"พิภู" ถามว่า มีทฤษฎีจับมือก้าวข้ามความขัดแย้ง "พลังประชารัฐ"กับ"เพื่อไทย"เพื่อชู"พลเอกประวิตร" เป็นนายกรัฐมนตรี
" กิตติศักดิ์ " กล่าวว่า ส.ว.ก็ต้องดูอยู่บนภูก่อนว่า ประชาชนจะว่าอย่างไร ตรงนี้ให้เป็นอำนาจประชาชนที่จะตัดสินใจเลือกหากพรรคพลังประชารัฐ และ พรรคเพื่อไทยจะจับมือกันก็ให้เป็นการตัดสินใจของประชาชน หากเกิดอะไรกับบ้านเมืองหลังรวมกันจัดตั้งรัฐบาลอะไรจะเกิดขึ้นก็ต้องรับผิดชอบ
สว.ต้องเคารพมติมหาชน
"พิภู" ถาม จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำหลอมรวมประชาชน การโยนหินถามทาง ของ ส.ว.ที่ไม่เอา "อุ๊งอิ๊งค์" มุมมองเหมือนเป็นเข้าทางพรรคเพื่อไทย
"จตุพร " ตอบว่า ในความเป็นจริง ส.ว.ควรต้องประกาศว่า หากพรรคการเมืองใดได้ 251 ควรเคารพการตัดสินใจของประชาชนและประกาศทำตามเจตนารมณ์ของประชาชน หากทำเช่นนี้ สภาพบ้านเมือง จะไม่มีปัญหา เพราะสมาชิกวุฒิสภา มีอำนาจแค่ส่งคนขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี หากไปสนับสนุนให้จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ก็จะอยู่ไม่ได้เพราะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจก็จบ ซึ่งเสียง ส.ว.จะไม่มีความหมาย หากพรรคการเมืองใดได้ เก้าอี้ ส.ส. 251 เสียง บ้านเมืองควรมาตกลงพร้อมใจกันว่า วุฒิสภาจะทำตามมติของประชาชน
ส่วนที่มี ส.ว.บางคนประกาศ แลนด์สไลด์มา แลนด์สไลด์กลับ ซึ่งสภาพความเป็นจริงในอดีตที่เคยเกิดขึ้น แลนด์สไลด์ เพราะมีพรรคการเมืองเดียว กับคู่ต่อสู้หลายพรรคการเมือง แต่การเลือกตั้งปี 2562 พรรคเพื่อไทยก็ถูกพรรคการเมือง แทรกจากฟากเสรีนิยม แต่การไปปลุกจะทำให้เกิดความขัดแย้ง เพราะพรรคเพื่อไทย ก็ยังไม่ได้สรุปว่าจะเสนอ คุณ "อุ๊งอิ๊งค์" เป็นนายกรัฐมนตรี
ดังนั้น ส.ว.ควรรอฟังเสียงประชาชน เพราะส่วนตัวไม่เชื่อว่า ส.ว.จะสนับสนุนพรรคเพื่อไทย แต่ส.ว.ควรเคารพการตัดสินใจของประชาชน หากพูดเป็นสัญญาประชาคม แบบนี้บรรยากาศบ้านเมืองจะไปได้ ส.ว.ไม่ควรไปขวางมีหน้าที่เคารพมติของประชาชนเท่านั้น หากไปเลือกพรรคการเมืองเสียงข้างน้อยประเทศก็ไปไม่ได้ถึงทางตัน แม้ว่าปัจจุบันประเพณีการให้พรรคอันดับหนึ่งเป็นรัฐบาล จะถูกทลายทิ้งไปแล้ว
แต่หากพรรคการเมืองฟากไหนรวบรวมเสียงได้เกิน 251 เสียง เพื่อเป็นรัฐบาล ส.ว.ก็ควรสนับสนุน ได้แบบนี้บ้านเมืองเดินต่อไปได้
คลิป>>> ส่องมุมมอง ปม สว.ผนึกแลนด์สไลด์ขวาง"อุ๊งอิ๊งค์"