นอกจากนี้ในเรื่องของผลประกอบการ รถโดยสาร EV ยังทำให้ได้รับผลประกอบการที่ดีขึ้น เพราะรถโดยสารปกติที่ใช้พลังงานน้ำมัน จะมีเรื่องของค่าใช้จ่ายต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่มาก เช่น ค่าน้ำมัน ค่าซ่อมแซมอุปกรณ์ต่างๆภายในรถ การใช้รถโดยสาร EV จึงสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้ค่อนข้างมาก แต่ในปัจจุบัน รถโดยสาร EV ยังถือว่ามีจำนวนน้อย โดยหวังว่าในอนาคตเราจะมีรถโดยสารประเภทนี้มากขึ้น
ด้าน ผศ.ดร.อนุชา พรมวังขวา อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ และผู้จัดการโครงการฯ กล่าวว่า นี้ ตนรู้สึกปลื้มใจและพึงพอใจมาก กับโครงการรถโดยสาร EV ที่ผลงานวิจัยตลอด 8 เดือนที่ผ่านมา ถูกนำมาใช้จริงได้แล้ว ในการบริการประชาชน ถือว่าเป็นความภาคภูมิใจเป็นอย่างสูงและอยากต่อยอดโครงการนี้โดยการนำองค์ความรู้ ที่ได้จากการใช้ต้นแบบจากตัวอย่างรถโดยสาร EV ทั้งสองคัน ไปขยายการใช้งานกับรถโดยสารประจำทางที่มีลักษณะเดียวกัน
โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีรถโดยสารในลักษณะเดียวกันนี้อยู่มาก ถ้าจะให้ดีคือ การมีโครงการนำร่องในการผลิตรถสี่ล้อแดง EV ต่อจากนี้จำนวนประมาณ 100 คัน เพื่อจะให้เห็นภาพอย่างชัดเจนว่า การดัดแปลงรถโดยสารแบบใช้น้ำมันมาเป็นรถโดยสาร EV นั้นสามารถทำได้และสามารถนำมาใช้งานได้จริง โดยเบื้องต้นคาดว่าจะใช้เวลา 6-8 เดือนในการดำเนินงานต่อไป
"ในการเปลี่ยนรถ 2 แถว เป็นรถพลังไฟฟ้า มีต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 600,000 บาทต่อคัน ซึ่งยังถือเป็นราคาที่สูงสำหรับผู้ประกอบการ ดังนั้นรัฐบาลควรจะเข้ามาช่วยเหลือด้วย" ผศ.ดร.อนุชา กล่าว