สภากาชาดฯ จับมือ มจธ.-จ.สงขลา เปิดตัวแพลตฟอร์มรับน้ำท่วมหาดใหญ่
27 เม.ย. 2569

สภากาชาดไทย จับมือกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีและจังหวัดสงขลา เปิดตัวแพลตฟอร์ม AI อัจฉริยะ รับมือน้ำท่วมหาดใหญ่ ที่ทำงานแบบเชิงรุก
ข่าว
27 เม.ย. 2569

สภากาชาดไทย จับมือกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีและจังหวัดสงขลา เปิดตัวแพลตฟอร์ม AI อัจฉริยะ รับมือน้ำท่วมหาดใหญ่ ที่ทำงานแบบเชิงรุก
27 เมษายน 2569 ที่ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ นายกฤษฎา บุญราช ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทยและผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด และคณะ พร้อมด้วย นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายเอกชัย แก้วรัตนะ นายอำเภอหาดใหญ่ คณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และภาคส่วนราชการ ภาคเอกชน ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมหารือโครงการ “แพลตฟอร์มสังเกตการณ์ความพร้อมรับมือสภาพภูมิอากาศด้วยปัญญาประดิษฐ์” เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมหาดใหญ่ในช่วงปลายปี 2569 นี้
ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลากำลังจะถูกยกระดับการแก้ไขด้วยเทคโนโลยีระดับโลก ล่าสุดสภากาชาดไทย จับมือมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีและหน่วยงานในจังหวัดสงขลา เตรียมนำระบบ AI อัจฉริยะมาใช้พยากรณ์และบริหารจัดการวิกฤตน้ำแบบเรียลไทม์ ตั้งเป้าเปลี่ยน“ความกลัว” ให้เป็น “ความรอด” ด้วยฐานข้อมูลแม่นยำ
จากข้อมูลพบว่า ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาที่มีพื้นที่รับน้ำกว่า 2,400 ตารางกิโลเมตร มี “จุดเปราะบาง” สำคัญคือตัวเมืองหาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณปลายน้ำ เป็นพื้นที่ราบลุ่มต่ำที่เป็นเสมือนคอขวด ทำให้การระบายน้ำมีขีดจำกัด และมักประสบปัญหาการตื้นเขินของทะเลสาบสงขลา หัวใจสำคัญของโครงการนี้ คือการเปลี่ยนจากระบบเดิมที่ใช้เพียงสถิติหรือโมเดลกายภาพที่ประมวลผลช้า มาเป็น “ระบบไฮบริด (AI + Physical)” ซึ่งจะนำข้อมูลปริมาณน้ำฝน ความเร็วของน้ำ และทิศทางการไหลมาคำนวณด้วย Deep Learning ทำให้สามารถพยากรณ์เหตุการณ์ล่วงหน้าได้แม่นยำและรวดเร็วแบบ Real-time
นายกฤษฎา บุญราช ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทยและ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด ระบุว่า ระบบนี้จะช่วยสร้าง “Single Truth” หรือชุดข้อมูลเดียวกันให้ทุกหน่วยงาน ทั้งปภ. อุตุนิยมวิทยา และเทศบาลฯ ใช้ตัดสินใจร่วมกัน ตัวอย่างเช่นหากระบบคาดการณ์น้ำท่วมล่วงหน้าได้ 5 ชั่วโมง จะช่วยปกป้องทรัพย์สินได้นับพันล้านบาท และที่สำคัญที่สุดคือการช่วยชีวิตกลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่ให้ได้รับการอพยพอย่างทันท่วงที
นอกจากระดับบริหารแล้ว ประชาชนทั่วไปยังสามารถเข้าถึงข้อมูลผ่านสมาร์ทโฟน เพื่อตรวจสอบสถานการณ์น้ำในจุดที่ตนเองอยู่รับคำแนะนำการยกของขึ้นที่สูง หรือเส้นทางอพยพที่ปลอดภัยที่สุด โดยไม่ต้องรอการแจ้งเตือนแบบเดิมๆ โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์กรระหว่างประเทศ มีระยะเวลาดำเนินการเต็มรูปแบบ 3 ปี แต่ทางคณะทำงานยืนยันว่า ข้อมูลบางส่วนที่มีอยู่จะถูกนำมาบูรณาการกับศูนย์ข้อมูลจังหวัดสงขลา เพื่อเริ่มใช้งานได้ทันทีในฤดูฝนปี 2569 โดยเตรียมเสนอเป็นโครงการเร่งด่วนในการประชุมครม.สัญจร เดือนพฤษภาคมนี้ด้วย
การใช้ระบบ AI ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านจากการแก้ไขปัญหาหน้างาน ไปสู่การใช้ “Data-Driven” โดยเน้นการรวบรวมข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วนมาจัดระเบียบ นำมาวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาข้อเท็จจริง (Insights) มาวางแผนและลดความเสี่ยงอย่างเต็มรูปแบบ ที่สามารถประมวลผลข้อมูลหลายมิติแบบ 'วินาทีต่อวินาที' จึงเป็นคำตอบในการแก้โจทย์อุทกภัยยุคใหม่ เพื่อให้ก้าวข้ามขีดจำกัดของธรรมชาติที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว หากโมเดลหาดใหญ่สำเร็จ จะกลายเป็นต้นแบบสำคัญให้กับพื้นที่ลุ่มน้ำอื่นๆ ทั่วประเทศต่อไป
ข่าวล่าสุด