svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

ชาวบ้านฮือค้าน! เทศบาลรังวัด "ที่งอกริมโขง" กว่า 500 ไร่ขึ้นทะเบียน นสล.

13 ม.ค. 2569

ชาวบ้านรวมตัวถือป้ายค้านเทศบาลเมืองบึงกาฬขอรังวัด "ที่ดินงอก" ริมน้ำโขงกว่า 500 ไร่ เป็นที่ นสล. เผยเป็นที่ทำกินตกทอด 100 ปี หวั่นถูกไล่ที่บุกรุก

13 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานจาก นายอาทิตย์ สิริวงศ์ กำนันตำบลบึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ว่ามีชาวบ้านหมู่ที่ 2 บ้านศรีโสภณ และหมู่ที่ 3 บ้านบึงกาฬใต้ ตำบลบึงกาฬ รวมตัวเข้ามาร้องเรียนว่าได้รับหนังสือจากสำนักงานที่ดินจังหวัดบึงกาฬ ให้ไประวังชี้แนวเขตและลงชื่อรับรองเขตที่ดิน ตามคำร้องของสำนักงานเทศบาลเมืองบึงกาฬ เพื่อขอรังวัดตรวจสอบที่สาธารณประโยชน์ บริเวณริมแม่น้ำโขง หน้าเทศบาลเมืองบึงกาฬ เนื้อที่กว่า 500 ไร่ จากนั้นร่วมกันลงชื่อแจ้งปัญหาความเดือดร้อนในที่ทำกินเกษตรกรริมโขง ต่อกำนันอาทิตย์ สิริวงศ์ 

จากนั้นตัวแทนชาวบ้านกว่า 30 คน ลงพื้นที่ริมแม่น้ำโขงหน้าเทศบาลเมืองบึงกาฬ พร้อมถือป้ายแสดงจุดยืนคัดค้านกรณีเทศบาลเมืองบึงกาฬ เตรียมนำที่ดินงอกริมแม่น้ำโขง เนื้อที่กว่า 500-700 ไร่ ขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณประโยชน์ (หรือ นสล.) ท่ามกลางการดูแลรักษาความสงบ จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบึงกาฬ และตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดบึงกาฬ

ชาวบ้านฮือค้าน! เทศบาลรังวัด "ที่งอกริมโขง" กว่า 500 ไร่ขึ้นทะเบียน นสล.

ตัวแทนชาวบ้านรายหนึ่ง ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า สำนักงานที่ดินจังหวัดบึงกาฬ ได้มีหนังสือให้ชาวบ้านในพื้นที่ติดริมโขง ไประวังชี้แนวเขต เพื่อกันพื้นที่สาธารณะริมโขง พวกเราชาวบ้านกลุ่มที่ทำการเกษตรบริเวณริมโขง หมู่ 2 , หมู่ 3 ตำบลบึงกาฬ ขอคัดค้านการรังวัด และขอให้มีการเจรจาจัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกรในพื้นที่ริมโขง เพื่อสร้างรายได้ดูแลครอบครัว และส่งเสียลูกหลานเล่าเรียนหนังสือในทุกๆปี 

ชาวบ้านฮือค้าน! เทศบาลรังวัด "ที่งอกริมโขง" กว่า 500 ไร่ขึ้นทะเบียน นสล.

สำหรับพื้นที่บริเวณริมโขงเวลาน้ำลด ชาวบ้านได้จับจองพื้นที่ทำประโยชน์ ปลูกผัก และพืชผลทางการเกษตร สร้างรายได้เพื่อดูแลครอบครัว เวลาน้ำโขงท่วมก็ขาดรายได้ ต่อมาทางราชการจะมารังวัดเป็นพื้นที่สาธารณะ (นสล.) เกรงว่าจะทำให้ชาวบ้านไม่สามารถเข้าไปทำประโยชน์ในพื้นที่ได้อีก เพราะพื้นที่ดังกล่าว เป็นที่ทำกินที่สืบทอดกันมานานหลายสิบปี ลักษณะพื้นที่บางปีน้ำหลากท่วมถึง บางปีน้ำไม่ท่วม ทำให้สามารถใช้ประโยชน์ทางการเกษตรได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการปลูกพืช ทำนาข้าว ปลูกผักระยะสั้นหมุนเวียนส่งขายตลอดทั้งปี  

ชาวบ้านแสดงความกังวลว่า หากเทศบาลเมืองบึงกาฬ นำพื้นที่ดังกล่าวขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณประโยชน์ (นสล.) จะทำให้ไม่สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ดินได้เหมือนเดิม หรืออาจถูกดำเนินคดีในข้อหาบุกรุก จึงรวมตัวกันร้องเรียนผ่านกำนันตำบลบึงกาฬ และสื่อมวลชน เพื่อขอคัดค้านการขึ้นทะเบียนที่ดินงอกริมแม่น้ำโขงเป็นพื้นที่ นสล. ดังกล่าว

ชาวบ้านฮือค้าน! เทศบาลรังวัด "ที่งอกริมโขง" กว่า 500 ไร่ขึ้นทะเบียน นสล.

