ราวๆ 8-9 คนเท่านั้น แกนนำพรรคคนสำคัญอาจไม่ได้เป็น ส.ส. และอาจสร้างความขัดแย้งภายในพรรคได้ 

พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม

 

3.ยุทธศาสตร์การลงพื้นที่ ดูล่าช้ากว่าคู่แข่งสำคัญ โดยเฉพาะพลังประชารัฐ 

 

-โดน "บิ๊กป้อม" ปาดหน้าลงพื้นที่สำคัญอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นราชบุรี นครสวรรค์ หรือแม้แต่เยาวราชในวันตรุษจีน 

พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

-โดน "บิ๊กป้อม" แย่งซีนลงพื้นที่ที่สามารถสร้างกระแสฮือฮาได้มากกว่า เช่น ไปตลาด อ.ต.ก. ไปสวนลุมฯ ไปสถานสงเคราะห์เด็กชายปากเกร็ด แถมไปร่วมเต้นเพลง "ทรงอย่างแบด" 

 

4. การเปิดตัว ส.ส.เข้าพรรค เพื่อความชัดเจนในการหาเสียงในระดับพื้นที่ ยังล่าช้า 

 

-อาจเป็นเพราะนโยบาย "บิ๊กตู่" หวังดี ต้องการรักษาสถานะของสภาให้ยังสามารถทำหน้าที่ได้ จึงไม่เร่งรัดให้ ส.ส.ลาออก แล้วเปิดตัวกับพรรคอย่างรวดเร็ว ซึ่งถือว่าเป็นท่าทีที่ดีของท่านนายกฯ 

 

แต่ปัญหาคือ ประชาชนในพื้นที่เลือกตั้งอาจจะยังไม่ทราบ หรือคิดว่า ส.ส.ที่ตนจะเลือกยังไม่ชัดว่าจะอยู่พรรคไหน และที่สำคัญอาจจำชื่อ "รวมไทยสร้างชาติ" ซึ่งยาวถึง 4 พยางค์ได้ยาก เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะฐานเสียงของพรรคและของ"ลุงตู่" เป็นกลุ่มคนมีอายุเป็นส่วนใหญ่ ยิ่งสร้างความชัดเจนได้เร็ว จะยิ่งจำได้ง่ายขึ้นมากขึ้น

 

ผลสำรวจพฤติกรรมของคนไทยต่อการเลือกตั้ง ของ "ดร.ถวิลวดี บุรีกุล" รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ชัดเจนว่า ประชาชนต้องการเห็นความชัดเจนโดยเร็วที่สุดว่าผู้สมัครที่ตนเองจะเลือก สังกัดพรรคไหนกันแน่ เพราะคนไทยไม่ชอบความสับสน


มองอีกมุมหนึ่ง "พรรครวมไทยสร้างชาติ" เริ่มรู้ตัวแล้วว่าตัวเองช้า หรืออาจจะเป็นเพราะตัวเอง "เครื่องร้อนช้า" ก็เป็นได้ แต่ล่าสุดก็พยายามเร่งเครื่อง เปิดกำหนดการทั้งการลงพื้นที่ และการเปิดนโยบาย โดยมีกำหนดเวลาที่แน่นอน 

 

"ดร.แด๊ก" ธนกร  วังบุญคงชนะ   สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ

 

"ดร.แด๊ก" ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ คนสนิท"นายกลุงตู่” จึงเริ่มออกมาแย้มพราย 

-20 ก.พ.ลงพื้นที่นครศรีธรรมราช 

-25 ก.พ. ปราศรัยเปิดประตูสู่ภาคอีสานที่โคราช (ไปในนามพรรค เพราะเป็นวันเสาร์) ดร.แรมโบ้ เตรียมการไว้หมดแล้ว จะมีประชาชนมารอฟัง 4-5 หมื่นคน แถมคุยฟุ้งจะมีประชาชนติดตามรับชมเรือนแสน (เตรียมการไว้หมดแล้ว รู้จำนวนคนล่วงหน้า แปลว่า....??? ) 

"มั่นใจว่าประชาชนจะเข้ารับฟังการปราศรัยกว่าครึ่งแสน และอาจจะทะลักเป็นแสนคนแน่ ๆ เนื่องจากเป็นบ้านเกิดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงในฐานะคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธ์ศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ"

 

หมายเหตุ เสกสกล อัตถาวงศ์  ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 16 ก.พ.66 

 

-การลงพื้นที่ของนายกฯ สร้างเซอร์ไพรส์อย่างมาก (ในความเห็นของ ดร.แด๊ก) เพราะคนทุกวัยเข้าหานายกฯ ไม่เว้นแม้แต่เด็กและเยาวชน 

 

สำหรับนครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่ความหวังอีกหนึ่งพื้นที่ของรวมไทยสร้างชาติ เพราะการเลือกตั้งปี 66 มีจำนวน ส.ส.มากที่สุดในภาคใต้ คือ 9 ที่นั่ง เท่ากับสงขลา 

 

