พศิน ภูแสน ปลัดอบต.บางปลา บอกว่า มีระเบียบการขอใช้รถของทางราชการโดยประชาชนทั่วไปสามารถขอใช้ได้ และ นายกอบต.บางปลา ก็ถือเป็นประชาชน คนหนึ่ง ก็สามารถที่จะนำรถยนต์ของทางราชการไปให้บริกาก เช่นเดียวกับการให้บริการประชาชนทั่วๆไปได้
ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย บอกว่า กรณีนี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เคยชี้มูลความความผิดข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ และนักการเมืองท้องถิ่นมาแล้ว และเมื่อ ป.ป.ช.ส่งเรื่องฟ้องต่อศาลตามอำนาจหน้าที่ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบก็เคยมีคำพิพากษาว่ามีความผิดตาม ป.อ.มาตรา 151 และ 157
เพราะการกระทำในลักษณะนี้อาจเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ.มาตรา 90 ฐานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต จำคุกกระทงละ 5 ปี ซึ่งตาม ม.มีอัตราโทษ จำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี หรือ จำคุกตลอดชีวิต และ ปรับตั้งแต่ สองพันบาท ถึง สี่หมื่นบาท)
กรณีเจ้าหน้าที่รัฐนำรถยนต์ราชการ หรือ รถหลวง ไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นิวัติไชย เกษมมงคล เผยว่า ป.ป.ช.เคยชี้มูลความผิด ข้าราชการใช้รถหลวงเพื่อประโยชน์ส่วนตัว และส่งเรื่องฟ้องศาลดำเนินการคดีอาญา ปรากฏให้เห็นอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด อดีตนายกเทศมนตรีตำบลบ้านโตนด อำเภอคีรีมาส จังหวัดสุโขทัย ประกิต พรจันทรารักษ์ และ อดีตธนารักษ์พื้นที่พะเยา จังหวัดพะเยา พัชรินทร์ ทิพยพลาดิกุล เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ 2 ราย ที่ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุก และปรับเงิน จากการนำรถยนต์ราชการ หรือ รถหลวงไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
21 ธันวาคม 2563 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 มีคำพิพากษาว่า ประกิต พรจันทรารักษ์ มีความผิดตามมาตรา 151 เมื่อเป็นความผิดอันเป็นบทเฉพาะแล้ว ไม่จำเป็นต้องปรับบทตามมาตรา 157 อันเป็นบททั่วไปอีก ลงโทษจำคุก 5 ปี ไม่รอลงอาญา
วันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษจำคุก 5 ปี และปรับ 30,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน และปรับ 20,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี
นอกกจากนี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 มีคำพิพากษาว่า พัชรินทร์ ทิพยพลาดิกุล มีความผิดตามมาตรา 151 , 162 (1) (4) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 151 ซึ่งมีอัตราโทษหนักที่สุด จำคุก5 ปี และปรับ 40,000 บาท
จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลย 2 ปี 6 เดือนและปรับ 20,000 บาท โดยให้รอการลงโทษจำคุก ไว้มีกำหนด 2 ปี