ด้าน นายวิทยา เสนจันทร์ฒิไชย อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ กล่าวว่า พื้นที่บริเวณนี้ไม่ใช่ที่ว่างเปล่า แต่เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านทำกินมาอย่างยาวนานกว่า 100 ปี สมัยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ ระหว่างปี 2555–2563 ได้กันพื้นที่ริมแม่น้ำโขงให้ห่างจากแนวโฉนดประมาณ 80 เมตร เพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้ที่ดินทำกิน ต่อมาทางเทศบาลมีหนังสือถึงสำนักงานที่ดิน เพื่อขอรังวัดพื้นที่ดินขึ้นทะเบียนเป็น (นสล.) ซึ่งชาวบ้านไม่ยินยอม ส่งผลให้การรังวัดไม่สำเร็จมาแล้วถึง 3 ครั้ง 

ล่าสุดวันนี้ ชาวบ้านได้ยื่นหนังสือผ่านกำนันตำบลบึงกาฬ นายอาทิตย์ สิริวงศ์ เพื่อส่งเรื่องร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัด หากยังไม่ได้รับการแก้ไข จะตั้งตัวแทนยื่นเรื่องต่อศูนย์ดำรงธรรม สำนักนายกรัฐมนตรีต่อไป 

ชาวบ้านฮือค้าน! เทศบาลรังวัด "ที่งอกริมโขง" กว่า 500 ไร่ขึ้นทะเบียน นสล.

ขณะที่ นางเล็ก ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า ที่ดินแปลงนี้เป็นแหล่งทำกินของครอบครัวมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ รวมเวลากว่า 100 ปี และตนเองทำกินต่อเนื่องมากว่า 70 ปี ไม่เคยปล่อยให้พื้นที่รกร้าง น้ำลดก็ปลูกพืชผักทุกชนิด ทั้งพริก มะเขือ ฟักทอง กล้วย รวมถึงเพาะกล้ามะเขือเทศเพื่อปลูกลงดิน ส่งขายตลาดเป็นรายได้หลักเลี้ยงครอบครัว 

นางเล็กกล่าวด้วยว่า ปัจจุบันเลี้ยงดูลูก 5 คน โดย 4 คนรับราชการ อีก 1 คนยังไม่มีงานทำ ต้องอาศัยรายได้จากการกรีดยางพาราในพื้นที่ดังกล่าว หากถูกยึดคืน ต้นยางพาราอาจถูกตัดโค่น ทำให้ขาดรายได้เลี้ยงชีพ จึงอยากวิงวอนหน่วยงานรัฐขอให้แบ่งพื้นที่ให้ชาวบ้านได้ทำกินต่อไป ไม่ปฏิเสธความเจริญ แต่ไม่อยากให้การพัฒนาสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่ 

ชาวบ้านฮือค้าน! เทศบาลรังวัด "ที่งอกริมโขง" กว่า 500 ไร่ขึ้นทะเบียน นสล.

ในขณะที่สำนักงานเทศบาลเมืองบึงกาฬ ได้มอบหมายให้ นายวีระชัย แก้วเทพ ,นายอุดร แสงสุรินทร์ รองนายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ ,นายเชิดชัย เจริญดี รองปลัดเทศบาลเมืองบึงกาฬ เจ้าหน้าที่รังวัดที่ดิน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เข้าชี้แจงกับชาวบ้านที่มาคัดค้านออกรังวัด ซึ่งได้พูดคุยร่วมกับตัวแทนชาวบ้านในเบื้องต้น และได้ข้อสรุปว่าจะนำประเด็นปัญหาดังกล่าว เสนอที่ประชุมในระดับจังหวัด โดยจะเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬมาเป็นประธานในการหาทางออกร่วมกับผู้บริหารของเทศบาล หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเชิญตัวแทนชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบ เข้าร่วมประชุม หาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสมต่อไป ซึ่งก็สร้างความพึงพอใจให้ชาวบ้าน ก่อนที่จะแยกย้ายกันไป

ชาวบ้านฮือค้าน! เทศบาลรังวัด "ที่งอกริมโขง" กว่า 500 ไร่ขึ้นทะเบียน นสล.