เนชั่นทีวี

ข่าว

สภากาชาดไทย ชู “Give Blood Now” ชวนบริจาคโลหิตต่อเนื่อง

01 เม.ย. 2569

สภากาชาดไทย ชู “Give Blood Now” ชวนบริจาคโลหิตต่อเนื่อง

สภากาชาด ชี้ไทยยังเสี่ยงขาดโลหิตบางช่วง เปิดแคมเปญ “Give Blood Now - ให้เลือด ให้ได้ ให้เลย” ชวนคนไทยบริจาคโลหิตสม่ำเสมอปีละ 3 ครั้ง เสริมคลังโลหิตทั่วประเทศ

1 เมษายน 2569 รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า ตามที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย มีหน้าที่ในการจัดหาโลหิตของประเทศให้มีปริมาณเพียงพอ มีคุณภาพ ปลอดภัยสูงสุด ทั้งผู้ให้และผู้รับ แต่ปัจจุบันพบว่าปริมาณการจัดหาโลหิตยังไม่สม่ำเสมอ ส่งผลกระทบให้ปริมาณโลหิตสำรองคงคลังยังไม่เพียงพอ ทั้งภาวะปกติและภาวะวิกฤติ ในปี พ.ศ. 2569

 

จึงได้จัดทำโครงการ “Give Blood Now - ให้เลือด ให้ได้ ให้เลย" เป็นโครงการหลักประจำปี ในการรณรงค์จัดหาโลหิตทั่วประเทศ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการบริจาคโลหิตเพิ่มขึ้น และบริจาคประจำทุก 3 เดือน

 

สำหรับผู้ที่บริจาคโลหิตครบ 3 ครั้ง ในปี 2569 จะได้รับเสื้อ T-Shirt "Give Blood Now" เป็นที่ระลึก ออกแบบพิเศษเฉพาะ โดยศิลปินนักวาดภาพเจ้าของแบรนด์ Cyrano Design

 

สภากาชาดไทย ชู “Give Blood Now” ชวนบริจาคโลหิตต่อเนื่อง

ทั้งนี้ โครงการ Give Blood Now - ให้เลือด ให้ได้ ให้เลย เกิดขึ้นเนื่องจาก ปัจจุบันพบว่าปริมาณการจัดหาโลหิตยังไม่สม่ำเสมอ ขาดแคลนโลหิตบางช่วงเวลา และบางเดือน ส่งผลกระทบทำให้ปริมาณโลหิตสำรองคงคลังขาดแคลน ทั้งในภาวะปกติและในภาวะวิกฤติ ที่ต้องใช้โลหิตในการรักษาอย่างเร่งด่วนมาก

 

จากสถิติการบริจาคโลหิตของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ พบว่าประเทศไทยปี พ.ศ 2566 และในปี พ.ศ. 2567 มีประชากรที่บริจาคโลหิต 1.66 ล้านคน และ 1.87 ล้านคน ตามลำดับ คิดเป็นร้อยละ 2.84 ของประชากรตามที่องค์การอนามัยโลกกำหนดว่า แต่ละประเทศควรมีผู้บริจาค ร้อยละ 3 ของจำนวนประชากร

ถึงแม้ว่า การจัดหาโลหิตมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉลี่ยจะมีความเพียงพอตามเป้าหมาย แต่ยังขาดแคลนบางช่วงเวลา บางหมู่โลหิต เช่น เดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน ตุลาคม พฤศจิกายน โดยเฉพาะช่วงปิดภาคเรียน ส่งผลกระทบทำให้ปริมาณโลหิตสำรองคงคลังขาดแคลน เนื่องจากโลหิตมีอายุจำกัด

 

ดังนั้น ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ จึงได้จัดทำ Give Blood Now - ให้เลือด ให้ได้ ให้เลย เป็นโครงการหลักประจำปี 2569 รณรงค์บริจาคโลหิตให้มีบริจาคโลหิตเพิ่มขึ้น กระตุ้นให้เกิดการบริจาคประจำสม่ำเสมอ โดยอย่างน้อยควรบริจาคโลหิต 3 ครั้ง/ปี รวมทั้งเพิ่มจำนวนครั้งผู้บริจาคโลหิตประจำ และเพิ่มศักยภาพการจัดหาโลหิต ทำให้มีผู้บริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ มีโลหิตสำรอง ทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤติขาดแคลนโลหิต เพียงพอสำหรับสนับสนุนโรงพยาบาลทั่วประเทศ