เลือกตั้งปี 62 กระแส "ลุงตู่" และระบบการจัดการที่ดีของบรรดา "ทีมเสธ." ทำให้พลังประชารัฐ ซึ่งวันนั้นมี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดต เจาะไข่แดงประชาธิปัตย์ได้ถึง 3 เขต จาก 8 เขต และต่อมามีการเลือกตั้งซ่อมปี 64 (แทน คุณเทพไท เสนพงศ์) ยังชนะมาอีก 1 เขต เป็น 4 ต่อ 4 

 

ล่าสุด "ดร.แด๊ก" วาดหวังกวาด ส.ส.ยกจังหวัด เพราะย้อนไปปี 62 คะแนนเฉลี่ยทุกเขตของผู้สมัครพลังประชารัฐ ราวๆ 25% หรือ 25,000 คะแนน จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งรายเขต เขตละ 100,000 คน ถือเป็นคะแนนรองรัง คะแนนติดตัว ปีนี้คะแนนนิยม "บิ๊กตู่" ในพื้นที่ดีวันดีคืน น่าจะดันผู้สมัครเข้าวินได้ยกจังหวัด 9 คน 

 

"ดร.แด๊ก" ออกตัวว่า ที่พูดแบบนี้ "ไม่ได้คุยนะ" (คล้ายๆ วาทะคุณสมรักษ์ คำสิงห์ "ไม่ได้โม้")ซึ่งสอดคล้องกับนิด้าโพล ที่สำรวจคะแนนนิยม รายจังหวัด ที่นครศรีธรรมราชพอดี คะแนนนิยมของ "พล.อ.ประยุทธ์" อันดับ 1 อยู่ที่ 29.08% โดยมี "อุ๊งอิ๊งค์" ตามมาห่างๆ 21.07% และยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ 10.53% (สูงกว่า"จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์  ที่ได้ 7.33% และ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์  ที่ได้ 8.93%)

 

ส่วนพรรครวมไทยสร้างชาติ แม้คะแนนนิยมจะมาอันดับ 3 ได้ราวๆ 20-21% แต่ก็ไล่จี้ทั้งประชาธิปัตย์และเพื่อไทย ที่ได้อยู่ 22% กับ 21% แบบหายใจรดต้นคอ 

แกนนำ"รวมไทยสร้างชาติ"  เตรียมเดินสายลงพื้นที่ภาคใต้

 

อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับนครศรีธรรมราช และอาจเป็นการเสริมกระแส "บิ๊กตู่" เตรียมลงพื้นที่ 20 ก.พ.นี้ ก็คือ "คุณปุ้ย"  "พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล" อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งยื่นใบลาออกจากพรรคก่อนหน้านี้ ได้เปิดตัวเข้าพรรครวมไทยสร้างชาติอย่างเป็นทางการ 

 

ต้องบอกว่าแม้จะช้า แต่ยังดีกว่าไม่มา บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น 

 

"คุณปุ้ย"  พิมพ์ภัทรา เป็นลูกสาวของ มาโนชญ์ วิชัยกุล อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช 9 สมัย สำหรับตัว "ปุ้ย" แม้จะมีภาพเป็น ส.ส.หญิงรุ่นใหม่ แต่เธอเป็น ส.ส.มาถึง 3 สมัยแล้ว และทำงานในสภาอย่างเข้มแข็ง 

 

-ส่วนเรื่องการเปิดนโยบายเด็ด ก่อนหน้านี้ "ขิง" เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค เคยออกมาเผยว่าจะเริ่มทยอยเปิดในสัปดาห์หน้า วันนี้ "ดร.แด๊ก" ออกมาย้ำอีกแรง โดยบอกว่า 

 

-เมื่อวานซืนมีการประชุมคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรคการเมืองแล้ว (ถูกมองว่าเป็น โปลิต บูโร) 

 

-สรุปความคืบหน้าจัดตัวผู้สมัคร ส.ส.เรียบร้อยไปแล้วกว่า 90% เขตไหนตกลงกันไม่ได้ ตัดสินด้วยโพล ไม่มีเด็กเส้น 

 

- เตรียมเปิดนโยบายอย่างเป็นทางการได้ ไม่เกินวันที่ 20 ก.พ.

 

-"ดร.แด๊ก" ออกตัวว่า นี่ไม่ใช่เรื่องของ "เครื่องร้อนช้า" หรือ "มาช้ายังดีกว่าไม่มา" แต่เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์​ของพรรค คือ 

 

ระยะแรก เน้นนำเสนอภาพลักษณ์ของนายกฯประยุทธ์ ที่มีจุดขาย ใจซื่อมือสะอาด เชิดชูสถาบัน เพื่อเรียกความเชื่อมั่น 

 

ระยะที่ 2 ประชาสัมพันธ์นโยบาย 

 

โดยกิจกรรมที่จะทำควบคู่กันไป คือ Big Event สร้างกระแสพรรคไปทั่วประเทศ เหมือนกับการเปิดเวทีที่ชุมพร 28 ม.ค. และเวทีโคราช 25 ก.พ. ซึ่งแต่ละเวทีจะเน้นความ Grand เหมือนกับเวทีที่ศูนย์สิริกิติ์ 9 ม.ค. วันราชาฤกษ์ "บิ๊กตู่" เข้ารวมไทยสร้างชาติ

ข่าวล่าสุด